รีวิว – Omega Milestone 1941

LWT นั้นค่อนข้างชื่นชอบในประวัติศาสตร์และการใช้งานจริงของนาฬิกาเป็นพิเศษ ผมจึงอยากแนะนำให้รู้จักกับเรือนเวลาอีกหนึ่งรุ่นที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงนักอย่าง “Omega Milestone 1941” ซึ่งเป็นหนึ่งใน Museum Collection ที่นำนาฬิกา Omega Ref. CK2080 ซึ่งออกขายในปี 1938 มาปรับใช้ ซึ่งบรรยากาศในช่วงนั้นบรรยากาศในยุโรปค่อนข้างตึงเครียดจากปัญหาข้อพิพาทเรื่องชายแดนกับเยอรมัน ประเทศต่างๆ เริ่มเพิ่มกำลังพลเพื่อเตรียมรับกับสงครามใหญ่ซึ่งจะเกิดขึ้นในอีก 1 ปีถัดมา นาฬิการุ่น Ref. CK2080 เองก็เป็นนาฬิกาที่มีส่วนร่วมในการสร้างประวัติศาสตร์เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่สอง

สำหรับรุ่น Milestone 1941 ทาง Omega ได้ใช้ตัวเรือนที่ทำจากทองขาวหรือ white gold และมีฟังก์ชั่น Chronograph, Tachymeter และ Telemeter ตามแบบรุ่นต้นฉบับ ซึ่งเป็นหนึ่งในนาฬิกาทหารที่เข้าใกล้คำว่า “สมบูรณ์แบบ” ซึ่งทาง LWT ได้สะดุดตากับนาฬิกาเรือนนี้เมื่อครั้งที่เราไปเข้าเยี่ยมชมบูติกของ Omega ที่ศูนย์การค้า The Emporium ด้วยเหตุผลนี้ทาง LWT จึงไม่รอช้า หยิบกล้องและขออนุญาตทาง Omega เพื่อเข้าไปถ่ายรูปทำรีวิวให้กับผู้อ่านของเราได้สัมผัสมุมมองที่เรามีต่อนาฬิกาเรือนนี้กัน

vergleich

หลักการทำงานของ Telemeter นั้นคือใช้วัดระยะทางระหว่างตัวเรากับอีกสิ่งหนึ่งได้ โดยจะจับเวลาการเดินทางของเสียงที่อิงกับแสง เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายผมจึงทำรูปเส้นทางการเดินทางของแสงและเสียง (ดูรูปภาพด้านล่าง) เมื่อเกิดการระเบิด ผู้สังเกตการณ์คือหนุ่มแว่นดำของเราจะเห็นแสงสว่างและเขาจะเริ่มจับเวลาโดยกดปุ่ม start (ดูรูปบน) หลังจากจับเวลาแล้วเมื่อหนุ่มแว่นดำได้ยินเสียงระเบิดเขาจะต้องกดปุ่ม stop เพื่อจับเวลาการเดินทางของเสียงหลังจากที่เห็นแสง เมื่อเราอ่านเข็มสเกลของ Telemeter บนนาฬิกาจะสามารถทำให้บอกได้ว่าเป้าหมายหรือจุดที่เกิดระเบิดห่างจากเราไปกี่กิโลเมตร (อ่านค่าบอกได้สูงสุด 20 กม.) ตรงนี้ทำให้ทหารสามารถไปปรับใช้ได้ในการหาระยะห่างที่ตั้งฐานปืนของข้าศึกซึ่งเวลายิงแต่ละนัดจะทำให้เกิดควันปืนหรือแสงวาบขึ้น

SOUND_1

แน่นอนว่าหากจะหาต้นฉบับมาสะสมก็คงจะยากไปซะหน่อย Milestone 1941 จึงเป็นตัวเลือกน่าสนใจไม่น้อย ตัวเรือนทรงกลม white gold ขนาด 38 มม. นี้บรรจุกลไกไขลานด้วยมือ Omega Caliber 3203 เป็นหัวใจสูบฉีด มันสามารถสำรองพลังงานได้ 55 ชม. และผ่านการรับรองจาก COSC ตามมาตรฐานของนาฬิกา Chronometer ใช้ระบบ Co-Axial Escapement ซึ่งช่วยยืดอายุตัวกลไกได้มาก จนไม่ต้องส่งเช็คสภาพหรือซ่อมบำรุงบ่อยเท่านาฬิกากลไกปกติ ขานาฬิกาแบบ 3 แฉกอาจดูจะแปลกตาไปบ้างแต่ความโค้งของมันทำให้เข้าข้อได้อย่างดีไม่มีการกางแต่อย่างใดแม้จะเป็นข้อมือเล็ก ๆ ก็ตามที

omega_3

omega_6

เข็มใช้ทรง Cathedrale แต่งแต้มด้วยพรายน้ำ Super-LumiNova® สีขาว หน้าปัดแลคเกอร์สีดำขลับเช่นเดียวกับสีของสายหนังจระเข้ที่ให้มา ฝาหลังเป็นแบบทึบสลักบอกรุ่นและรหัสประจำตัวว่าเป็นเรือนที่เท่าไร สามารถกันน้ำได้ 50 เมตร เพียงพอที่จะใช้ในชีวิตประจำวันได้สบาย ๆ บนหน้าปัดมีขีดสเกลบอกฟังก์ชัน Tachymeter และ Telemeter เนื่องจากเป็นนาฬิกาจับเวลา (สูงสุด 30 นาที) และหน้ายุ่งพอตัวแล้ว เข็มวินาทีแบบ small seconds จึงถูกนำมาใช้ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา (ที่ 3 นาฬิกาเป็นของฟังก์ชันจับเวลา) ผลิตจำนวนจำกัดที่ 1941 เรือนทั่วโลกเพื่อให้เข้ากับชื่อรุ่น “Milestone 1941” หลังจากอ่านแล้ว ผู้อ่านคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับนาฬิการุ่นพิเศษของโอเมก้าเรือนนี้ สามารถแสดงความคิดเห็นที่ช่อง facebook comment ได้โดยตรงด้านล่าง หรือเขียนมาพูดคุยกับเราได้ที่ LINE: @lwtclub ได้เลยครับ

omega_1

omega_4

รูปภาพประกอบ (ยกเว้นรูปนาฬิกา): Banner vector designed by Freepik