6 ประเภทของนาฬิกาที่ควรรู้จัก

ปัจจุบันนี้นาฬิกาข้อมือยังคงเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมอยู่ไม่เสื่อมคลาย นาฬิกาข้อมือบางเรือนอาจไว้ดูเวลาปกติ บางเรือนอาจถูกสร้างมาใช้ในกิจกรรมนอกสถานที่ หรือบางทีอาจจะเหมาะอยู่บนข้อมือคุณตอนที่ประชุม คำถามคืออะไรที่เป็นลักษณะสำคัญในการแบ่งแยกนาฬิกาข้อมือแต่ละแบบ วันนี้ LWQP จึงถือโอกาสนี้พาผู้อ่านกลับไปสู่จุดพื้นฐานที่สุดอย่าง “สไตล์ของนาฬิกาข้อมือ” กันครับ

1. Dress Watch

Piaget Altiplano Tourbillon High Jewellry | ©LWQP

คำจำกัดความของคำว่า dress ในนาฬิกาข้อมือนั้นสามารถบอกอะไรได้หลาย ๆ อย่าง ทั้งเรียบง่ายและหรูหรา การออกแบบหน้าปัดที่สะอาดสะอ้านคือจุดเด่น ส่วนมากมักมาในโทนสีดำ ขาว หรือเทา นอกจากฟังก์ชันบอกเวลาแล้ว ฟังก์ชันข้างขึ้นข้างแรม, จับเวลาหรือเปลือยหน้าโชว์กลไกหรือฝังอัญมนีก็ยังเป็นสิ่งที่รับได้ นาฬิกาข้อมือประเภทนี้มักมาพร้อมกับสายหนังเรียบ ๆ สีพื้นหรือเป็นสายโลหะขัดเงา เรื่องความหนาเองนั้นไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับแล้วแต่ความชอบ แต่ก็จะดูแล้วไม่เยอะจนเกินไป หนาไม่เกิน 10 มม. นั้นเป็นอะไรที่กำลังพอดี ทั้งนี้ก็เพื่อให้เรือนเวลาสามารถแทรกตัวเข้าไปใต้แขนเสื้อเชิ้ตได้ ส่วนความกว้างของตัวเรือนปกติมักไม่เกิน 40 มม. ด้านสมบัติข้ออื่น ๆ เช่น การกันน้ำจะไม่ค่อยเน้นซักเท่าไร อาจเพียงแค่ 10 เมตรเพื่อให้ตอบโจทย์แค่พอผ่าน ๆ น้ำได้ตอนล้างมือ แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานตามชีวิตประจำวันได้

2. Sport Watch

RM 50-03 Tourbillon Split Seconds Chronograph Ultralight Mc Laren F1 | ©LWQP

ถ้าใส่นาฬิกาเรียบหรูในออฟฟิศออกมาลุยกิจกรรมข้างนอกหรือเล่นกีฬา ก็คงจะไม่เหมาะสมซักเท่าไรจากเรื่องความทนทานและความบอบบางของกลไก ดังนั้นนาฬิกาแนวสปอร์ต (อังกฤษ: sport watch) จะสามารถตอบโจทย์นี้ได้ โดยเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง มีคุณสมบัติกันน้ำจะอยู่ที่มาตรฐาน 100 ม. ฟังก์ชันที่เพิ่มขึ้นมาที่พบได้บ่อย ๆ เลยคือฟังก์ชันจับเวลาและการจับความเร็ว หรือ  Tachymeter  ความเรียบง่ายของการออกแบบจะน้อยลง มอบโอกาสสำหรับความแปลกใหม่ ไม่จำเป็นว่าจะต้องใส่ทำกิจกรรมลุย ๆ เสมอไป แทบทุกในโอกาสที่นาฬิกาสปอร์ตทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีในยามที่คุณท่องราตรีเช่นเดียวกับที่มันอยู่ใต้รัศมีของแสงแดดและความชื้น

