รีวิว – Rolex Cosmograph Daytona Everose Gold

นาฬิกาที่มีฟังก์ชันจับเวลานั้นมีมากมายให้เลือกไม่หวาดไม่ไหวในวงการนาฬิกา แค่แบรนด์ Rolex เอง LWT เห็นก็ตาลายไปหมดแล้ว แต่เนื่องจากเรายังไม่เคยเอ่ยถึงไลน์ Cosmograph Daytona ให้ผู้อ่านได้ยินกันเลย เราจึงคัดเลือกเรือนงาม ๆ อย่าง Cosmograph Daytona Everose Gold Chocolate Dial เอามาให้ชมกันครับ

IMG_3646

Rolex เริ่มสร้างวัฒนธรรมนาฬิกา sport ของตนด้วยการนำคำว่า “Cosmograph” มาแต่งบนหน้าปัดเป็นครั้งแรกในปี 1963 แทนคำว่า Chronograph แต่นั่นก็เพื่อส่งไปทดสอบเพื่อแย่งเข้ารับเกียรติที่จะได้เป็นนาฬิกาข้อมือเรือนแรกที่ได้ไปเยือนผิวดวงจันทร์ซึ่งก็ต้องผิดหวังเมื่อ Omega ผ่านผลการทดสอบแบบสุดขั้วของ NASA ไปได้ดีกว่า ต้องขอบคุณขอบเบเซิลสลักสเกล Tachymeter กับกลไกจับเวลาที่ทำให้ Rolex ยกไลน์มาเล่นด้านอื่นแทนได้ ทางแบรนด์ได้นำชื่อหาด Daytona มาใช้ประกอบ Cosmograph เนื่องจากหาดยาว 51 ไมล์นี้ใช้เป็นสนามท้าทายนักขับให้ทำลายสถิติความเร็วมาโดยตลอด แถม เซอร์แคมป์เบล (Sir Malcolm Campbell) ผู้รักความเร็วและเป็นเหมือนแอมบาสเดอร์ของ Rolex กลาย ๆ ยังชอบมาใช้หาดนี้สร้างชื่อเป็นประจำ ยิ่งการแทรกเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนรายการ Rolex 24 At Daytona และมอบนาฬิกาข้อมือของตนให้แก่ผู้ชนะของแบรนด์ จึงเป็นการกระชับก้าวเข้ามาใช้เรื่องราวของความเร็วและความเที่ยงตรงเป็นตัวชูโรง

IMG_3647

เกริ่นเล่ามาซักพักก็ได้เวลาของการรีวิวซักที อย่างที่ชื่อรุ่นบอกครับว่า “Chocolate Dial” หน้าปัดช็อกโกแลตสีน้ำตาลนี่โดยส่วนตัว LWT คิดว่ามันเป็นอะไรที่เข้ากับวัสดุอย่าง Everose Gold มาก ๆ โดยแบรนด์บอกว่าวัสดุนี้จะหมดปัญหาเรื่องสีที่ซีดจางลงเหมือนที่เกิดขึ้นใน Rose Gold ซึ่งใช้ในแบรนด์อื่น ๆ จากปัญหาการที่ทองแดงที่ใช้เจือถูกออกซิไดซ์ไปตามกาลเวลา ตัวเรือนขนาด 40 มม. ยังคงเป็นแบบ Oyster ที่ใช้มาตั้งแต่ 1926 แน่นอนว่ามันยังคงความคลาสสิคแนวสปอร์ตท้าทายกาลเวลาได้อยู่เหมือนเดิม แม้เรือนนี้จะไม่เด่นเรื่องการกันน้ำเท่าไรที่ 100 เมตรตามมาตรฐาน แต่ระบบกันน้ำที่ Rolex ใช้ก็รับประกันหายห่วงจากความชื้นได้มากพอตัวจากทั้งฝาหลังขันเกลียวและเม็ดมะยมแบบล็อคเกลียว

