รีวิว – PANERAI LAB-ID™ Luminor 1950 Carbotech™ 3 Day – 49mm

จากงาน SIHH 2017 ทางแบรนด์ Panerai หรือ PAM ได้เลือกที่จะเปิดตัวนาฬิกา Luminor 1950 รุ่นพิเศษภายใต้ชื่อ “LABID™” (ย่อมาจาก Laboratorio di Idee) ที่ตัวเรือนทำจากคาร์บอน ถ้าหากเราดูเผิน ๆ จะดูเหมือนว่าไม่ได้มีอะไรใหม่เลย หน้าเดิม ตัวเรือนทำจากคาร์บอน เปลี่ยนสีแต่งเสริมนิดหน่อยเท่านั้น

“หรือ Panerai จะหมดลูกเล่น?”

แต่ถ้า LWQP บอกคุณว่า นาฬิกาเรือนนี้ทาง Panerai รับประกันให้คุณถึง 50 ปี! คุณจะมองเรือนนี้น่าเบื่ออีกหรือไม่? และในรีวิวนี้ LWQP จะพาไปเจาะลึกเกี่ยวกับความน่าสนใจในเรื่องของเทคโนโลยีที่ Panerai พยายามก้าวข้ามขีดกั้นของคำว่า “ทำไม่ได้” ให้ “เป็นไปได้” กันครับ

Panerai Lab-ID Luminor 1950 Carbotech 3 Days | © LWQP

ตัวเรือนขนาด 49 มม. ขนาดใหญ่นั้นทำจากเทคโนโลยี Carbotech ของ Panerai โดยจะนำคาร์บอนมาเรียงเป็นชั้นๆ ให้ได้มุมองศาที่แตกต่างกันโดยมี binder หรือตัวเชื่อมเป็นออร์แกนิคโพลิเมอร์ที่เรียกว่า PEEK (Polyether Ether Ketone) จากนั้นจึงให้แรงดันและอุณหภูมิ การอยู่ใต้สภาวะดังกล่าวนั้นทำให้คาร์บอนเกิดการนั้นอัดเรียงตัวแน่นและมีคุณสมบัติเชิงกลที่ยอดเยี่ยมต่อน้ำหนักที่การใช้โลหะไม่สามารถตอบโจทย์ได้

Panerai Lab-ID Luminor 1950 Carbotech 3 Days | © LWQP

แต่ต้องยอมรับว่า ในมุมมองของ LWQP เราเห็นประสิทธิภาพของคาร์บอนว่าเป็นวัสดุน้องใหม่ที่มาแรง แต่ความรู้สึกของมนุษย์เรานั้นก็ฝังแน่นอยู่กับการให้คุณค่าของโลหะมาหลักหลายพันปี ดังนั้นความเป็นคาร์บอนสำหรับคนทั่วไปอาจจะไม่หวือหวาสักเท่าที่ควร แต่เพียงแค่ให้รู้ว่าการผลิตนั้นไม่สามารถทำให้เป็นระดับ mass production ได้ง่ายๆ และต้องการฝีมือและเครื่องมือในการทำที่มีรายละเอียดมากกว่าการขึ้นรูปโลหะมาก

Panerai Lab-ID Luminor 1950 Carbotech 3 Days | © LWQP

อะไรที่ทำให้ PANERAI LAB-ID™ Luminor 1950 Carbotech™  หรือ PAM00700 นั้นพิเศษ? ทาง LWQP ขอท้าให้ผู้อ่านลองมองเข้าไปยังในพื้นหน้าปัด ว่าคุณเห็นอะไร?

หลายท่านน่าจะคิดคำตอบในใจว่ามองไม่เห็นอะไร เพราะว่ามันสีดำทึบไปหมด ถ้าพูดแบบเทคนิคก็คือพื้นหน้าปัดของ PAM นั้นเคลือบสาร carbon nanotubes ชื่อ Vantablack หน้าปัดชนิดนี้มีคุณสมบัติในการดูดซับแสงได้เกือบ 100% ดังนั้นแสงที่กระทบลงบนหน้าปัดจึงไม่สามรถสะท้อนมาเข้าในตาเราได้ โดย Vantablack นับเป็นหนึ่งในวัสดุที่ยังคงเป็นเรื่องของงานวิจัยในห้องทดลองเป็นหลัก เพราะโดยทั่วไปโครงสร้างระดับอนุภาคของคาร์บอนนั้นจะจับตัวกันเป็นชั้นๆ แต่ในส่วนของ carbon nanotubes นั้นกลับเป็นโครงสร้างที่เป็นรูปทรงกระบอกที่ลักษณะเหมือนหลอด (ถ้าใครนึกภาพไม่ออก ลองนึกถึงลวดตะแกรงที่ม้วนกันเป็นทรงกระบอกครับ) ซึ่งมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าคาร์บอนที่เรารู้จักกันเช่น T700 หรือ T1000 หลายประการ แต่ทว่าการผลิต carbon nanotubes นั้นยังไม่สามารถผลิตออกมาเป็นหลอดยาว ๆ ได้ ความฝันดังกล่าวจึงยังไม่เป็นรูปภาพที่สมบูรณ์เท่าไรนักในปัจจุบัน 

