รีวิว – นาฬิกา PAM00388 ประวัติศาสตร์บนข้อมือ

Panerai รุ่น PAM 388 หรืออีกชื่อหนึ่งว่า “Radiomir Black Seal 3-Days Automatic” นั้นเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน SIHH ในปี 2012 ตัวเรือนยังคงรักษา hallmark ของ Radiomir ได้เหมือน Ref.3646 โลหะที่ใช้ทำนั้นใช้ AISI 316L ซึ่งเป็นสเตนเลสสตีลเกรดปกติที่นิยมใช้ในนาฬิกาปัจจุบัน หลังจากลองสัมผัสดูเนื้องานตัวเรือนแล้วก็ถือว่าทำได้อย่างดีเลยทีเดียว แผ่นหลังเปลือยปิดด้วยกระจก sapphire เพื่อโชว์เครื่อง เม็ดมะยมสลักหัวเป็นสัญลักษณ์แบรนด์ Panerai และใช้ระบบแบบขันเกลียวตามประวัติศาสตร์ของแบรนด์นี้

พื้นฐานประวัติศาสตร์

ประวัติการดำน้ำอันโด่งดังของ Panerai (PAM หรือ ปาเนราย) นั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากไลน์การผลิตอย่าง Radiomir ซึ่งสร้างชื่อเสียงอย่างมากจากหน่วย Xª MAS และ Kampfschwimmer ในสงครามโลกครั้งที่ 2 PAM นับว่าเป็นยุทธปัจจัยของมนุษย์กบของฝ่ายอักษะนอกเสียจากชุดยาง, ปืนเก็บเสียง, ตีนกบ, มีดพกและทุ่นระเบิด ส่วนตัวทางผู้เขียนเองก็ลุ่มหลงและศึกษาในประวัติศาสตร์ช่วงเวลานี้เช่นเดียวกันจึงอยากรีวิวการกลับมาของ PAM ในไลน์การผลิตนี้ให้ได้อ่านกัน (หมายเหตุ : คนไทยจะคุ้นชินกับคำอ่าน “พาเนอราย” มากกว่าก็ไม่ว่ากัน)

"Kitpanerai" by Piero7 / Public domainอุปกรณ์ Panerai ของนักประดาน้ำ

อ่านประวัติศาสตร์เต็มของ Radiomir พร้อมรูปได้ที่บทความ “นาฬิกา Panerai กับประวัติการใช้งานจริง”

11920408_10206809267007162_88570951_n
ขนาดข้อมือของผู้เขียนประมาณ 6 นิ้ว

ครั้งแรกที่ได้สัมผัสกับนาฬิกาเรือนนี้ นาฬิกานั้นหนักกว่าที่คิด หัวใจของ Black Seal นั้นคือเครื่อง P.9000 caliber หนา 7.9 มม. ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วน 197 ชิ้น ใช้ทับทิม 28 เม็ด สำรองพลังงานได้สูงสุด 72 ชม.จากการใช้ 2 barrel ช่วยกันสะสม ความถี่ 28,800 A/h (4 Hz) นับว่าเป็นรุ่นแรกของไลน์ Radiomir ที่นำเครื่อง in-house รุ่นนี้มาใส่ (เดิมเครื่อง P.9000 เป็นของ Luminor) การที่เป็น automatic แปลได้ว่าสามารถขึ้นลานได้ด้วยทั้งจาก rotor และการขึ้นลานด้วยมือ การขัดกลไกทำเป็นแนวตามยาวหรือที่เรียกกันว่า ซาติน (Satin) และถ้าหากลองสังเกตดี ๆ จะเห็นลายละเอียดการขัดเครื่องลายก้นหอยหรือ “Perlage” ที่ด้านล่างของ escapement อยู่อีกที่หนึ่งด้วย

เครื่อง P.9000 จากด้านหลัง เห็นการ finishing แบบ satin บน Rotor
เครื่อง P.9000 จากด้านหลัง เห็นการ finishing แบบ satin บน Rotor
เม็ดมะยมของ PAM00388 มีสัญลักษณ์ Panerai อยู่
เม็ดมะยมของ PAM00388 มีสัญลักษณ์ Panerai อยู่
ตัว clasp แบบ buckle
ตัว clasp แบบ buckle

