เรือนเดียวในโลก IWC “Le Petit Prince” Unique Piece

าฬิกาที่นับว่าทำให้ LWT หันคอตามตั้งแต่แรกพบมีไม่มาก แต่หนึ่งในนั้นมีชื่อของ IWC Double Chronograph Edition “Le Petit Prince” Unique Piece อยู่ครับ นี่คือดาวเด่นประจำงาน Come Fly with Us ของทาง IWC ในวันที่ 29 มิถุนายน 59 ซึ่งเป็นงานอีเว้นท์นาฬิกาของแบรนด์ช่วงกลางปี LWT จึงไม่รอช้าเช่นเคย นำมารีวิวให้เข้าลึกถึงเรื่องราวพร้อมด้วยข้อมูลกลไกของนาฬิกาเรือนพิเศษที่ได้ชื่อว่า “Unique Piece” สำหรับผู้อ่านของ LWT ทุกท่าน

IWC_3

นาฬิกาที่เพิ่งเปิดตัวในไทยไปนี้คือรุ่น Double Chronograph ปกติซึ่งจะใช้ตัวเรือนทำจาก stainless steel (ผลิตจำนวนจำกัด 1,000 เรือน) ต่างจากตัวที่เรานำมาจากทองชาด (Red Gold) แทนซึ่งนอกจากจะเพิ่มความหรูแล้วก็อาจจะมีเรื่องน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาจากวัสดุประเภทนี้ซักเล็กน้อย สำหรับทองชาดนั้นทาง IWC ได้ผลิตออกมาเพียงแค่ “เรือนเดียว” สำหรับส่งงานประมูลของบริษัท Sotheby’s Genava ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2015 ผู้ที่ชนะการประมูลครั้งนี้คือคุณเดโช คารุคิน

คุณมณีรัตน์ หวังจงรักกุล (ซ้าย) และคุณเดโช คารุคิน (ขวา) ผู้เป็นเจ้าของนาฬิกาเรือนพิเศษนี้ | Photo by PENDULUM
คุณมณีรัตน์ หวังจงรักกุล (ซ้าย) และคุณเดโช คารุคิน (ขวา) | Photo by PENDULUM

โดยราคาที่ผู้ประมูลเคาะไปอยู่ที่ 47,500 สวิสฟรังก์ รายได้จากการประมูลนั้นถูกนำไปบริจาคให้กับศูนย์การฝึกสอนการประกอบอาหารและการบริการ หรือ เอชซีทีซี (Hospitality & Catering Training Centre – HCTC) ที่อำเภอแม่สอดนี่เอง ตามวลีเด็ดจากหนังสือว่า “สิ่งที่วิจิตรที่สุดในโลกไม่อาจเห็นหรือสัมผัสได้ แต่มันจะถูกรู้สึกได้ด้วยหัวใจ” (The Most Beautiful Things in the World cannot be seen or touched They felt with the Heart) – ข้อมูลเพิ่มเติมอ่าน “IWC สนับสนุนโรงเรียนสำหรับเยาวชนไทยผู้ด้อยโอกาส”

IWC_2

สำหรับหัวใจที่สูบฉีดนาฬิาเรือนนี้คือ Calibre 79420 กลไกขึ้นลานอัตโนมัติที่มาพร้อมฟังก์ชันวันที่, โครโนกราฟ (Chronograph) แบบเข็มวินาทีแยก (Split Second) ทำให้ผู้ใช้งานสามารถจับเวลาได้ 2 ค่าต่อเนื่อง เมื่อเรากดปุ่มที่ตำแหน่ง 2 นาฬิกาเข็มวินาทีที่แกนหลักทั้ง 2 เข็มจะออกตัววิ่งพร้อม ๆ กัน เมื่อเราต้องการบันทึกเวลาค่าแรกก็ทำได้เพียงกดปุ่มที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา เข็มวินาทีแรกจะหยุดให้เราอ่านค่า หากกดปุ่มที่ตำแหน่ง 2 นาฬิกาซ้ำอีกครั้งก็จะหยุดเข็มวินาทีย่อยที่สองให้หยุดลง เมื่ออ่านค่าเสร็จให้กดปุ่มที่ 10 นาฬิกาอีกครั้งเพื่อให้เข็มวินาทีย่อยทั้งสองเข็มกลับเข้ามาซ้อนเป็นเข็มเดียวกันอีกรอบหนึ่ง ผู้ใช้งานจึงอ่านเวลาได้ 2 ค่าเสมอโดยไม่ต้องเสียเวลาในการ reset ใหม่แต่อย่างใด

IWC_1

แต่เดิมกลไกนี้มีพื้นฐานมาจาก ETA 7750 ซึ่งหลาย ๆ คนจะเกิดข้อคลางใจกันว่า “คุ้มค่าหรือไม่?” จริง ๆ แล้ว LWT อยากอธิบายให้ได้ฟังกันว่าการใช้กลไก in-house จ๋านั้นเองก็ไม่ใช่ข้อดีเสมอไปจากเรื่องของค่าใช้จ่ายในการ service ที่สูงกว่าปกติพอสมควร เครื่องที่ IWC หรือแบรนด์ชั้นสูงอื่น ๆ นำมาใช้นั้นก็ถูกคัดเกรดและจับแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่กันอยู่หลายชิ้นส่วนเพื่อให้ได้รับความเที่ยงตรงสูงสุดเท่าที่จะทำได้กันอยู่แล้วเพื่อรักษาชื่อเสียง ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือข้อเสียเลย เพียงแต่กระแส in-house มันมาแรงขึ้นก็เท่านั้น กลไกบางประเภทที่คิดกันมาก็ดีในตัวอยู่แล้ว nothing more nothing less ตามครรลองครับ