การเคลือบ carbon nanotubes ลงไปบนหน้าปัดนั้นทำให้ทางผู้ผลิตนั้นไม่สามารถประทับชื่อรุ่นลงไปได้ ดังนั้นคำว่า “LUMINOR PANERAI” และ “LAB ID” ได้ คำจึงถูกปั้มลงบนกระจกแซฟไฟร์แทน จึงมองดูเหมือนว่าลอยอยู่ในอากาศ ให้ความล้ำสมัยไปอีกแบบ

Panerai Lab-ID Luminor 1950 Carbotech 3 Days | © LWQP

ในส่วนของกลไกนั้น ทาง Panerai ได้ใช้กลไกขึ้นลานด้วยมือรุ่น P.3001/C ที่มีแถบบอกพลังงานสำรอง (power reserve indicator) แสดงด้วยเลขวันชี้ด้วยเข็มบรรจุพรายน้ำ Super-LumiNova สีเดียวกับเข็มชั่วโมง/นาทีที่ด้านหน้า แต่ความน่าสนใจอยู่ที่เครื่อง P.3001/C นั้นใช้ทับทิมเเพียง 4 เม็ดและแทบไม่ได้ใช้น้ำมันหล่อลื่นเลย ทั้งๆ ที่เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากนับตั้งแต่การประดิษฐ์กลไกขึ้นมา Panerai แก้ปัญหานี้ได้โดยเลือกใช้วัสดุที่มีแรงเสียดทานต่ำอย่างเซรามิกที่มีส่วนประกอบหลักเป็นแทนทาลัม (Tantalum) ส่วนระบบกันสะเทือนก็เลือกใช้วัสดุที่มีสมบัติหล่อลื่นด้วยตนเอง (self-lubricating) และหล่อลื่นแห้ง (dry lubricating) ฯ ด้วยเหตุผลนี้ PAM LAB-ID™ Luminor 1950 Carbotech™ – 49mm จึงมีใบประกันติดตัวมาถึง 50 ปี

Panerai Lab-ID Luminor 1950 Carbotech 3 Days | © LWQP

ต่อให้จะดูไฮเทคแค่ไหน แต่ว่าสิ่งสำคัญที่สุดในใจหลายท่านคือ “ขึ้นข้อแล้วสวยไหม?” (ฮา) ต้องบอกว่าขนาด 49 มิลลิเมตรนั้นอาจจะดูใหญ่มาก ใหญ่กว่า Panerai รุ่นคลาสสิคถึง 2 มม. แต่เนื่องจากตัวเรือนมาในโทนสีดำนั้น ทำให้มองดูแล้วรู้สึกว่าเล็กกว่าปกติ เนื่องจากการสะท้อนของแสงน้อยกว่า สมบัติการกันน้ำอยู่ที่ 100 เมตร แต่ที่ LWQP ชื่นชอบที่สุดคงจะหนีไม่พ้นการใช้สีน้ำเงินตัดกับดำที่ทำให้ความรู้สึกสื่อถึงความลึกลับใต้มหาสมุทรที่มนุษย์อาจหาญจะพิชิต ปีที่ผ่านมาอาจจะไม่ใช่ปีของ PAM แต่ LWQP เห็นว่าการบ้านที่พวกเขากลับไปแก้นั้นสามารถผลักดันแบรนด์ให้ก้าวต่อไปได้อย่างแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก สำหรับ PANERAI LABID™ LUMINOR 1950 Carbotech™ 3 DAYS – 49mm สนนราคาที่ 50,000 ยูโร หรือประมาณ 1,884,500 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 18.01.17) ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือนเท่านั้น

Panerai Lab-ID Luminor 1950 Carbotech 3 Days | © LWQP

ถ้าผู้อ่านชื่นชอบบทความและรีวิวของ LWQP ต้องห้ามลืมที่จะเพิ่ม @LWQP เป็นเพื่อนใน LINE (อย่าลืม @ หน้าชื่อ) เพราะเราจะอัพเดทข้อมูลใหม่บน LINE ส่งตรงถึงมือผู้อ่านอย่างทันเหตุการณ์