ตำนานแห่งเรือนเวลาและตุ๊กตากลของ Jaquet Droz

ลังจากฝึกปรนฝีมือ ช่างนาฬิกาวัย 17 ปี เลือดสวิสนาม ปิแอร์ ฌาแกต์-โดร (Pierre Jaquet-Droz) เริ่มตั้ง Workshop ของเค้าเองในเมือง ลา โชซ์-เดอ-ฟองด์ (La Chaux-de-Fonds) โดยตัวงานเน้นที่การนำธรรมชาติเข้ามาผสมผสานกับนาฬิกา ลูกเล่นสำคัญที่เค้านำมาใส่นอกจากงานศิลปะแล้วยังนำตุ๊กตาตัวเล็ก ๆ และกล่องดนตรีจิ๋วเข้ามาประกอบ สร้างความประทับใจแก่ผู้ที่ได้ยล นี่จะเป็นก้าวแรกของเค้าในการนำไปสู่อีกนามหนึ่งที่เป็นที่จดจำตลอดกาลของวงการนาฬิกา

Courtesy of Jaquet Droz
ฟาร์มครอบครัว Jaquet Droz ที่ ลา โชซ์-เดอ-ฟองด์
Courtesy of Jaquet Droz
การเดินทางของ Jaquet Droz

รอนแรมออกจากหุบเขาสลับซับซ้อนของสวิสเซอร์แลนด์มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตกตามคำแนะนำของผู้ว่าการรัฐเนอชาเตล (Neuchâtel) คณะของ Jaquet-Droz มาถึงท้องพระโรงของราชวังสเปนพร้อมกับนาฬิกาล้ำค่า 6 เรือนเพื่อเสนอผลงานแก่กษัตริย์เฟอร์ดินานด์ที่ 6 หนึ่งในนั้นสร้างประสบการณ์อันยากที่จะลืมเลือนให้กับเหล่าเลือดขัตติยา นาฬิกานั้นขัดแต่งทางเป็นตุ๊กตาคนเลี้ยงแกะเป่าฟลูตและสุนัขอีกหนึ่งตัวที่คอยเฝ้าตะกร้าผลแอปเปิ้ล เมื่อกษัตริย์เฟอร์ดินานด์ลองแกล้งเอื้อมหยิบแอปเปิ้ล สุนัขกลก็เริ่มทำหน้าที่ของมันทันทีด้วยการกระโจนออกมาและส่งเสียงเห่าปกป้องทรัพย์ของเจ้านายราวกับมีจิตวิญญาณ ความโกลาหลเกิดขึ้นทันทีในท้องพระโรงเพราะกลัวจะเป็นเล่ห์ของมนต์ดำ ไม่นานก็เหลือเพียงรัฐมนตรีกระทรวงกองทัพเรือและกษัตริย์สเปนที่ยังวัดใจอยู่ต่อ รมต.สเปนได้ลองเอ่ยถามเวลากับนาฬิกาดูแต่ก็ไร้เสียงตอบไมตรี ทาง Jaquet-Droz จึงหันไปทูลขอให้กษัตริย์สเปนตรัสถามเรือนเวลาเป็นภาษาฝรั่งเศสแทน เพราะเกรงว่านาฬิกาของข้าพระองค์จะฟังภาษาสเปนได้ไม่ชัดแจ้งนัก และแล้วช่างนาฬิกาสวิสรายนี้ก็ทำให้รมต.เตลิดไปอีกรายเมื่อคนเลี้ยงแกะสามารถเอ่ยขับขานปากบอกเวลาได้ แต่ทำไปทำมาก็เกือบจะโดนจับในข้อหาเล่นคุณไสย์ Jaquet-Droz จึงได้เชิญโหรหลวงมาแล้วเปิดกลไกด้านในให้ดูกันว่านี่คือผลผลิตทางวิศวกรรมแท้ ๆ นาฬิกาทุกเรือนที่ขนมาจึงถูกราชสำนักสเปนซื้อด้วยความไม่ลังเล

