เจาะลึก! นาฬิกาที่ซับซ้อนที่สุดในโลก – Vacheron Constantin Ref.57260

วันที่ 17 กันยายน ค.ศ. 2015 Vacheron Constantin ได้เปิดตัวนาฬิกา Reference 57260 ที่ได้ชื่อว่า “นาฬิกาที่ซับซ้อนที่สุดในโลก” (eng: The Most Complicated Watch Ever Made) ที่ใช้เวลาประดิษฐ์กว่าแปดปีจากสุดยอดช่างนาฬิกาสามคน โดยใช้กรรมวิธีที่แบบดั้งเดิมผนวกกับแนวคิดแห่งยุคศตวรรษที่ 21 ที่ทันสมัย ประกอบไปด้วยกว่า 57 complications และบาง complication เป็นฟังก์ชันรูปแบบใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน แสดงออกถึงความเข้าใจในดาราศาสตร์อย่างลึกซึ้ง, ความประณีตแห่งงานฝีมือและความก้าวหน้าที่สุดยอดแห่งกลไกเรือนเวลา

Reference 57260 ด้านหน้าและด้านหลัง
รูปที่ 1 – Reference 57260 ด้านหน้าและด้านหลัง

ตัวเรือนนั้นทำจากทองคำขาว 18k (solid 18-carat white gold) และขอบ bezel ถูกขัดเงาอย่างประณีตทั้งสองด้าน เม็ดมะยมเป็นแบบ three-position winding crown ซึ่งจะปรับได้สามตำแหน่ง โดยหน้าต่างแสดงฟังก์ชันของเม็ดมะยมข้างตัวเรือน บนเม็ดมะยมจะมีปุ่มเพื่อกดจับเวลาซึ่งควบคุมการ start/stop และ return-to-zero ของระบบกลไก “double retrograde chronograph” ปุ่มบริเวณตำแหน่ง 11 นาฬิกา (เทียบกับรูปที่ 2 ) เมื่อกดลงไปจะเป็นการเริ่มต้นฟังก์ชัน “rattrapante chronograph” หน้าปัดทั้งสองด้านทำจากเงิน และจานหมุน (rotating discs) บนหน้าปัดทำจากอลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบาทำให้ไม่ใช้พลังงานของลานที่มากขณะทำงาน

ฟังก์ชันสำคัญต่างๆของ Reference 57260

รูปที่ 2 - Reference 57260 Tivoli soldat face
รูปที่ 2 – Reference 57260 ด้านหน้า

รูปที่ 2 แสดงหน้าปัดด้านหน้าของนาฬิกา เป็นหน้าปัดที่แสดงเวลา วันที่ และ complications ใหม่ที่ถูกพัฒนาโดย Vacheron Constantin เอง ยังไม่เคยมีใครเคยเห็นฟังก์ชันเหล่านี้มาก่อน

1. The Hebraic Perpetual Calendar

เป็นปฏิทินถาวรตามระบบปฏิทินฮิบรู “Hibraic Calendar” มีการทำงานที่ต่างจากปีปฎิทิน ค.ศ. หรือ “Gregorian Calendar” การแสดงปฏิทินทั้งสองระบบบนหน้าปัดจะต้องใช้การคำนวณจากค่า “วัฏจักรเมตอน” ที่เริ่มใช้ในปี 432 ก่อนคริสตกาล (432 BC) เป็นการค้นพบของนักคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ชาวกรีกที่มีนามว่า “เมตอนแห่งเธนส์” (Meton of Athens) วัฏจักรเมตอนเป็นการบรรจบกันของปฏิทินตามจันทรคติและสุริยคติซึ่งต้องใช้เวลา 19 ปีตามสุริยคติ หรือ 235 เดือนตามจันทรคติ (จบปีของ Hibraic Calendar และจบปีของ Gregorian Calendar) Reference 57260 จึงใช้รอบของปฏิทินถาวรตามวัฏจักรเมตอนคือ 19 ปีสุริยคติ (19 ปีแล้วจึงเริ่มวนกลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง)

ความยากในการทำปฏิทินถาวรสองระบบนั้นไม่ได้จบอยู่ที่ระยะเวลา 19 ปี เพราะว่าต้องมีการคำนวณปีอธิกสุรทิน (eng: Leap Year) ตามจันทรคติด้วย ซึ่งจะมีการเพิ่มเดือนที่ 13 ของจันทรคติทั้งหมด 7 ครั้งในวัฏจักรเมตอน ในปีที่ 3, 6, 8, 11, 14, 17 และ 19 ตามสุริยคติ ดังนั้นที่หน้าปัด sub-dial ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา จะมีเลข 12 และ 13 เพื่อกำกับปีที่ต้องมีการเพิ่มเดือนที่ 13 เข้าไปด้วย