IWC_6

Cal. 79420 ทั่วไป หากดูรุ่นที่ใช้ในอดีตจะเห็นหน้าต่างแสดงวันอยู่ด้วย หากแต่ถ้า IWC นำมาใส่บนนาฬิกาเรือนนี้ผมคิดว่าหากเอาอักษรโรมัน (Mon, Tue, …) เข้ามาปนก็จะดูรกจนเกินไปและไปดึงความสวยของหน้าปัดสีน้ำเงินเข้ม (Midnight Blue) ที่บรรจุรายละเอียดไว้ให้น้อยลง การที่ IWC ถอดวงวันออกแล้วนำวงดาว 7 ดวงซึ่งปรากฏในหนังสือเจ้าชายน้อยมาแทนซึ่งจะหมุนไปตามวันจึงเป็นการใช้สอยวัตถุดิบที่ฉลาดกว่าครับ หน้าปัดย่อยแต่งด้วยดาวลายเส้นจากภาพที่แซ็งแตก (SaintExupéry; ผู้เแต่งเจ้าชายน้อย) วาดไว้ในหนังสือเจ้าชายน้อยเช่นเดียวกับวงดาว

IWC_7

ฝาหลังเราจะเห็นเรื่องราวของดาว 7 ดวงที่เกี่ยวข้องตามท้องเรื่องของเจ้าชายน้อย

  1. The Rose – กุหลาบจากดาว B-612 ดาวเดียวกับเจ้าชายน้อย (บ้างวิเคราะห์กันว่านี่คือตัวแทนของภรรยาผู้เขียน, คอนซูเอโล)
  2. The Lamplighter – คนจุดตะเกียงผู้ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่แห่งดาว B-329 คิดถึงส่วนรวมก่อนเสมอแม้จะเหน็ดเหนื่อยเกินทน
  3. The Drunkard – คนขี้เมาแห่งดาว B-327 ผู้ดื่มเพื่อลืมความละอายที่ต้องกินเหล้า
  4. The King – ราชันย์แห่งหมู่ดาว พระองค์ได้บทเรียนเกี่ยวกับเรื่องอำนาจไปจากเจ้าชายน้อยมากทีเดียว
  5. The Geographer – นักภูมิศาสตร์แห่งดาว B-330 ผู้สอนเรื่องความไม่จีรัง ดาวดวงแรกที่ทำให้เจ้าชายน้อยเสียใจ
  6. The Bussinessman – นักธุรกิจแห่งดาว B-328 ผู้ยุ่งกับการนับดวงดาวทั้งหมดจนไม่มีเวลาแหงนหน้ามองสิ่งอื่น ๆ นอกจากกระดาษและโต๊ะ
  7. The Vain Man – ดาวแห่งคนหลงตัวเอง ผู้สอนให้รู้ถึงความชอบกลของความคิดผู้ใหญ่

IWC_8

สมบัติกันน้ำอยู่ที่ 60 เมตร เพียงพอสำหรับชีวิตประจำวัน เม็ดมะยมสลักตรา IWC การเพิ่มวงดาวเข้ามาแทนทำให้หวนนึกถึงการออกแบบของนาฬิกาต้นหน Type B ในช่วงสงครามโลก เลข 12 นาฬิกายังถูกแทนที่ด้วยสัญลักษณ์ △ เพื่อให้ใช้เป็นจุดสังเกตได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะเมื่ออยู่ในที่มืด เข็มทรงดาบและตัวเลขยังคงขนาดใหญ่สะใจ (พรายน้ำยังคงเป็นจาก Super-LumiNova® เจ้าเก่าประจำวงการ) ข้างในตัวเรือนบุเหล็กอ่อนเพื่อป้องกันอำนาจแม่เหล็กจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่จะรบกวนการทำงานของกลไกไว้ (อย่างไรก็ตามเรายังคงไม่แนะนำให้เอาไปวางท้านะเออ)

IWC_9

แม้จะหาตัว Red Gold ไม่ได้แต่ตัวปกติที่ผลิตออกมา 1,000 เรือนก็ทำให้ผมเชื่อว่าคงไม่ยากต่อแรงศรัทธาจนเกินไป สิ่งที่หยิบยกมาเล่นในเรื่องเจ้าชายน้อยและประวัติตัวของผู้เขียนอย่าง แซ็งแตก เองซึ่งเกี่ยวข้องกับการบินอย่างไม่อาจตัดขาดจากกันได้ จึงเป็นอย่างที่ได้บอกในตอนต้น Double Chronograph Edition “Le Petit Prince” เรือนนี้เป็นเรือนที่สาวกนาฬิกานักบินไม่ควรพลาดอย่างยิ่งครับ

สำหรับบทความรีวิวนี้ทาง LWT ขอขอบคุณ IWC และ บริษัท เพนดูลัม จำกัด ที่เปิดโอกาสให้ทางทีมงานเข้าไปศึกษาและถ่ายรูปนาฬิกาเพื่อนำมาทำรีวิว ผู้อ่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโดยตรงกับทางบูติกของ IWC สาขาสยามพารากอนได้ที่เบอร์ 02 610 9466