Courtesy of Jaquet Droz
การนำเสนอตุ๊กตากล Humanoid Automata ของ Jaquet Droz

คำจำกัดความของบุรุษ Jaquet-Droz นั้นอาจมีหลายนาม “ช่างนาฬิกา” “ช่างตุ๊กตากล” แน่นอนว่าที่ขาดไม่ได้ ต้องรวมคำว่า “อัจฉริยะ” เข้าไปด้วย ในปี 1773 ตัวเค้าและบุตรชายได้เปิดตัว Humanoid Automata ซึ่งประกอบด้วยตุ๊กตากล 3 ตัว นั่นคือ “เด็กน้อยนักอักษร” (Writer), เด็กน้อยนักร่าง (Draughtsman) และสตรีนักออร์แกน (Musician) แม้ว่าตุ๊กตากลทั้ง 3 พี่น้องนี้จะถูกสร้างมาเพื่อใช้เป็นหุ่นโฆษณาทางการค้า  แต่ความตื่นตะลึงและความฉงนสงสัยก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุดในตัวผู้ที่ได้ยล จริงหรือที่มนุษย์สามารถสร้างกลไกอันสลับซับซ้อนขนาดนี้ได้ นี่คือการเลียนล้อกับอำนาจแห่งการบันดาลชีวิตของพระเจ้า ตุ๊กตากล Writer พร้อมปากกาขนห่านสามารถเขียนได้ยาวถึง 40 ตัวอักษรแล้วแต่จะตั้งว่าต้องการประโยคอะไร ดวงตาของหุ่นขยับตามข้อความที่เขียนราวกับมีชีวิต ต่อมาคือ Draughtsman พร้อมมือน้อยที่กุมดินสออยู่นั้นก็วาดภาพได้ 4 แบบ คือ ภาพสุนัขพร้อมคำกำกับเล็ก ๆ ว่า “Mon toutou” (สุนัขของฉัน), ภาพพระพักตร์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15, ภาพพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารี อ็องตัวแน็ต สุดท้ายคือภาพรถเทียมผีเสื้อของคิวปิด (Cupid) สุดท้าย Musician พี่สาวคนโต สตรีผมบลอนด์ในชุดลูกไม้สีฟ้ารายนี้สามารถเล่นออร์แกนได้แท้จริง ไม่ใช่การอัดเสียงหรือหมุนกล่องดนตรีตามแต่อย่างใด โน้ตแต่ละตัวถูกบรรจงกดด้วยตัวของหุ่นตามที่ถูกตั้งไว้ ร่างกายมีการขยับเลียนแบบมนุษย์ ทั้งจังหวะการหายใจ ดวงตาและศรีษะ ทั้งหมดนี่ต้องขอบคุณสมองของ Jaquet-Droz และบุตร (Henri-Louis) ที่สามารถใช้พลังวิศวกรรมของยุคศตวรรษที่ 18 มาผลิตสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นจุดกำเนิดของ ‘คอมพิวเตอร์’ ได้

Courtesy of Jaquet Droz
Pierre และ Henri-Louis Jaquet-Droz

คล้ายกับช่างนาฬิกาทั่วไปในยุคนั้น จีนเองก็นับว่าเป็นตลาดที่น่าจับตามอง นาฬิกาที่จะส่งไปยังตะวันออกไกลนั้นต้องผ่านนายหน้าในกรุงลอนดอนทอดหนึ่งก่อนเสมอ ทาง Jaquet-Droz จึงได้ตั้ง Workshop แห่งที่สองขึ้นที่นี่เพื่อให้ง่ายต่อการผลิตและขนส่ง ดูแลโดยบุตรบุญธรรมและศิษย์รักนาม Jean-Frédéric Leschot เพียงไม่นานชื่อของ Jaquet-Droz ก็ได้ยินไปถึงพระกรรณของจักรพรรดิเฉียนหลงและกลายเป็นนาฬิกาเจ้าแรกที่ได้รับเกียรติเยื้องย่างกรายเข้าไปให้ทอดพระเนตร ณ วังต้องห้าม (Forbidden City) [จวบจนปัจจุบันทางรัฐบาลจีนยังคงจัดแสดง เก็บรักษา collection นาฬิกาและตุ๊กตากลของ Jaquet-Droz นี้ไว้ในพิพิธภัณฑ์อยู่]

