รีวิว – IWC Chronograph Edition “Le Petit Prince”

เจ้าชายน้อย (Le Petit Prince) หนึ่งในผลงานของ อ็องตวน เดอ แซ็งแตกซูว์เปรี (Antoine de Saint-Exupéry) นักบิน นักเขียน บางคนบอกว่าเค้ากำลังคิดที่จะก้าวข้ามไปถึงศาสดาในผลงานเขียนชิ้นสุดท้าย ด้วยประสบการณ์จากในยุคบุกเบิกการบินทำให้ไม่ว่างานเรื่อง Courrier sud (ไปรษณีย์ใต้), Vol de nuit (เที่ยวบินกลางคืน) ก็เขียนได้อย่างเยี่ยม ผ่านปลายปากกาและสายตาที่เคยมองโลกจากเพดานบินนับพันเมตร

IWC_1

ผลงานที่ทาง IWC หยิบยกขึ้นมาทำในช่วงหลายปีมานี้คือซีรีส์ Le Petit Prince เช่นโดยในปีที่แล้วก็จะเป็นรุ่น “The Last Flight” (Ref. IW388004-6) ซึ่งใช้โทนสีน้ำตาลเป็นหลัก แต่ในปีนี้กระแสหน้าน้ำเงินกับดำค่อนข้างมาแรงเราจึงได้เห็นหน้าปัดสีน้ำเงินเข้ม (Midnight Blue) ในนาฬิกา Ref. 3777 เรือนนี้ครับ

IWC_5

ขอเริ่มด้วยหน้าปัดเช่นเคยครับ โดยยืนพื้น  IWC ใช้หน้าปัดสีน้ำเงินเข้ม (หากจะดูให้เข้ากันแล้ว สีนี้ก็ล้อกับสีผ้าคลุมของเจ้าชายน้อยได้เหมือนกัน)ทรงนักบิน Type A เป็นฐานในการออกแบบ ใส่หน้าปัดย่อยลงไป 3 วงสำหรับรองรับฟังก์ชันจับเวลา การใช้หน้าปัดทรงนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมของไลน์นี้ไปแล้วตั้งแต่ที่กระทรวงการบินเยอรมันกำหนดสเปคคร่าว ๆ ตั้งแต่ปี 1935 แกนกลางหน้าปัดมีเข็มนาฬิกาหลัก 2 เข็ม (นาทีและชั่วโมง) และเข็มวินาทีสำหรับจับเวลาอีก 1 เข็ม ที่สามนาฬิกามีชื่อแบรนด์ ช่องวันและวันที่อยู่ เลข 12 นาฬิกาจะถูกแทนที่ด้วยรูป △ พร้อมจุด 2 จุดข้างที่มุมบนสุด (จุดมุ่งหมายในอดีตคือเพื่อให้สามารถบอกทิศทางได้ทันทีที่มองและสามารถใช้เป็นนาฬิกาแดดเพื่อหาทิศเหนือจริงร่วมกับอุปกรณ์นำร่องอื่น ๆ)

IWC_2

IWC_3

สำหรับเรื่องของการจับเวลานอกจากเข็มวินาทีที่แกนกลางแล้วจะแสดงผ่านหน้าปัดย่อย 2 ที่ตำแหน่ง 6 และ 12 นาฬิกาโดยแสดงค่าจับเวลาหน่วยชั่วโมงและนาทีตามลำดับ ส่วนที่หน้าปัดย่อยตำแหน่ง 9 นาฬิกาจะเป็นเข็มวินาทีซึ่งหมุนตามเวลาปกติ มีความพยายามของ IWC ที่จะเล่นสีขับขึ้นมาให้เด่นด้วยพรายน้ำสีแดงให้อารมณ์วินเทจไปในตัวด้วย ตามความคิดเห็นแล้ว นี่ทำให้นาฬิกาเรือนนี้อ่านง่ายขึ้นเยอะพอตัว

