รีวิว – Credor Tourbillon Engraving Limited Model (Fugaku)

นาฬิกาจากฝั่งยุโรป (โดยเฉพาะนาฬิกาสวิส) เป็นนาฬิกาที่ได้รับความเชื่อถือมาอย่างยาวนาน แต่ตอนที่ผมได้มีโอกาสไปร่วมพิธีเปิด Central International Watch Fair 2016 ที่ Central ชิดลม เรือนที่เรียกได้ว่าเป็น “ดาวเด่น” ของงานนี้กลับไม่ใช่นาฬิกาจากยุโรป แต่กลับเป็นนาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่นอย่างแบรนด์ “Credor” (ทางเครือ Seiko วางตำแหน่งให้เป็นนาฬิกาชั้นสูง) รุ่น Tourbillon Engraving Limited Model (Fugaku) เรา LWQP จึงคว้ากล้องถ่ายพร้อม ๆ กับคำถามในหัวว่า “นาฬิกาเรือนนี้สมตำแหน่งหรือไม่?”

Credor "Tourbillon Engraving Limited Model" (FUGAKU)
Credor “Tourbillon Engraving Limited Model” (FUGAKU)

เรื่องแรกที่เราต้องมาเจาะกันคือหน้าปัด LWQP เชื่อว่าภาพคลื่นนี้น่าจะเคยผ่านตาหลาย ๆ คนจนน่าจะเป็นอีกหนึ่ง iconic ของประเทศอาทิตย์อุทัยเลยก็ว่าได้ “คลื่นยักษ์นอกฝั่งคานางาวะ” (The Great Wave off Kanagawa) นี้เป็นผลงานภาพพิมพ์แกะไม้ของศิลปินนาม “โฮกุไซ” (Katsushika Hokusai) จากศตวรรษที่ 19 จัดเป็นภาพลักษณะ อุกิโยะ (Ukiyo-e) ซึ่งสื่อให้เห็นถึงไม่มั่นคงถาวรของสรรพสิ่ง และเมื่อ LWQP ค้นลงไปอีกก็พบว่า ก่อนหน้านี้นอกจาก Credor แล้วก็เคยมี Blancpain หยิบเอางานศิลป์นี้มาใช้แล้วในช่วงต้นปีเช่นกัน (อ่านได้ที่ “เปิดตัว – Blancpain Villeret Métiers d’Art The Great Wave”) นี่ทำให้เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีมาก ๆ

คลื่นยักษ์นอกฝั่งคะนะงะวะ The Great Wave off Kanagawa (神奈川沖浪裏)
คลื่นยักษ์นอกฝั่งคะนะงะวะ The Great Wave off Kanagawa (神奈川沖浪裏)

ตัวคลื่นทำจากทองคำ (Yellow gold) และทองขาว (White gold) หนาประมาณ 1.6-0.5 มม. เป็นงานแกะสลักนูนสูงจากฝีมือของช่าง เทรุอิ (Kiyoshi Terui) ซึ่งทำงานแกะสลักเฉพาะนาฬิการะดับบนของเครือ Seiko การันตีคุณภาพด้วยเหรียญเกียรติยศชั้นริบบิ้นเหลืองจากองค์จักรพรรดิ ถึงจะไม่อาจเทียบได้กับงาน original ของโฮกุไซ แต่ LWQP คิดว่า Credor เองก็ไม่ผิดหากจะเอ่ยว่านี่คืองานที่ดีที่สุดของพวกเค้าที่จะมอบให้

Credor "Tourbillon Engraving Limited Model" (FUGAKU)
Credor “Tourbillon Engraving Limited Model” (FUGAKU)

นั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งครับ เรื่องหน้าปัดเรายังคุยกันได้ต่อ เมื่อภาพต้นฉบับมีหยดน้ำจากคลื่นกระเซ็น หน้าปัดของ Credor ก็ย่อมมีด้วย แต่การทำนั้นใช้การเคลือบแลคเกอร์สีร่วมกับผงทองคำ (Togidashimaki-e) โดยช่างลงรัก อิคซุ ทามูระ (Issu Tamura) ที่สืบทอดการลงรักสายแคว้นคางะ (Kaga) โดยแต่เดิมเราจะพบเห็นได้เฉพาะในงานของระดับไดเมียวขึ้นไปเท่านั้น ขั้นตอนคร่าว ๆ คือช่างจะทำการขัดหน้าปัดให้ไม่เรียบเพื่อเพิ่มการยึดเกาะของรักสมุก จากนั้นลงรักพร้อมกับนำไปให้ความร้อน ทำซ้ำอีกหลายรอบ สีน้ำเงินท้องฟ้าไล่สีม่วงแสดงให้เห็ถึงการเป็นรุ่งอรุณ (ตรงนี้เรามักจะชินกับรักสีดำมากกว่า LWQP จึงได้ยกหูโทรศัพท์ไปคุยกับช่างลงรักและได้คำตอบว่า “เทคนิคนี้ศึกษาสิบปีน่าจะน้อยไปด้วยซ้ำ”) จากนั้นช่างจะทำการโรยผงทองคำกับเปลือกหอยมุกไฟลงไป รูปนกและเมฆใช้เป็นหอยมุกฉลุเป็นตัว สุดท้ายปิดงานเคลือบด้วยรักน้ำเกลี้ยงเพื่อให้ใส หลักชั่วโมงทำจากทองคำ 18k เข็มกับสะพานตูร์บิญองใช้เป็นเข็มน้ำเงินเป็นการเน้นความสวยให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

