เปิดตัว – Tudor Heritage Black Bay One

เป็นเวลาเกือบ 70 ปีแล้วที่  ฮานส์ วิลสดอร์ฟ (Hans Wilsdorf) เจ้าของแบรนด์ Rolex ได้เริ่มเปิดสายแบรนด์ลูกอย่าง Tudor ขึ้นมา (นับตั้งแต่ 1946) เพื่อเปิดทางเลือกให้กับลูกค้าและตลาดใหม่ที่งานระดับคุณภาพอย่าง Rolex ไม่สามารถแข่งขันได้ แน่นอนว่าราคาและคุณภาพของ Tudor จะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคอีกกลุ่มตลาด

โฆษณาของ Tudor ในปี 1952 (วิลสดอล์ฟอยู่ทางด้านซ้ายบน)
โฆษณาของ Tudor ในปี 1952 (วิลสดอล์ฟอยู่ทางด้านซ้ายบน)

นาฬิกาที่โด่งดังที่สุดของ Tudor ยังคงเป็นนาฬิกาดำน้ำอย่างตระกูล Black Bay ซึ่งชนะเลิศการประกวด  Grand Prix d’Horlogerie de Genève (GPHG) ในปี 2012 และปี 2015 นี้เป็นครั้งแรกที่ทาง Tudor นาฬิกาตรากุหลาบได้เข้าร่วมกับทางการประมูล Only Watch เพื่อนำรายได้สมทบทุนให้วิจัยต่อสู้กับโรคกล้ามเนื้อลีบดูเชน (Duchenne muscular dystrophy) ซึ่งกัดกินชีวิตผู้คนไปทีละเล็กละน้อยตามวัยของผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น

Tudor Heritage Black Bay One – Unique Piece for Only Watch 2015 -3

Tudor Heritage Black Bay One ได้ถูกทำขึ้นตาม Tudor Ref. 7923 โดยพยายามรักษา hallmark ที่สำคัญ ๆ ไว้อย่าง คำอธิบาย 2 บรรทัดที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา เข็มโทนสีทอง และหน้าปัดสีดำตามที่ผลิตในยุค 50-60s

Tudor Heritage Black One ONLY WATCH 2015 2

กระจกโดม sapphire บ่งบอกถึงความเป็น Heritage ตามชื่อรุ่น ขอบใช้เป็นขอบฟิลม์สีดำซึ่งแม้จะไม่ได้ทนต่อการขูดขีดหรืออยู่ยงเท่าเซรามิกแต่ก็ตอบปัญหาด้านความ Vintage ได้อย่างหมดจด ตัวเรือน 41 มม. ทำจาก stainless steel ขัดแบบซาติน เม็ดมะยมที่ตีตรากุหลาบ Tudor ใช้เป็นแบบขันเกลียวตามแบบ Rolex Oyster สายที่แถมให้มีทั้งสายโลหะ, สายหนังที่ผ่านการ aging และสายผ้าที่นับว่าเป็นทีเด็ดของรุ่นนี้เพราะทอด้วยเครื่องทอผ้าของ (Jacquard’s loom) ในฝรั่งเศสตามวิถีดั้งเดิมซึ่งใช้คำสั่งจากบัตรเจาะรูควบคุมการทอผ้าจนได้รับการยอมรับว่าเป็นคอมพิวเตอร์ยุคแรก ๆ ของโลก

นอกจากข้อดีและ spec คร่าว ๆ ไปแล้วก็ต้องหันมาพูดถึงจังหวะหัวใจของ Heritage Black Bay One กันบ้าง นาฬิกาเรือนนี้เต้นด้วยพลังจากเครื่องออโตเมติก (Self-winding) Tudor calibre 2824 หรือก็คือเครื่อง ETA 2824-2 รุ่นสูงสุด (เครื่องรุ่นนี้สามารถแบ่งได้หลายเกรดโดยในเรือนนี้จะคลาดเคลื่อนเฉลี่ย +/-4 วินาที/วัน) ที่ผ่านการขัดแต่งตามสเปคมาตรฐานของ Rolex และเก็บพลังงานสำรองได้น้อยกว่าเดิมเหลือเพียงประมาณ 38 ชม. (จากของเดิมประมาณ 40 ชม.) แตกต่างจากรุ่นตำนาน 7923 ที่เป็นเครื่องไขลาน ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่านี่อาจไม่ใช่นาฬิกาที่คุ้มกับราคาที่ต้องจ่ายไปซักเท่าไรหากดูตาม spec แต่มันจะเป็นสมบัติบนข้อมือชั้นเลิศหากคิดได้ว่าเม็ดเงินที่ได้เสียไปกับนาฬิกาเรือนเดียวในโลกนี้นั้นถูกบริจาคและสร้างความหวังให้กับผู้ป่วยอีกหลายพันหลายหมื่นคนทั่วโลกที่รอการรักษาอยู่

Tudor Heritage Black Bay One – Unique Piece for Only Watch 2015 -2

 

ข้อมูลและรูปภาพจาก – TUDOR