Royal Oak Perpetual Calendar Black Ceramic | ©LWQP

3. Diver Watch

Luminor Submersible 1950 BMG-TECHTM 3 Days Automatic (PAM00692) | ©LWQP

มนุษย์ท้าทายพรมแดนใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา และหนึ่งในสิ่งที่เรายังไม่สามารถพิชิตได้สมบูรณ์นั้นคือ “มหาสมุทร” การสำรวจยังคงมีต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลาและดูท่าว่าจะไม่มีวันสำเร็จได้ในเร็ววัน นาฬิกาที่ช่วยให้การสำรวจเป็นความจริงคือนาฬิกาดำน้ำนั่นเอง โดยนาฬิกาประเภทนี้จะสมบุกสมบันอย่างมาก มาพร้อมสมบัติกันน้ำอย่างแท้จริง มีให้เลือกตั้งแต่ 100 เมตรขึ้นไปจนกระทั่งหลัก 11,000 ม. ซึ่งเป็นจุดที่ลึกที่สุดของโลกแล้วในปัจุบัน ฝาหลังส่วนมากเกือบร้อยทั้งร้อยจะเป็นแบบฝาหลังขันเกลียวและทึบปิดสนิทไม่มีการโชว์กลไก น้ำหนักสำหรับนาฬิกาชนิดนี้อาจจะมากและมีความใหญ่กว่าปกติซักหน่อยแต่ก็มีการเลือกใช้วัสดุอื่นเข้ามาลดจุดอ่อนตรงนี้ได้บ้างแล้ว เช่น ไทเทเนียม ตัวขอบนาฬิกาสามารถหมุนได้ในทิศทางเดียวเพื่อใช้สำหรับจับเวลาในการดำน้ำ (หมุนได้ทิศทางเดียวก็เพราะให้ป้องกันการที่อาจไปปัดหรือเกี่ยวจนขอบหมุนไปจากจุดเดิมเกิดการคลาดเคลื่อนได้) นอกจากขอบนาฬิกาที่เป็นลักษณะเด่น แล้วก็มีเรื่องพรายน้ำของนาฬิกาชนิดนี้ที่จะสว่างไสวเป็นพิเศษ จงอย่าลืมว่าโลกใต้สมุทรนั้นมืดมิดเพียงใด เพียงแค่ 80 เมตรก็เหลือแสงไม่มากแล้ว ปัจจุบันเราสามารถเห็นนาฬิกาแบบนี้ได้ทั่วไปโดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นนักดำน้ำมืออาชีพหรืออย่างไร บางครั้งบางคราวมันก็อยู่ก่ำกึ่งกับ sport watch ได้เหมือนกัน

[4] PAM00424 กับหน้าปัดแคลิฟอร์เนีย
PAM00424 กับหน้าปัดแคลิฟอร์เนีย

4. Aviator Watch

นาฬิกานักบิน (อังกฤษ: Aviator Watch) เป็นนาฬิกาที่ถูกออกแบบสำหรับการสงครามบนน่านฟ้าโดยเฉพาะ ก่อนยุคที่เราจะมีระบบนำร่องอัตโนมัติหรือ GPS ที่เรารู้จักกัน การคำนวณเส้นทางการบินนั้นจะต้องอาศัยกระดาษและดินสอ และฟังก์ชั่นที่สำคัญของนาฬิกานักบินที่ช่วยให้การคำนวณต่างๆแม่นยำขึ้นคือ “Fly Back” ซึ่งจะไม่ต้องกดปุ่มจับเวลาเพื่อ start-stop-restart แต่เป็นการ start และ restart ได้เลย เมื่อบินอยู่ด้วยความเร็วสูง เวลาไม่กี่วินาทีอาจจะหมายถึงเส้นทางหลายสิบกิโล