Credor "Tourbillon Engraving Limited Model" (FUGAKU)
Credor “Tourbillon Engraving Limited Model” (FUGAKU)
Credor "Tourbillon Engraving Limited Model" (FUGAKU)
Credor “Tourbillon Engraving Limited Model” (FUGAKU)

หน้าปัดเป็นแบบ 3/4 โดยส่วนที่เหลือทาง Credor ได้เอาพื้นที่ไปใช้ในการโชว์กลไกตูร์บิญอง (Tourbillion) จากการประกอบของหัวหน้าวิศวกร ซาโตชิ ฮิรางะ (Satoshi Hiraga) ที่รับผิดชอบกลไกตระกูล Hi-Beat บริษัทจากแดนอาทิตย์อุทัยภาคภูมิใจกับมาก นั่นก็เพราะนี่เป็นกลไกตูร์บิญองรุ่นแรกที่เครือ Seiko ได้ทำการผลิตออกมาตั้งแต่ตั้งบริษัทมา 135 ปี Caliber 6830 จัดว่าเป็นกลไกขึ้นลานอัตโนมัติกลุ่ม ultra-thin เพราะหนาเพียง 3.98mm ขนาดก็เล็กเพียง 25.6mm สำรองพลังงานได้ 37 ชม. ความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยจากบริษัทอยู่ที่ -10/+15 วินาที/วัน (LWQP คาดว่าเกิดจากการเฉลี่ยในการวางหลาย ๆ แกน ดังนั้นความเที่ยงตรงยังไม่ใช่ประเด็นนัก) ในสายตาของ LWQP เราคิดว่า Caliber 6830 ยังคงเป็นรองแบรนด์สวิสอยู่หลายอย่าง ด้านในมีการเปลี่ยนวัสดุบางชิ้นส่วนเป็นไทเทเนียมเพื่อลดน้ำหนัก แต่แบรนด์ Jaeger – LeCoultre นั้นกลับเลือกใช้อลูมิเนียมซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าไทเทเนียมเสียอีกมาใช้งานเช่นกัน (การลดน้ำหนักช่วยให้ประหยัดพลังงานในลานได้เยอะพอตัว) ประเด็นที่สองคือส่วนที่ท้าทายคือการลดขนาดของกลไกตูร์บิญองที่ Credor ทำ ซึ่งเราจะได้เห็นตูร์บิญองของ Blancpain ที่ได้มีการเปลี่ยนการจัดเรียงชิ้นส่วนเพื่อทำให้ตูร์บิญองนั้นบางลง แต่ก็คงจะสู้การรีดชิ้นส่วนบางเฉียบอย่างใน Bvlgari Octo Finissimo Tourbillon ยังไม่ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Credor จึงได้มีการใช้ม้า (palltet fork) รูปร่างพิเศษ รวมถึงการจัดเรียงชั้นของจักกรอก สะพานจักรและชิ้นส่วนอื่น ๆ เพื่อทำให้ตูร์บิญองนั้นสามารถหมุนอยู่ในตัวเรือนที่บางอย่างอิสระ แต่ก็ใช่ว่าจะร้ายอย่างใด นี่น่าจับตาว่าหากต่อไปมีการพัฒนาให้สูงขึ้นอีก อำนาจตะวันออกของเครือ Seiko จะสร้างความสั่นสะเทือนให้วงการได้อีกครั้งหรือไม่เหมือนตอน Quartz Crisis ที่ทำแบรนด์สวิสสาบสูญไปในทศวรรษที่ 70

Credor "Tourbillon Engraving Limited Model" (FUGAKU)
Credor “Tourbillon Engraving Limited Model” (FUGAKU)

ตัวเรือนแพลตินัมขนาด 43 มม. แต่งด้วยไพลิน 48 เม็ด (3.22 กะรัต) บนขอบเบเซิลและเม็ดมะยม หรูหราสมราคาตามท้องเรื่อง สายหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้มเข้ากับไพลินบนตัวเรือนดีมาก ด้านหลังเปลือยเปล่าให้เห็นกลไกและเกลียวคลื่นที่ขัดตกแต่ง สมบัติกันน้ำได้ 30 เมตร เพียงพอสำหรับในชีวิตประจำวัน ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 8 เรือนเท่านั้นโดยตอนนี้แสดงในงาน Central International Watch Fair 2016 ที่ Central ชิดลมพร้อมปิดด้วยราคา 20,125,000 บาท นาฬิการุ่น Fugaku อาจไม่ใช่ที่สุดในทุกด้านแต่ถ้าคุณสนใจความสวยงามและความพิถีพิถันของผลงานศิลป์ การขัดแต่งต่าง ๆ ด้านใน Credor เป็นแบรนด์หนึ่งที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวังในจิตวิญญาณของตะวันออกครับ

Credor "Tourbillon Engraving Limited Model" (FUGAKU)
Credor “Tourbillon Engraving Limited Model” (FUGAKU)