ด้านบนปิดด้วยกระจก sapphire หน้าปัดเป็น sandwich dial ตามเอกลักษณ์ของ PAM ชั้นด้านบนเป็นสีดำตามชื่อรุ่น ฉลุเป็นตัวเลขอราบิคเพื่อให้เห็นพรายน้ำสีเขียวที่บรรจุได้เด่นชัด เข็มวินาทีใช้บบ sub-seconds อยู่ที่ข้างตำแหน่งเลข 9 เข็มนาทีและเข็มชั่วโมงเงินพร้อมพรายน้ำ ส่วนที่เลข 3 อีกด้านจะมีฟังก์ชันแสดงวันที่ให้ ตรงนี้ที่ผมคิดว่ายังเป็นจุดอ่อนของ PAM00388 ที่ใส่ความหน้ายุ่งมาให้ Radiomir จนเกือบมากเกินไป นาฬิกาในไลน์นี้เต็มที่ควรจะมีแค่ sub-seconds เท่านั้นจึงจะรักษาความ traditional ไว้ได้

ตัวเรือนแบบ Pillow Shape Type C
ตัวเรือนแบบ Pillow Shape Type C ตามแบบ 3646 Type C

กันน้ำลึก 100 เมตร (10 ATM) ตามมาตรฐาน ขนาดตัวเรือนทรงหมอน hallmark แบบเดียวกับ type C กว้าง 45 มม. และหนา 17 มม. นับว่ากำลังดี (ผู้เขียนมีข้อมือใหญ่กว่าผู้หญิงไม่มากก็สามารถใส่ได้โดยดูไม่กางหรือเทอะทะ) ขาเป็นแบบขันสกรู ความที่โทนของนาฬิกาเป็นสีดำและภาพลักษณ์ดุดันของ PAM ทำให้เราสามารถ custom ได้หลากหลายด้วยสายหนังต่าง ๆ อาจจะเป็นสายอัลลิเกเตอร์สีดำหัวเข็มขัด (Tang buckle) ที่แถมให้มาตั้งแต่แรกสำหรับ formal look หรือหนังวัว ammo น้ำตาลสำหรับวันลุย ๆ (ใช้สายขนาดกว้าง 26 มม.) ปัจจุบันราคาของ PAM 388 อยู่ที่ range ระดับกลางสำหรับผู้เริ่มต้นเท่านั้น

นับว่าไม่ยากเกินไปสำหรับการจับจองเอามาขึ้นข้อกัน ถามว่าโดยรวมดีหรือไม่ ต้องขอตอบว่าดี แต่ยังขาดความคลาสสิคที่เป็นลูกเล่นที่ PAM มีแต่ยังคงเก็บไว้ใช้ในรุ่นการผลิตที่ระดับสูงกว่านี้ PAM00388 ยังคงไม่ใช่ PAM ที่มีเรือนเดียวแล้วจบ แต่ในความคิดผู้เขียนแล้วมันยังแค่นาฬิกาแบบ temporary หรือระดับ entry ของเหล่า Paneristi เท่านั้น

สำหรับผู้อ่านของเราที่ยังไม่ทราบข่าว ตอนนี้ LWQP ได้เพิ่มทางเลือกใหม่ โดยเราได้พัฒนาระบบให้ Facebook Messenger ของ LWQP สามารถค้นหารีวิวโดยแบ่งตามประเภทได้อย่างน่าอัศจรรย์ รวมถึงการติดตามข่าวสารผ่าน Facebook Messenger ที่รวดเร็ว เพียงแค่เข้าไปที่ https://m.me/lwqpwatch แล้วเขียนทักทายว่า “สวัสดี” เท่านี้ผู้ช่วยอิเล็กทรอนิกส์ของเราจะพาผู้อ่านของเราไปรู้จักระบบใหม่ครับ