ตำแหน่ง 6 นาฬิกามีการแสดงวันที่ของวันลบมลทินบาป หรือ ยม คิปปูร์ (Yom Kippur) โดยเข็มที่ชี้กำกับเป็นเข็มแบบ retrograde hand หรือเข็มที่เคลื่อนทวนเข็มนาฬิกา ซึ่งจะมาที่จุดเริ่มต้นเมื่อวัฏจักรเมตอนเดินมาครบรอบ

ตัวเลข 7557 ที่ sub-dial ตำแหน่ง 6 นาฬิกา เป็นการบอกปีตามหลักฮิบรู ซึ่งในปฏิทินระบบของฮิบรูนั้นวันสร้างโลกคือปี 3760 ก่อนคริสตกาล (3760 BC) ซึ่งในปี ค.ศ. 2015 นั้นตามปฏิทินฮิบรูจะตรงกับ 2015 + 3760 = 5775 และหน้าต่างสี่เหลี่ยมเล็กๆทั้งสองฝั่งของ sub-dial ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาจะแสดงผลวันในสัปดาห์และเดือนเป็นภาษาฮิบรูเช่นเดียวกัน

ตำแหน่ง 12 นาฬิกา เป็นสุดยอดของระบบ “Moon Phase” ที่แสดงตำแหน่งดวงจันทร์ที่มีระยะเวลาหนึ่งรอบเท่ากับ 29.5305882 วัน ซึ่งระบบ moon phase นี้ต้องการการปรับให้ตรงแค่ทุกๆ 1,027 ปีเท่านั้น ถือว่าเป็นความเที่ยงตรงของกลไกที่สุดยอด

2. Double Retrograde “Rattapante” Chronograph

Reference 57260 เป็นนาฬิกาเรือนแรกที่มีฟังก์ชันจับเวลาแบบ “rattrapante chronograph กับ double retrograde” ซึ่งจะต้องอธิบายคำว่า “rattrapante chronograph” ว่าเป็นระบบจับแบบ split second ซึ่งจะจับเวลาได้สองเหตุการณ์ ซึ่งธรรมดาเข็มจับเวลาแบบ rattrapante ของ Reference 57260 เข็มจับเวลาทั้งสองจะเดินอยู่คนละฝั่งของหน้าปัดนาฬิกาจะไม่มาพบกัน (double retrograde คือเข็มจะกระโดดกลับมาที่จุดเริ่มต้นเมื่อครบสเกล) และสามารถจับเวลาได้สูงสุด 12 ชั่วโมงอย่างเที่ยงตรง เรียกตามศัพท์ทันสมัยได้ว่า การจับเวลาของ Reference 57260 นั้นเป็นแบบ split second แบบ split screen {สำหรับถ้าใครเล่นเกมจะรู้ทันทีว่าคำว่า “split screen” คือการแบ่งจอออกเป็นส่วนๆเพื่อผู้เล่นหลายๆคน (ฮา)}

3. ระบบการตีบอกเวลาและระบบ Alarm

รูปที่ 3 - ด้านข้างตัวเรือนที่มีปุ่มสำหรับการตีบอกเวลา และการเตือน
ภาพที่ 3 – ด้านข้างตัวเรือนที่มีปุ่ม Striking และ Alarm

การบอกเวลานั้นนอกจากการหยิบขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงหรือเสื้อกั๊กตามแบบปกติแล้ว เรายังสามารถรู้เวลาได้แบบไม่ต้องมองโดยผ่านกลไกที่บรรจุไว้ด้านในได้ด้วย ในที่นี้คือ Grand sonnerie (GS) และ Petite sonnerie (PS) โดยสามารถดูได้จาก indicator ที่อยู่ด้านใต้ของระบบ Chiming ปกติ โหมด GS จะมีการเตือนโดยสามารถยกตัวอย่างให้ผู้อ่านได้เห็นง่ายขึ้นดังนี้คือ ถ้าเป็นเวลา 12:45 จะตีด้วยโทนต่ำจำนวน 12 ครั้งเพื่อบอกชั่วโมง ตามด้วยเสียงการเคาะ hammer กับ gong อีกโทนเสียงหนึ่งอีก 3 ครั้งเพื่อบอกตำนวน quarter ซึ่งในที่นี้คือเวลา 45 นาที ส่วน PS จะเตือนด้วยการตีบอกชั่วโมงที่ตำแหน่ง xx:00 อย่างเดียว และถ้าเป็น xx:xx จะตีบอกจำนวน quater และนาทีเท่านั้น เช่น เวลา 12:00 จะตีเป็นจำนวน 12 ครั้ง แต่เมื่อเวลาเดินไปที่ 12:45 จะตีเตือนเพียงแค่ 3 ครั้งด้วยเสียงโทนสูง

