รีวิว – Bremont Wright Flyer “ปีกแห่งฝัน”

มนุษยชาติ ได้ฝันใฝ่ถึงพรมแดนสีครามบนท้องฟ้ามาอย่างยาวนาน เห็นได้จากตำนานเก่าแก่ของกรีกที่เล่าถึง แดดาลัส และ อิคารัส ผู้สร้างปีกขึ้นจากขนนก, ไม้และกาว หรือผู้ที่หวังจะบินได้ใกล้เคียงปักษาให้มากที่สุดอย่าง ออตโต ลิเลียนธาล (Otto Lilienthal) ราชาแห่งเครื่องร่อนในศตวรรษที่ 19 ฯลฯ แต่กว่าจะเราจะเริ่มก้าวข้ามพรมแดนแห่งนี้ได้ก็นับเวลาเพียงแค่ 100 กว่าปีที่ผ่านมาแล้วนี่เอง

"LILIENTHAL, OTTO" by PROPublic.Resource.Org / CC BY 2.0
[1] ออตโต ลิเลียนธาล (Otto Lilienthal) ช่วงกลาง 1890

พื้นฐานประวัติศาสตร์

วันที่ 17 ธันวาคมปี 1903 สองพี่น้องจากโอไฮโอได้นำเครื่องบิน Wright Flyer I ที่ตัวเองผลิตขึ้นออกทดสอบที่หาดคิตตี้ฮอว์ค, นอร์ธคาโรไลน่า โดยสถิติเที่ยวบินที่ดีที่สุดในวันนั้นที่ Wright Flyer I ที่เวลา 59 วินาทีและสูง 852 ฟุต

"The Wright Brothers' First Heavier-than-air Flight" by NASA on The Commons
[2] การบินของเครื่องบิน Wright Flyer ที่เป็นตำนาน ในวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 1903

“ความสูงเหนือจากพื้นดินคือ 852 ฟุตและบินได้นานอยู่ 59 วินาที”

– จากบันทึกของ ออร์วิล ไรท์ (Orville Wright) ถึงเที่ยวบินของน้องชาย วิลเบอร์ ไรท์ (Wilbur Wright)

แม้จะยังไม่ถึง 1 นาทีดี แต่ก็สามารถกล่าวได้ว่าเครื่อง Wright Flyer I คือเครื่องบินลำแรกที่เป็น “…the first powered, heavier-than-air machine to achieve controlled, sustained flight with a pilot aboard.” ได้สำเร็จ น่าเสียดายที่หลังจากเที่ยวบินที่ 4 ในวันนั้น Wright Flyer I ก็ได้รับความเสียหายหลังการลงจอดและปิดความหวังที่จะซ่อมมันด้วยลมกระโชกแรงจนพังยับเยิน แต่โชคยังดีที่มีบางส่วนของเครื่องบินแห่งประวัติศาสตร์ลำนี้เหลือรอดมาจนถึงปัจจุบัน

ชิ้นส่วนนั้นคือผ้าคอตตอนมัสลิน “Pride of the West” ทอจากบริษัท Rike-Kumler Co. และเย็บเข้ากับโครงปีกของเครื่องบินเพื่อให้มีแรงยกเพียงพอโดยตัววิลเบอร์เอง

The Rike-Kumler Co., Dayton, Ohio (1925)
[3] The Rike-Kumler Co., Dayton, Ohio (1925)
นอกจากผ้าชุดนี้จะได้ติดไปกับ นีล อาร์มสตรอง นักบินอวกาศจากยาน Apollo 11 ที่ไปลงดวงจันทร์กับตั้งโชว์อยู่ในพิพิธภัณฑ์การบิน Smithsonian แล้ว ทางแบรนด์รูปใบพัด 2 กลีบอย่าง Bremont ก็ย่อมไม่พลาดที่จะนำวัสดุแห่งประวัติศาสตร์การบินมารังสรรค์นาฬิกาในคอลเลคชัน Wright Flyer ให้ได้จับจองเป็นเจ้าของด้วยเช่นกัน

"Neil Armstrong On The Moon" by NASA on The Commons
[4] นีล อาร์มสตรอง บนดวงจันทร์ในโครงการอะพอลโล 11

รีวิว

หมัดเด็ดของรุ่น Wright Flyer นั้นอยู่ที่ตัวผ้า Pride of the West อย่างที่ได้เกริ่นมาข้างต้นซึ่งต้องมองผ่านจากหลังเปลือยบุกระจกแซฟไฟร์ โดยทาง Bremont ได้ไปขอมาจากตระกูลไรท์เองโดยตรงแล้วเอามาตัดด้วยเลเซอร์เป็นชิ้นเล็ก ๆ บรรจุอยู่ตรงกึ่งกลางขอบของ Rotor ระหว่างคำว่า Wright กับ Flyer นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งตัว Rotor ให้เป็นกลีบใบพัดเช่นเดียวกับ collection เครื่องบิน P-51 ที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ แต่จะต่างก็ตรงจำนวนกลีบใบพัดและคำสลักที่กลีบใบพัดที่เป็นตัวอักษร OW และ WW ซึ่งเป็นชื่อย่อของทั้งสองพี่น้องนั่นเอง