นาฬิกา Breguet Type XX
นาฬิกา Breguet Type XX

นอกจากฟังก์ชั่น Fly Back แล้วนาฬิกานักบินก็อาจจะมีการออกแบบที่ทำให้สังเกตุเวลาได้ง่าย เพราะในการในความเร็วสูง จะทำให้การมองเห็นหรือการอ่านเวลาเป็นไปได้ยากเนื่องจากระบบไหลเวียนเลือดที่ผิดปกติเนื่องจากแรง G ดังนั้นหน้าปัดของนาฬิกานักบินจะต้องมีสัญลักษณ์บอกตำแหน่งเวลาที่เด่นชัดในตำแหน่ง 12 นาฬิกา ทำให้นักบินสามารถอ่านและทราบเวลาได้อย่างรวดเร็ว และนาฬิกาบางยี่ห้อก็ยังเพิ่มขนาดของเม็ดมะยม ทำให้การเปลี่ยนเวลาเมื่อใส่ถุงมือนั้นง่ายขึ้น

นาฬิกา B-Uhr ของ A. Lange & Söhne ในพิพิธภัณฑ์นาฬิกาเมือง Glashütte
นาฬิกา B-Uhr ของ A. Lange & Söhne ในพิพิธภัณฑ์นาฬิกาเมือง Glashütte

5. Fashion Watch

นาฬิกาแฟชั่น (อังกฤษ: Fashion Watch) เป็นประเภทนาฬิกาที่เปลี่ยนไปตามแนวทางแฟชั่นในช่วงเวลานั้นๆ และนาฬิกาแฟชั่นไม่ให้เลือกซื้อได้ทุกช่วงราคา

นาฬิกาแฟชั่นส่วนใหญ่จะเป็นการเพิ่มเติมจาก กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า ฯลฯ ไม่ได้เน้นขายกลไก แต่เน้นความลงตัวกับเสื้อผ้าและอุปกรณ์แต่งตัวต่างๆ ซึ่งไม่ได้มีมูลค่าในเชิงลงทุนเหมือนนาฬิกาหรูราคาแพงต่างๆ แต่สำหรับผู้ที่หลงไหลแฟชั่นและการแต่งตัว นาฬิกาแฟชั่นถือว่าเป็นทางเลือกอันดับต้น ๆ ในการตัดสินใจซื้อนาฬิกาก็ไม่ผิดอะไรนัก

Daniel Wellington Classic Black | © Ukrit Vanagosoom
Daniel Wellington Classic Black | © Ukrit Vanagosoom

6. Retro Watch

นาฬิกาย้อนยุค (อังกฤษ: Retro Watch) สามารถอยู่ในส่วนของนาฬิกาหรู หรือนาฬิกาแฟชั่นก็ได้ เพราะจุดขายสำคัญคือ “ย้อนยุค” เช่นนาฬิกา Vintage ต่างๆที่เป็นของเก่าจริง หรือว่าเป็นนาฬิกาใหม่แต่ถูกออกแบบให้เหมือนกับนาฬิกาสมัยก่อน จะเน้นเรื่องของประวัติศาสตร์มากกว่าเทคโนโลยีทางกลไก แต่ถ้าเป็นนาฬิกาแนวย้อนยุคที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และมีกลไกชั้นยอดอยู่ด้วยนั้น เรียกได้ว่าเป็นนาฬิกาที่ครบเครื่องและราคาสูงแน่นอน

Montblanc 1858 Chronograph Tachymeter Limited Edition | ©LWQP

สำหรับผู้อ่านของเราที่ยังไม่ทราบข่าว ตอนนี้ LWQP ได้เพิ่มทางเลือกใหม่ โดยเราได้พัฒนาระบบให้ Facebook Messenger ของ LWQP สามารถค้นหารีวิวโดยแบ่งตามประเภทได้อย่างน่าอัศจรรย์ รวมถึงการติดตามข่าวสารผ่าน Facebook Messenger ที่รวดเร็ว เพียงแค่เข้าไปที่ https://m.me/lwqpwatch แล้วเขียนทักทายว่า “สวัสดี” เท่านี้ผู้ช่วยอิเล็กทรอนิกส์ของเราจะพาผู้อ่านของเราไปรู้จักระบบใหม่ครับ