OMEGA บุกออนไลน์ครั้งแรกกับ Speedmaster “Speedy Tuesday”

นับเป็นครั้งแรกที่ OMEGA ได้เสนอช่องทางใหม่ในการเข้าถึงเรือนเวลานอกเหนือจากบูติกสาขาทั่วโลกด้วยการวางจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ นับเป็นความท้าทายบทใหม่ที่จะเชื่อมต่อระหว่างแบรนด์และสังคมออนไลน์ให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นไปอีกระดับ

OMEGA Speedmaster “Speedy Tuesday” | ©Omega

ในโอกาสครั้งนี้ เรือนเวลาสุดพิเศษหนึ่งรุ่นพร้อมแล้วสำหรับการวางจำหน่ายแบบออนไลน์โดยเฉพาะ OMEGA Speedmaster “Speedy Tuesday” ได้ถูกผลิตจำนวนจำกัดทั่วโลกเพียง 2,012 เรือน โดยจะเริ่มเผยโฉมผ่านอินสตราแกรม @OMEGA ผู้ที่สนใจสามารถกดผ่านบนแอปพลิเคชันอินสตราแกรมเพื่อเข้าสู่หน้าการจองเรือนเวลาบนเว็บไซต์ omegawatches.com ได้อย่างง่ายดาย และยิ่งพิเศษกว่านั้น ทาง OMEGA ยังได้มอบสิทธิ์ในการเลือกหมายเลขตัวเรือนได้อย่างอิสระตามความต้องการแก่ผู้ที่สั่งจองอีกด้วย โดยเรือนเวลาจะเริ่มส่งมอบในฤดูร้อนปี 2017 อันใกล้นี้   

OMEGA Speedmaster “Speedy Tuesday” | ©Omega

 หลังจากที่คุณโรเบิร์ต-ยาน โบรเออร์ (Robert-Jan Broer) ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Fratello Watches  ได้ริเริ่มใช้แฮชแท็ก #SpeedyTuesday ขึ้นเพื่อเชื่อมต่อสังคมของผู้ที่รักและสนใจในเรือนเวลาของ OMEGA ไว้ด้วยกันอย่างอบอุ่นนานกว่าครึ่งทศวรรษ ทั้งความเห็นและรูปภาพที่แชร์ล้วนแต่เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงกระแสตอบรับและการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้าให้กับ OMEGA ในการเลือกคอลเลคชัน Speedmaster ซึ่งได้รับความนิยมสูงสุดในการรังสรรค์เรือนเวลารุ่นใหม่เพื่อนำเสนอในโอกาสนี้

OMEGA Speedmaster “Speedy Tuesday” | ©Omega

การออกแบบได้รับแรงบัลดาลใจจากโมเดล  “Alaska Project III” ซึ่งถูกกำหนดตามความต้องการขององค์การ NASA ในปี 1978 เรือนเวลาจะต้องทั้งอ่านง่ายและปราศจากการสะท้อน หรือในอีกนัยความหมายหนึ่งนั้นก็คือนาฬิกาเรือนนี้จะต้องเหมาะสมสำหรับการใช้งานจริงบนอวกาศ เฉกเช่นเดียวกับบรรพบุรุษ “Speedy Tuesday” ยังคงรักษาอัตลักษณ์นี้ไว้อย่างเหนียวแน่น ตัวเรือนใช้วัสดุสแตนเลสปัดด้าน การวางตัวเลขขนาดใหญ่แบบเรเดียลบนหน้าปัดย่อย ตอกย้ำสายเลือดวินเทจที่ไหวเวียนอยู่ในเรือนเวลารุ่นนี้อย่างเต็มเปี่ยม

Alaska Project III | ©Omega

การเลือกใช้หน้าปัดย่อยสีเงินโอแพล์ลินตัดกับหน้าปัดสีดำหรือแบบ “รีเวิร์สแพนด้า” (Reverse Panda) นั้นได้รับอิทธิพลจากการออกแบบมาจากเรือนเวลาของ OMEGA ในปี 1966 ล้อมรอบด้วยวงขอบเบเซิลอะลูมิเนียมสีดำด้านพร้อมสเกลทาชีมิเตอร์ (Tachymeter) ตราสัญลักษณ์ OMEGA เองก็ใช้เป็นแบบย้อนยุคแล้วเคลือบด้วยสารเรืองแสงเช่นเดียวกับมาร์คเกอร์และตัวเลขเรเดียลบนหน้าปัดย่อย

OMEGA Speedmaster “Speedy Tuesday” | ©Omega

อัตลักษณ์สุดคลาสสิคอื่นยังมีกระจกเฮซาไลท์ทรงโดมพร้อมประทับตรา OMEGA ที่กึ่งกลาง สายหนังสีน้ำตาลที่เลือกใช้การตัดเย็บแบบย้อนยุคเช่นเดียวกับทรงหัวสายแบบวินเทจ กลไกคาลิเบอร์ 1861 ซึ่งบรรจุอยู่ภายในเองก็นับเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ความเคารพตัวตนของคอลเลคชันเพราะเป็นกลไกรุ่นเดียวกับที่เคยใช้ขับเคลื่อน Speedmaster Moonwatch อันโด่งดังในอดีตนั่นเอง

Omega Caliber 1861 | ©Omega

เมื่อทำการพลิกตัวเรือนก็จะพบกับฝาหลังแบบขันเกลียวประทับตราซีฮอร์สที่ศูนย์กลาง สลักแต่งล้อมรอบว่า SPEEDY TUESDAY ANNIVERSARY – A TRIBUTE TO ALASKA PROJECT III และหมายเลขประจำเรือน (ผลิตจำนวนจำกัด 2012 เรือน) ส่วนบริเวณรอบนอกจะสลักคำว่า RADIAL

OMEGA Speedmaster “Speedy Tuesday” | ©Omega

เรือนเวลาจะถูกบรรจุมาในกระเป๋าม้วนทำจากหนังพร้อมกับสายนาโต้ ทั้งบนลูปสายและเครื่องมือถอดสายนาฬิกาเองจะสลักว่า #SpeedyTuesday เช่นเดียวกัน

OMEGA Speedmaster “Speedy Tuesday” | ©Omega

ไม่เพียงแต่การออกแบบอย่างพิถีพิถัน เรือนเวลานี้ยังอัดคงครองหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ของ OMEGA ว่าเป็นเรือนเวลารุ่นแรกที่เปิดวางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์  ที่ผ่านมา OMEGA นับว่าได้รับการตอบรับที่ดีบนเว็บไซต์มาโดยตลอด แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะท้าทายฉีกขีดจำกัดเดิมได้เช่นในครั้งนี้  ท่านสามารถติดตามการเปิดตัวของเรือนเวลานี้ได้บนอินสตราแกรม @OMEGA และสามารถทำการสั่งจองเรือนเวลาได้ที่เว็บไซต์  OMEGAWATCHES.COM/SpeedyTuesday ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สำหรับ OMEGA Speedmaster “Speedy Tuesday” สนนราคาที่ 203,000 บาท