S21A2459

หมัดเด็ดที่ 2 คือเรื่องตัวเรือนที่ใช้เทคโนโลยีเคลือบแข็งแบบ B-EBE2000 ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่พบในเครื่องยนต์เจ็ท มีความแข็งเทียบเท่ากับกระจกแซฟไฟร์ (2,000 HV) ซึ่งรับระกันว่าจะไม่เกิดริ้วรอยง่าย ๆ เหมือนกับเรือนโลหะปกติ (400 HV) และนอกจากความแข็งที่เป็นจุดแข็งแล้ว ยังมีอีกหนึ่งลูกเล่นคือโครงสร้างแบบ Trip-Tick® ซึ่งเปิดโอกาสให้ภายใน 1 ตัวเรือนสามารถใช้โลหะหลายชนิดประกอบกันได้ โดยใน Wright Flyer หน้าปัดดำที่ทางผู้เขียนนำมารีวิวครั้งนี้จะใช้เป็น Stainless Steel ซึ่งสอดใส้ด้วย decoration ring ส่วนเม็ดมะยมเป็นรูปตรากังหันของแบรนด์ตามปกติ

S21A2447

เข็มวินาที เข็มชั่วโมงและตัวเลขอราบิคถูกแต้มด้วยพรายน้ำที่สั่งทำพิเศษจากทาง SuperLumiNova® ซึ่งให้โทนสีแนว Vintage อย่างสมกับ timeline แถมด้วยหน้าปัดดำตัดด้วย sub dial ของฟังก์ชันวินาทีสีเงินที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกาซึ่งเป็นการเล่นสีที่ดีและไม่ทำให้โดดออกมาเกินไป
S21A2469

ใช้เครื่อง In house รุ่น BWC/01 (28,800 vph) น็อตแบบ blue steel สำรองพลังงานได้ 50 ชม. ผ่านการรับรองมารฐาน COSC ซึ่งทาง Nick English จาก Bremont บอกว่าบริษัทของเค้าได้พัฒนากลไกนี้ร่วมกับทางโรงงาน La Joux-Perret ในสวิส ซึ่งนี่จะหมายถึงว่านาฬิกา Wright Flyer จะเป็นนาฬิกา collection แรกที่มีการใส่เครื่อง In house แท้ ๆ ของแบรนด์นี้ลงไป อย่างไรก็ตามแม้จะบอกว่า In house แต่จากการที่ทาง Bremont ไม่ได้บอกให้ครบตั้งแต่แรกว่าซื้อ component หลักจากทางสวิสมาใช้หรือเป็นโครงการร่วมมือระหว่าง 2 โรงงาน ทำให้เกิดกระแสดราม่าจับผิดกันพักใหญ่จึงทำให้ความยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบที่ควรจะมีตามที่สลักไว้บน plate หลังว่า LONDON ในรุ่นนี้ถูกตัดทอนลงไปอย่างน่าเสียดาย เป็นข้อเสียเดียวแต่ก็นับว่ายังตัดคะแนนของเรื่องวัตถุดิบและความเป็นอังกฤษที่พยายามจะสื่อตั้งแต่ย้ายโรงงาน Henley-on-Thames ได้ไม่มากนัก

ในเครื่องรุ่นหลัง ๆ ทาง Bremont จะสลักคำว่า LONDON ลงไปด้วยเพื่อแสเงความหยิ่งทรนงของเลือดอังกฤษ
ในเครื่องรุ่นหลัง ๆ ทาง Bremont จะสลักคำว่า LONDON ลงไปด้วยเพื่อแสเงความหยิ่งทรนงของเลือดสิงโตอังกฤษ

 

สรุป

เท่าที่ผ่านมาจากประวัติของแบรนด์ Bremont แล้วแม้จะก่อตั้งมาได้ไม่นานแต่ก็พยายามที่จะดึงความเป็นตัวตนของบริเตนออกมาอยู่ตลอดอย่างไม่เคอะเขินนาฬิกาสวิสที่คนทั้งโลกต่างมองเป็นมาตรฐาน เรื่องของปรวัติศาสตร์ที่เอามาใส่และเรื่องวัสดุต้องบอกว่า Wright Flyer นั้นกินขาดเมื่อเทียบกับนาฬิกาใน range ราคาเดียวกัน จะติก็ตรงความชัดเจนของที่มากลไกเท่านั้น

สุดท้ายนี้ทางผู้เขียนอยากขอขอบคุณทาง PENDULUM ที่ให้ความอนุเคราะห์นาฬิการุ่นต่าง ๆ มาให้ได้เขียนเผยแพร่และให้ความรู้เกี่ยวกับนาฬิกาและประวัติศาสตร์อย่างทั่วถึง

มนุษยชาติ ได้ฝันใฝ่ถึงพรมแดนสีครามบนท้องฟ้ามาอย่างยาวนาน เห็นได้จากตำนานเก่าแก่ของกรีกที่เล่าถึง แดด…

LWT's Review

พื้นฐานประวัติศาสตร์
ความเที่ยงตรงและกลไก
ความสวยงาม

ใช้ได้เลย

วัสดุและประวัติศาสตร์เยี่ยม แต่มีเรื่องราวที่มาของกลไกที่ให้กวนใจซักเล็กน้อย

User Rating: 3.93 ( 3 votes)

เครดิตภาพ

[1] “LILIENTHAL, OTTO” โดย Public.Resource.Org / CC BY 2.0
[2] “The Wright Brothers’ First Heavier-than-air Flight” โดย NASA on The Commons
[3] “The Rike-Kumler Co., Dayton, Ohio (1925)” โดย Sent from the Past / Public domain
[4] “Neil Armstrong On The Moon” โดย NASA on The Commons