รีวิว – Breitling Avenger Blackbird

หากจะถามว่าแบรนด์อะไรที่นำเสนอตนเองด้านการบินได้เยี่ยมที่สุด LWT น่าจะผิดมากหากไม่กล่วถึงแบรนด์ที่มีหมู่บินผาดแผลงพลเรือนนามกระเดื่องอย่าง Breitling Jet Team เป็นของตัวเอง ใช่ครับ เพราะพวกเค้าคือ “Breitling” ทางเราจึงขอเอานาฬิกา Breitling Avenger Blackbird ขึ้นมาเขียนรีวิวตามโพลที่ทางทีมงานเคยสอบถามผู้อ่านว่าอยากเห็นเรือนไหนไปเมื่อไม่นานมานี้ครับ

blackbird_2

“Blackbird” (วิหคดำ) ชื่อเดียวกับเครื่องบินจารกรรมจากบริษัท Lockheed หรือชื่อเป็นทางการว่า “SR-71” เจ้าของสถิติเครื่องบินใช้นักบินที่เร็วที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบงันจากทั้งเสียงและการพรางตัวด้วยสารเคลือบดูดกลืนการสะท้อนของเรดาห์ ลำตัวทำจากไทเทเนียม (Titanium) แกร่งทนรับสภาวะสุดขั้วตามที่วิหคดำบินอยู่ มันสามารถไต่ระดับได้แตะสุดขอบโลก ที่ที่เพียงแค่ยกเอื้อมมือขึ้นไปก็ราวที่จะหยิบดวงดาวไว้ในมือได้

SR-71 Air Force Photo โดย SDASM Archives / Public Domain
SR-71 Air Force Photo โดย SDASM Archives

ชื่อ Blackbird ถูกแบรนด์หยิบยกมาใช้ครั้งแรกในปี 1996 มาพร้อมตัวเรือนขัดด้านและวางไว้ให้เป็นนาฬิกาจับเวลา 3 หน้าปัดย่อย ทาง LWT คิดว่า Breitling ตอนนั้นยังทำได้ไม่สุดมากเท่าไรและในปัจจุบันคงหามาครองหรือรีวิวยากเสียหน่อย แต่ไม่ต้องกังวลเพราะมี Breitling Avenger Blackbird รุ่นใหม่ที่ LWT ยังหาได้ในบูติกครับ

blackbird

blackbird_6

เราขอเปิดด้วยเรื่องตัวเรือนจากไทเทเนียมแบบเดียวกับ SR-71 ที่แบรนด์เลือกใช้ การใช้วัสดุชนิดนี้ทำให้น้ำหนักโดยรวมที่เบาเมื่อเทียบกับนาฬิกาปกติที่ทำจากสแตนเลส น้ำหนักทั้งหมดของตัวเรือนจึงอยู่แค่ไม่ถึงหนึ่งร้อยกรัมดี (99.10 g) หลังจากลองใส่ดูแล้วเราแทบจะลืมไปเลยว่ามีมันบนข้อมาด้วย (แต่ไม่ใช่ว่าหันมาแล้วนาฬิกาหายไปจริง ๆ นะครับ ฮ่าฮ่า) ตัวเรือนสีดำด้านทำให้เห็นว่ายังไม่ทิ้งลายจากการเอาชื่อรุ่นมาใช้ให้สมกับสารเคลือบต้านเรดาห์ของเครื่องบิน Blackbird ฝาหลังขันเกลียวให้สมบัติกันน้ำที่น่าประทับใจที่ 300 เมตร ด้านหลังสลักเป็นหน่วยปริมาณน้ำมันหลากหลายเท่าที่ใช้ในปัจจุบัน มีทั้งแกลลอนสหรัฐฯ, แกลลอนอังกฤษ, ลิตร, ปอนด์, กิโลกรัม โดยทาง Breitling ได้โยงเส้นพร้อมระบุตัวเลขที่ใช้คูณสำหรับการแปลงหน่วยไว้ด้วย เช่นคู่ GAL UK – 1.2- US GAL : น้ำมัน 1 แกลลอนอังกฤษจะเท่ากับน้ำมัน 1.2 แกลลอนสหรัฐฯ นั่นเอง คนปกติอาจจะไม่ค่อยได้ใช้เกณฑ์เหล่านี้เท่าไร แต่ LWT คิดว่านี่อาจจะเอามาล้อกับเรื่องเจ้า Blackbird ที่ต้องเติมเชื้อเพลิงบ่อยจากการบินไกลและต้องใช้เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศที่ดัดแปลงมาเป็นพิเศษช่วย ตัวเรือนขนาด 48 มม. จัดว่าค่อนข้างใหญ่พอตัว LWT จึงอยากขอให้ไปลองทาบตัวจริงที่บูติกก่อนเพื่อดูว่าเหมาะสมกับตัวเองรึเปล่านะครับ