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ Ref.57260 มีระบบการตีบอกเวลาแตกต่างไปจากนาฬิกา clock ทั่ว ๆ ไปคือระบบ Night silence แบบอัตโนมัติ โดยจะเริ่มเข้าสู่โหมดเงียบตั้งแต่ช่วงเวลา 2200-0800 ของวันถัดไป นับเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่ติดตั้งระบบอัตโนมัตินี้เข้าไปเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานและคนรอบข้าง (ดูโหมดได้จาก indicator ตรงเลข 11 นาฬิกาของหน้าปัดด้านหน้า) หรือถ้าอยากจะเลือกระบบเงียบ (Silence) ไว้ก็สามารถเลือกได้โดยการกดปุ่มทางซ้ายมือของตัวเรือน

นอกจากฟังก์ชันบอกเวลาของทั้ง 2 เสียงนั้น ทาง Vacheron Constantin ยังคงเลือกใช้ระบบ Alarm บอกเวลาแบบเสียง Westminster (C) มาใส่ซึ่งสามารถสืบย้อนประวัติศาสตร์กลับไปได้นานหลายร้อยปี พอ ๆ กับอายุของแบรนด์ นับว่าเป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาดที่เลือกใช้เสียงตีรูปแบบนี้ โหมดนี้จะทำการตีบอกเวลาตามที่ตั้งไว้ โดยให้เสียงแบบเดียวกับหอนาฬิกา Big Ben ใช้แหล่งกำเนิดเสียงเป็น hammer และ gong (ตัวโลหะที่จะโดน hammer ตีเพื่อให้เกิดเสียง) อย่างละ 6 ชิ้นในการตีบอก (วาง hammer ที่ตำแหน่ง 3-9 นาฬิกาที่ใต้หน้าปัดด้านหลังโดยใช้ gong แยกกัน) หรืออาจจะเลือกแบบที่ 2 คือ single hammer (N) ซึ่งจะเป็นการเคาะ hammer กับ gong แบบจังหวะเดียว

*ตำแหน่งของรูปแบบการตีบอกเวลาผู้อ่านสามารถเทียบกับรูปที่ 3 ด้านบนได้

วิดีโอเสียงตัวอย่างของ “Westminster Chiming ของนาฬิกา Big Ben”

 4. หน้าปัดที่สองและฟังก์ชันอื่น ๆ (ดูรูปที่ 4)

รูปที่ 4 – Reference 57260 ด้านหลัง
รูปที่ 4 – Reference 57260 ด้านหลัง

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าไม่มองกลไกลตูร์บิญอง (Tourbillon) ด้านล่างแล้วก็ต้องหันมามองแผ่นที่กลุ่มดาวบนแผ่นสีน้ำเงินที่ทางผู้ใช้จะมองเห็นจากจุดที่ตัวเองอยู่ ด้านบนแผ่นนี้จะเป็นฟังก์ชันบอกวันที่แบบ retrograde ที่จะวิ่งย้อนกลับมาจุดเริ่มต้นเมื่อครบเดือน มีการแสดงเวลาที่สอง (eng: second time-zone) โดยมีหน้าต่างบอก time-zone นั้นๆด้วย (ตามรูปที่ 4 คือ GRE GMT-5) นอกจากนั้นมีเวลาพระอาทิตย์ขึ้น/ตก (SUNRISE/SUNSET) และ Equation of Time อยู่เหนือกลไกลตูร์บิญอง ที่บอกเวลาที่คลาดเคลื่อนระหว่าง solar time และ standard meantime เนื่องจากเวลาจากดวงอาทิตย์ที่วัดได้ด้วยนาฬิกาแดด จะมีความคลาดเคลื่อนตามวงโคจรของโลก ทำให้มีการเหลื่อมล้ำกันระหว่างเวลามาตรฐานกับเวลาที่วัดจากนาฬิกาแดด (เวลา solar time และ meantime จะตรงกันแค่ปีละ 4 ครั้งเท่านั้น และสามารถแตกต่างกันได้ถึง 16 นาที)