Courtesty of Jaquet Droz
นาฬิกาพก Jaquet Droz

แม้ในวัยเหยียบ 63 จิตวิญญาณของ Jaquet-Droz ยังคงคุกรุ่นอยู่มิเปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุผลเรื่องสภาพอากาศอันย่ำแย่ของเมืองหลวงอังกฤษและความกันดารเมือง La Chaux-de-Fonds นั้นส่งผลร้ายต่อสุขภาพบุตรชาย (Henri-Louis) ทำให้ ‘นักประดิษฐ์’ ผู้นี้เบนเข็มเริ่มตั้งโรงงานฝีมือในเมือง เจนีวา (Geneva) เป็นโรงงานแรกร่วมกับ Leschot โดยเน้นแต่การผลิตงานชั้นสูงเท่านั้น โรงงานของเค้ามีส่วนทำให้บรรดาสรรพวิชาในการทำหน้าปัดต่าง ๆ ซึ่งเกือบจะเลือนหายจากยุคมืดรอดเร้นการถูกกลืนมาได้จนได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติจากเมือง

Courtesty of Jaquet Droz
Jaquet Droz Singing Bird Cage

เหมือนชะตาฟ้ากลั่นแกล้ง แม้บริษัทจะผลิตสินค้าชั้นยอดออกมาทั้งนาฬิกาที่ผสมลูกเล่นหุ่นกล, กรงสกุนากลขับขาน (Singing Bird Cage) ฯ และทำเม็ดเงินได้มหาศาล บรรยากาศในยุโรปเองนั้นกลับไม่ค่อยสู้ดีนักจากเมล็ดพันธุ์แห่งการปฏิวัติที่สุกงอมเต็มที่ในฝรั่งเศสจนเริ่มเกิดการปฏิวัติ การค้าในจีนก็เกิดปัญหาการเบี้ยวหนี้ บริษัทในลอนดอนเองก็ไปไม่รอด สังขารของอัจฉริยะชาวสวิสรายนี้ก็ร่วงโรย ในที่สุด โลกต้องสูญเสียบุคคลผู้ยิ่งใหญ่นี้ไปในปี 1790 ณ เมืองเบียน (Bienne) ตามด้วยข่าวร้ายที่สองเมื่อ Henri-Louis เองก็จากไปอีกรายในปีถัดไป ทิ้งให้ Leschot ต้องสู้เพียงลำพังซึ่งก็ทำต่อได้เพียงอีกแค่ 10 กว่าปีก็ต้องปิดตัวลง สาเหตุหลัก ๆ คือสภาพการเมืองโลกที่ขาดกำลังซื้อจากเหล่าชนชั้นสูงซึ่งในตอนนั้นล้วนแต่การลงทัณฑ์ด้วยรอยกิโยตินจากประชาชนผู้เกรี้ยวกราด

ชื่อ Jaquet Droz ได้ถูกชุบกลับมาอีกครั้งในปี 2000 โดยเป็นหนึ่งในบริษัทแนวหน้าของกลุ่ม Swatch Group ที่สร้างนาฬิกาโดยนำแนวคิดแห่งสุดยอดกลไกในอดีตมารวมกับการออกแบบที่สวยงามและเรียบง่าย เพื่อสืบทอดแนวคิดและจินตนาการทางด้านกลไกเรือนเวลาจากอดีตสู่ปัจจุบันน่าจับตามองอย่างยิ่งว่าแบรนด์นี้จะสามารถพัฒนาได้ไปถึงระดับที่เกือบเทียบเคียง “พระเจ้า” แบบในอดีตได้อีกครั้งหรือไม่เมื่ออยู่ในมือสกุลฮาเยค (Hayek) ที่เคยพานาฬิกาสวิสรอดพ้นกระแสนาฬิกา Quartz มาแล้ว

อ้างอิง

  1. The extraordinary history of Jaquet Droz Jaquet Droz Corporate Movie [Video]. 2011 [cited 2016/4/1]
  2. Norma Buchanan. The Man Behind The Brand: Piere Jaquet-Droz. 2010.WatchTime [cited 2016/4/1]

เครดิตภาพ

Photos: Courtesy of Jaquet Droz