IMG_3640

IMG_3639

ด้านขวาตัวเรือนมีปุ่มกดจับ-หยุดเวลากับรีเซ็ท เม็ดมะยมพร้อมรอยหยักซี่ฟันทำขึ้นมาเพื่อกันลื่นจึงดึงและหมึนได้สะดวกมากขึ้น สัญลักษณ์ “. . .” ใต้ตรามงกุฏยังบ่งบอกว่าใช้ระบบ Triplock triple waterproofness system กันความชื้นเข้าทางเม็ดมะยมโดยด้านในจะมีซีลยางให้ 4 ชิ้น (แต่ก็อย่าลืมว่าถ้าดึงหมุนเม็ดมะยมออกมาแล้วก็ต้องหมุนกลับด้วย ขืนเอาไปจุ่มน้ำทั้งแบบนั้นไม่ว่าล็อคเทพแค่ไหนก็ไม่รอด) ขอบเบเซิล Cerachrom สีดำทำจากเซรามิก ซึ่งเป็นกรรมวิธีเฉพาะของ Rolex ได้คะแนนเรื่องความสวยและข้อดีจากการห่างไกลรอยขนแมวไปได้มาก ขอบยังสลักเป็นสเกล Tachymeter เพื่อใช้อ่านความเร็ว โดยผู้ใช้จะเริ่มกดปุ่มจับเวลาในตอนออกตัว กดหยุดจับเวลาเมื่อถึงจุดหมายที่ต้องการ หากเข็มวินาทีใหญ่หยุดตรงไหนของสเกลก็จะวัด units per hour ซึ่งถ้าเทียบกับความเร็วก็สามารถวัดความเร็วในหน่วย กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้

IMG_3648

IMG_3649

หน้าปัดยังแบ่งออกได้เป็น 3 หน้าปัดย่อยสำหรับรองรับการจับเวลา หลักนาทียังแบ่งย่อยออกได้มากขึ้นไปอีกเพื่อความละเอียดขั้นสูง ตามสามัญสำนึกหลัก 1 นาฬิกาเราจะแบ่งออกได้ 5 ช่อง แต่ใน Daytona จะซอยเพิ่มอีกจนอ่านได้ถึง 1/8 ของวินาที และเมื่อรวมกับการตีคำรับรองมาตรฐาน Superlative Chronometer บนหน้าปัดให้กับกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ Calibre 4130 อัตราความผิดพลาดจะอยู่ที่ -2/+2 วินาที/วัน (มาตรฐาน COSC ปกติในตลาดอยู่ที่ -4/+6) โดยทาง Rolex เล่นกลกับกลไกของตนด้วยการจัดการวางระเบียบกลไกใหม่ ใช้คลัทช์แนวดิ่ง (Vertical Clutch) ลดเพื่อพื้นที่และรบกวนการทำงานของนาฬิกาหลักน้อยลงเมื่อกดจับเวลา ตลับลานถูกขยายขนาดทำให้ได้พลังงานสำรองยาวนาน 72 ชม. ขยายขนาดจักรกรอกเพิ่มความเที่ยงตรงมากขึ้น สายใย Parachrom สีน้ำเงินซึ่งทนต่อแรงกระแทกและช่วงอุณหภูมิที่เพิ่มลดได้ดี  

IMG_3644

เข็มทรงแท่ง (Baton) บรรจุพรายน้ำยังคงเป็นเอกลักษณ์เดิมของไลน์ Daytona แต่การอ่านเวลากลางคืนอาจจะมองเวลายากเสียหน่อยเพราะมีพรายน้ำแค่ตรงเข็มนาที เข็มชั่วโมงและหลักเล็ก ๆ ที่ 3, 6, 9 นาฬิกา ส่วนที่ 12 นาฬิกาใช้เป็นตรามงกุฏประกาศศักศรีดิ์เช่นเดิม จากประวัติศาสตร์ ความเที่ยงตรง ฟังก์ชันการใช้งานที่สามารถใช้งานได้จริงอย่างละเอียด ความสวยงามของวัสดุ ทาง LWT คิดว่าจะเป็นการโกหกคำโตกับผู้อ่านหากเราบอกว่า Rolex Cosmograph Daytona Everose Gold Chocolate Dial ไม่เหมาะสมกับการถูกจับจองมาขึ้นข้อ เจ้า Daytona นี่ควรอยู่ในรายการ “must have” เลยล่ะครับ

IMG_3642

สำหรับรีวิวนี้ ทาง LWT ต้องขอขอบคุณ Wempe สาขาเมือง Hannover ประเทศเยอรมนีที่เปิดโอกาสให้เรากลับไปถ่ายรูปและศึกษาข้อมูลเพื่อมาทำรีวิวให้กับผู้อ่านของ LWT ครับ

เพียงเพิ่ม @LWTCLUB เป็นเพื่อนใน LINE เท่านั้น ก็สามารถติดตามข่าวสารนาฬิกาอย่างไม่ตกกระแส และไม่พลาดที่จะรับสิทธิพิเศษสำหรับผู้อ่านของ LWT โดยเฉพาะ