วิดีโออธิบายความหมายของ “Equation of Time” ที่น่าสนใจ ถ้าผู้อ่านสนใจลองคลิกดูเพื่อความรู้เพิ่มเติมได้

4.1 Dual-Function Perpetual Calendar

ใน Reference 57260 มี Perpetual Calendar ที่สามารถแสดงปฏิทิน Gregorian Calendar ที่เราคุ้นเคยกัน เสริมด้วย Business Calendar ตาม ISO 8601 ซึ่งประกบไปด้วย 52 อาทิตย์ต่อปี หรือในบางครั้ง 53 อาทิตย์เมื่อวันขึ้นปีใหม่ตรงกับวันพฤหัส (ถ้าคนที่ทำงานในบริษัทต่างประเทศจะคุ้นเคยกัน) ซึ่งในการกำหนดอาทิตย์แรกและอาทิตย์สุดท้าย (eng: First Week, Last Week) จะมีการกำหนดตามมาตรฐาน ISO ที่ตั้งไว้ ซึ่งระบบ ISO จะมีรอบอยู่ที่ 400 ปี ซึ่งต่างกับ Gregorian Calendar ที่เป็นรอบสี่ปี (ทดเวลาในปีอธิกสุรทิน) ซึ่งการแสดงผลปฏิทินทั้งสองระบบต้องอาศัยกลไกที่ซับซ้อนเพื่อตั้งโปรแกรมการเริ่ม first week และ last week ของปฏิทินตาม ISO 8601 อย่างแม่นยำ

4.2 Vacheron Constantin Armillary Sphere Tourbillon

ทาง Vacheron Constantin ได้ออกแบบ Sphere Tourbillon ที่ทำให้กลไกลตูร์บิญองเคลื่อนที่สามมิติเพื่อส่งกำลังไปชุด Escapment ได้คงที่ พร้อมกับมีการใช้ spherical balance spring ที่ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังทำให้ความแม่นยำของการให้จังหวะนั้นดียิ่งขึ้น

คำว่า “armillary” ได้ถูกใช้ในลไกลตูร์บิญองนี้เพราะว่านำแรงบันดาลใจมาจากลูกโลกดาราศาสตร์ หรือ “armillary sphere” ลไกลตูร์บิญองนี้ใช้ frame หรือกรอบทำจากอลูมิเนียมเพื่อความเบา และทั้งชุดกลไกยังแสดงสัญลักษณ์ “maltese cross” ที่เป็นสัญลักษณ์ของ Vacheron Constantin

สรุป

นาฬิกา Vacheron Constantin Reference 57260 ได้ชื่อว่าเป็น “นาฬิกาที่ซับซ้อนที่สุดในโลก” มี complicaitons กว่า 57 ฟังก์ชัน ผนวกกลไกที่ซับซ้อนอย่าง “Armillary Sphere Tourbillon” แสดงข้อมูลทางดาราศาสตร์ที่น่าทึ่งและปฏิทินที่แสนซับซ้อน เป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาและความเข้าใจในศาสตร์แห่งกลไกเรือนเวลาอย่างแท้จริง นับว่าเป็นก้าวที่สำคัญแห่งวงการนาฬิกาที่เราจะต้องจดจำไปอีกยาวนาน

รูปที่ 6 - ด้านหน้าของเครื่องนาฬิกา
รูปที่ 5 – ด้านหน้าของเครื่องนาฬิกา
รูปที่ 6 - ด้านหลังของเครื่องนาฬิกา
รูปที่ 7 – ด้านหลังของเครื่องนาฬิกา

ข้อมูลและรูปภาพจาก – Vacheron Constantin

สำหรับผู้อ่านของเราที่ยังไม่ทราบข่าว ตอนนี้ LWQP ได้เพิ่มทางเลือกใหม่ โดยเราได้พัฒนาระบบให้ Facebook Messenger ของ LWQP สามารถค้นหารีวิวโดยแบ่งตามประเภทได้อย่างน่าอัศจรรย์ รวมถึงการติดตามข่าวสารผ่าน Facebook Messenger ที่รวดเร็ว เพียงแค่เข้าไปที่ https://m.me/lwqpwatch แล้วเขียนทักทายว่า “สวัสดี” เท่านี้ผู้ช่วยอิเล็กทรอนิกส์ของเราจะพาผู้อ่านของเราไปรู้จักระบบใหม่ครับ