blackbird_4

blackbird_7

ขอบ bezel ของเจ้าวิหคดำตัวนี้ก็มีฟังก์ชันที่น่าพูดถึงและเป็นเอกลักษณ์อยู่ครับ อย่างแรกเลยคือ Rider tabs ที่ขอบตำแหน่ง 12 3 6 9 นาฬิกา จะสังเกตว่าขอบนูนขึ้นมากว่าปกติ ย้อนเรื่องราวไปได้คือทางอดีต CEO ของแบรนด์ชื่อ Ernest Schneider ได้ออกแบบฟังก์ชันนี้ไว้ในปี 1982 โดย tab ในตัว Blackbird ที่นูนขึ้นนี้ทำหน้าที่เน้นตัวเลขที่หลักทั้งสี่ให้นูนขึ้นกว่าปกติจึงมองเห็นได้สะดวก (ตำแหน่ง 12 นาฬิกาจะเป็นแต้มจุดพรายน้ำ) แถมช่วยในการกันลื่นเมื่อจะหมุนขอบนาฬิกา ขอบมีการขันสกรูไว้โดยรอบเพื่อเสริมความแข็งแรงไม่ให้ bezel เลื่อนหลุดออกจากตัวเรือนได้ง่าย

blackbird_5

หน้าปัดพื้นสีดำ ใช้ขีดพรายน้ำสีวินเทจ เข็มทรงดินสอ ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกาใช้ ▽ แทนเพื่อให้จำแนกแล้วอ่านได้ง่ายในยามราตรี หน้าต่างวันที่ ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ปลายเข็มวินาทีแต้มสีแดงทำให้เตะตาพอสมควร ยืนยันความแม่นยำด้วยคำว่า “Chronometer Officiellement Certifie” บนหน้าปัด หัวใจสูบฉีด 28,888 vph ด้วยเครื่องกลไกอัตโนมัติ Calibre 17 ซึ่งทางแบรนด์ Breitling ได้ใช้กลไก ETA2824-2 มาทำการเปลี่ยนชุดปล่อยจักร (Escapement) จนสามารถแต่งความเที่ยงตรงผ่านการทดสอบมาตรฐานความเที่ยงตรงของ  COSC ความคาดเคลื่อนอยู่ที่ -4/+6 ต่อวัน สำรองพลังงานได้ประมาณ 40-42 ชั่วโมง เครื่องถือว่าไม่ได้โดดเด่นอะไรมากเท่ากับเรื่องความสวยกับประวัติครับ

blackbird_8

ถ้าหากใครกำลังตามหานาฬิกานักบินแนวสุดสปอร์ตในช่วงราคาระหว่าง 150,000 บาท – 200,000 บาท LWT เชื่อว่า Breitling Avenger Blackbird น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากได้แบรนด์ที่เป็นที่รู้จักแล้ว ยังได้กลไกคุณภาพสูง และตัวเรือนไทเทเนียม ที่จะทำให้ข้อมือของคุณเป็นจุดสนใจของคนรอบข้างอย่างแน่นอน

ติดตามบทความใหม่ ๆ พร้อมค้นหารีวิวที่ถูกใจ เพียงแค่สมัครสมาชิกผ่าน Facebook Messenger ของ LWQP เข้าไปที่ https://m.me/lwqpwatch แล้วเริ่มต้นการใช้งานได้ทันที!