รีวิว – BVLGARI Diagono Magnesium Chronograph

ในช่วงหลัง ๆ เรามักจะเห็นการเติบโตของนาฬิกา Bulgari ที่ไม่ได้เป็นนาฬิกากระแสหลักอยู่บ้าง เนื่องจากความครบด้านของแบรนด์ที่มีทั้งเครื่องเพชร เครื่องหนัง น้ำหอม ฯลฯ ทำให้การเข้ามาสู่ตลาดนาฬิกาของ Bulgari นั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ทางแบรนด์ก็ได้มีพัฒนาการได้อย่างดีเยี่ยม จนเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่มีความเชี่ยวชาญครบด้าน หลังจากที่เราเคยได้รีวิวนาฬิกา Minute Repeater ของ Bulgari ไปแล้ว ในรีวิว LWQP ขอนำเสนอ Diagono Magnesium Chronograph ของแบรนด์ Bulgari (Bvlgari) ที่หยิบ “วัสดุศาสตร์” และ “เทคโนโลยี” มาใช้เพื่อนำเสนอนาฬิกาสปอร์ตที่หลายคนควรจับตามอง

bvl_5

bvl_6

ตัวเรือนขนาด 42.5 มม. นั้นประกอบด้วย 4 วัสดุ ชิ้นกลางทำจากแมกนีเซียม (Magnesium) ผสม โดยทาง Bulgari ได้ดึงจุดเด่นเรื่องน้ำหนักเบามาใข้ (เราจะเห็นลูกเล่นนี้ได้ใน ล้อแม็กของรถโดยคำว่า “แม็ก” กร่อนมาจาก แมกนีเซียม นั่นเอง) ขอบเบเซิล (Bezel) ทำจากเซรามิกสลักคำ “BVLGARI BVLGARI” การเล่นคำซ้ำแบบนี้จัดเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญที่อยู่คู่กับแบรนด์อิตาเลียนนี้มาตลอดตั้งแต่ปี 1977 การใช้วัสดุเซรามิกทำให้เราวางใจเรื่องรอยขนแมวไปได้มากพอสมควร ฝาหลังสีดำเป็นแบบขันน็อต ทำจากสแตนเลสผ่านการชุบเคลือบผิวแบบ PVD วัสดุสุดท้ายที่น่าสนใจคือโพลีเมอร์ PEEK (PolyEther Ether Ketone) ที่นำมาหุ้มตามขอบทำให้แน่นแนบไปกับสายยางที่แถมมาพอดี คุณสมบัติทนการเสียดสีของโพลีเมอร์นั้นจัดว่าดีเยี่ยม โดยเราสามารถพบเห็นการใช้ PEEK ได้จากทั้งในรถแข่งไปจนถึงยานอวกาศเลยทีเดียวเชียว

bvl_4

bvl_3

หน้าปัดตัว Diagono Magnesium Chronograph ที่เรานำมาวันนี้เป็นสีแดง (ยังมีหน้าน้ำเงินและหน้าขาวด้วย) โดยสีหน้าปัดกับสีตัวเรือนชิ้นแมกนีเซียมจะเป็นสีเดียวกันเสมอ ตรงนี้ทาง Bulgari ได้เพิ่มความสปอร์ตให้สูงขึ้นไปอีกนอกจากหน้าปัดย่อยสีดำสำหรับจับเวลาด้วยการเทคนิคเคลือบสีหน้าปัดด้วย Motor-Lac Coating

bvl_7

การใช้ Motor-Lac ได้ให้ลักษณะพื้นผิวหยาบที่คล้ายกับการพ่นทราย ซึ่งทาง Bulgari ไม่ได้กล่าวข้อมูลละเอียดในเรื่องของสี แต่จากการคาดเดาผมเห็นลักษณะพื้นผิวนั้นคล้ายกับช่วงตัวถังด้านล่างของรถยนต์ตอนผมนำรถ Volkswagen ไปเข้าศูนย์ จึงสังเกตุเห็นว่าตรงบริเวณตัวถังที่ด้านใต้ประตูนั้นจะมีลักษณะพื้นผิวที่คล้ายกับการลงสี Motor-Lac ของ Bvlgari ซึ่งน่าจะเป็นสีที่ใช้ไว้สำหรับการกันรอยขีดข่วนจากเศษหินบนพื้นถนน ไม่ให้เข้าไปขูดขีดตัวถังได้ง่าย จึงนำคำว่า Motor Lac ไปค้นหาในอินเตอร์เน็ต ก็จะพบสีที่ใช้ชื่อว่า Motor Lac ที่ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ Enamel Paint ซึ่งใช้สำหรับป้องกันรอยขีดข่วนบนรถแทรคเตอร์ต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเป็นที่มาของคำว่า “Motor-Lac” ที่ทาง Bulgari ใช้ก็เป็นได้

bvl_1

เข็มชั่วโมงและเข็มนาทีทรงดินสอบรรจุพรายน้ำ ด้วยความเงาของหน้าปัดและการที่บรรจุพรายน้ำไว้เพียงแค่ 2 เข็มหลักกับที่หัวเข็มวินาทีอาจจะทำให้อ่านเวลาไม่สะดวกเสียหน่อยสำหรับบางคน หน้าต่างบอกวันที่อยู่ระหว่างตำแหน่ง 4-5 นาฬิกา หน้าปัดย่อยสีดำทั้งสามนั้นสามารถอ่านจับเวลาได้ยาวนาน 12 ชม.

bvl_9

คำว่า “Diagono” ที่ถูก Bulgari นำมาใช้ตั้งแต่ปี 1988 นั้นเป็นคำที่บ่งบอกถึงประเภทของนาฬิกาอยู่แล้วเพราะมาจากรากคำว่า “agon” ของกรีกที่แปลว่า “ชิงชัย, ประกวด” ความ sport จึงต้องมาเต็มเป็นธรรมดา หัวใจของนาฬิกาเรือนนี้เป็นกลไกขึ้นลานอัตโนมัติรุ่น B130 ที่ดัดแปลงมาจากเครื่อง ETA2894 สำรองพลังงานได้สูงสุด 42 ชม. ในมุมมอง LWQP แล้วเจ้า Diagono เรือนนี้อาจไม่เด่นเรื่องกลไกแต่เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับคนที่เบื่อความจำเจในการเลือกซื้อนาฬิกา การใช้วัสดุทำได้อย่างฉลาดคุ้มค่า มุมมองการออกแบบทำได้น่าสนใจจนเรารู้สึกได้ถึงเลือดอิตาเลียนที่สูดฉีดภายในคำว่า swiss made บนหน้าปัดเลยล่ะครับ

bvl_red

bvl_blue

สำหรับ Bvlgari Diagono Magnesium Chronograph นั้นได้มีการวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว ด้วยราคา 189,000 บาท มีสองสีให้เลือกคือสีแดงและสีน้ำเงินฟ้า และสุดท้ายทีมงาน LWQP ต้องขอขอบคุณพี่ ๆ ทีมงานของบูติก BVLGARI ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ที่เปิดโอกาสให้เราเข้าไปศึกษาและถ่ายรูปนาฬิกากันอย่างเจาะลึก ถ้าหากผู้อ่านท่านใดเดินผ่านไปก็อย่าลืมเข้าไปชื่นชมเหล่าเรือนเวลาของ BVLGARI ได้นะครับ