IWC_6

ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขัดด้านตามประเพณี (นาฬิกานักบินควรจะเป็นสีโทนมืดหรือขัดด้านเพื่อลดแสงสะท้อนให้น้อยที่สุด) ข้างขวาตัวเรือนบริเวณ 2 นาฬิกาจะมีปุ่ม start/stop ให้กดจับเวลา ส่วนที่ตำแหน่ง 4 นาฬิกาเป็นปุ่ม reset ตามปกติ ด้านเม็ดมะยมไม่ได้ใหญ่กว่าปกติตามแบบนาฬิกานักบินในสมัยก่อนจึงใช้ในชีวิตประจำวันง่ายขึ้น ไม่ยากครับที่ตัวเรือนสูง 15 มม. จะผลุบซ่อนในแขนเสื้อเชิ้ตได้ ฝาหลังทึบสลักเป็นรูปเจ้าชายน้อย รูปเดียวกับที่แซงแต็กวาดไว้ในหน้าแรก ๆ ของหนังสือ น่าจะเป็นข้อดีด้วยเพราะกลไกที่นำมาใส่นั้นเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 30 มม. อาจมองไม่สมกับตัวเรือนที่ทำไว้ 43 มม. เท่าไรนัก กันน้ำได้ 60 ม. (6 bar) กระจกเป็นแซฟไฟร์ เคลือบสารกันสะท้อนแสงทั้งสองด้าน ผู้ใส่ต้องระวังมากขึ้นสำหรับการขีดข่วนกับสารเคลือบด้านนอก (แต่ตัวกระจกไม่เป็นอะไรนะ แซฟไฟร์ค่อนข้างปลอดภัยจากรอยเยอะพอสมควร) สมบัติข้อนี้แลกมาด้วยความสวยและการเห็นหน้าปัดได้ดีขึ้นครับ (เห็นผู้ใช้บางรายทำการขัดสารเคลือบชั้นนอกออก ตรงนี้แล้วแต่ศรัทธาเลยเนอะ)

IWC_7

กลไกใช้เป็น Calibre 79320 หัวใจนี้เต้นด้วยจังหวะระรัวนับได้ 28,800 vph ระบบขึ้นลานอัตโนมัติ (Automatic) สำรองพลังงานได 44 ชม. กลไกรุ่นนี้ใช้ ETA 7750 เป็นฐานดัดแปลงขึ้นมา (คุณอาจจะต้องจ่ายด้วยราคาที่สูงขึ้นกว่านี้เพื่อข้ามรุ่นไปหากลไกระดับ in-house) แต่สำหรับการใช้งานจริงนั้น LWT คิดว่านี่ก็ “เพียงพอ” สำหรับนาฬิกาในระดับนี้แล้ว อย่างแรก เครื่องตระกูลนี้ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นกลไกจับเวลาที่เยี่ยมยอดตั้งแต่ปี 1974 เราสามารถเห็นการใช้งานได้อย่างแพร่หลายในนาฬิการะดับสูง ทาง IWC เองก็ไม่ได้ซื้อเครื่องธรรมดาสำเร็จรูปมายัดใส่ตัวเรือนให้ กลไกที่ทางแบรนด์นำมาจะเป็นเกรด Chronometer ชิ้นส่วนต่าง ๆ จะถูกส่งมายังโรงงานของแบรนด์เพื่อควบคุมมาตรฐานเองด้ว หลาย ๆ ชิ้นส่วน IWC จะสั่งผลิตขึ้นใหม่เพื่อทดแทนของเดิมจาก ETA ที่ประเมินแล้วว่าสามารถส่งผลต่อความเที่ยงตรงได้ ตัวเรือนยังบุเหล็กอ่อนไว้ข้างในเพื่อให้ทนต่อสนามแม่เหล็กในชีวิตประจำวันได้ด้วย (ยังคงไม่แนะให้เอาไปวางท้านะครับ…)

IWC_4

จากกระแสความนิยมของนาฬิกาหน้าปัดสีน้ำเงิน และราคาค่าตัวที่ 194,000 บาท ทำให้ Ref. 3777 หน้าปัด midnight blue เป็นหนึ่งในนาฬิกานักบินของ IWC ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง และ LWT เชื่อว่าผู้อ่านท่านใดที่เป็นแฟนนาฬิกานักบินของ IWC อยู่แล้ว จะต้องหลงรักนาฬิกาเรือนนี้อย่างแน่นอน

สำหรับบทความรีวิวนี้ทาง LWT ขอขอบคุณ IWC และ บริษัท เพนดูลัม จำกัด ที่เปิดโอกาสให้ทางทีมงานเข้าไปศึกษาและถ่ายรูปนาฬิกาเพื่อนำมาทำรีวิว ผู้อ่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโดยตรงกับทางบูติกของ IWC สาขาสยามพารากอนได้ที่เบอร์ 02 610 9466