รีวิว – JLC Grande Reverso London Limited Edition

ผมได้เคยเขียนเขียนอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับ Jaeger-LeCoultre Grande Reverso Ultra Thin 1931 หน้าเขียวตัวพิเศษสำหรับ Flagship Boutique ที่ Old Bond Street​ London ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นนาฬิกาสำหรับ Boutique ที่ห้าของ Jaeger-LeCoultre ที่เปิดตัวในปี ค.ศ. 2015 และเป็นโอกาสพิเศษของ LWQP ที่สามารถนำหนึ่งใน 26 เรือนนี้มารีวิวให้สมาชิกชมกัน

Jaeger-LeCoultre Grande Reverso Ultra Thin 1931 London Limited Edition | ©LWQP

แต่ก่อนที่เราจะเข้าไปอ่านรีวิว LWQP ขอปูประวัติศาสตร์เกี่ยวกับนาฬิกา Reverso กันก่อนครับ

ความเป็นมาของ Jaeger-LeCoultre Reverso

หลังจากที่อังกฤษเริ่มสร้างจักรวรรดิที่ดวงอาทิตย์ไม่เคยตกดินขึ้น พวกเค้าค้นพบกีฬาโปโลในกลางศตวรรษที่ 19 ซึ่งก็ไม่นานนักที่ความนิยมจะแพร่หลายไปมากเพราะนี่เป็นกีฬาที่สามารถฝึกกองทหารม้าได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะเป็นการฝึกการควบคุมม้าด้วยทักษะชั้นสูง (ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามีทั้งกษัตริย์และนักกีฬาไม่น้อยที่ต้องจบชีวิตกับกีฬาชนิดนี้)

การแข่งขันโปโลที่ Jaipur อินเดียช่วงปี 1930
การแข่งขันโปโลที่ Jaipur อินเดียช่วงปี 1930 | ©LWQP

ในปี ค.ศ.1930 เซซาร์ เดอ เทรย์ นักธุรกิจที่ทุ่มเทให้กับจักรกลเวลาได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนเพื่อนเก่าในอินเดียและได้เข้าชมโปโล หลังจบครบทุกชักก้า นักกีฬาโปโลคนหนึ่งได้เดินเอานาฬิกาข้อมือที่ใส่มาให้ เดอ เทรย์ ดูพร้อมกับถามว่า มีทางใดที่จะป้องกันกระจกนาฬิกาได้ในเมื่อการปะทะในกีฬาชนิดนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย เดอ เทรย์จึงได้ดึงวิศวกรฝรั่งเศสนาม เรเน-อัลเฟรด ชัวโวต์ ของห้างเยเกอร์ได้แนะนำวิธีแปลกใหม่แต่ไม่เคยมีใครนึกถึงมาก่อน เค้าเลือกที่จะทำให้นาฬิกาสามารถสลับเอากระจกลงไปล้วเอาหลังนาฬิกาที่เป็นโลหะขึ้นมาแทนจนเกิดเป็นนาฬิการุ่นใหม่ในไลน์การผลิตชื่อที่เรียกว่า “Reverso”

"REVERSO HERITAGE: 1931 MODEL" Courtesy of Jaeger-LeCoultre
นาฬิกา REVERSO HERITAGE: 1931 MODEL | ©LWQP

Reverso London Limited Edition

นาฬิกาเรือนนี้นั้นมีความบางเป็นพิเศษและใช้เครื่อง Calibre 822 หนา 2.94 มม. ขึ้นลานด้วยมือแบบคลาสสิคที่ความถี่ 21,600 vph สำรองพลังงานได้ 45 ชม. หน้าปัดใช้เป็นสีเขียว “British Racing Green” ซึ่งเป็นสีเขียวแห่งตำนานของอังกฤษ ประวัติศาสตร์ของสีเขียวโทนนี้ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กับเรื่องราวของโปโล ความคิดเรื่องสีแทนตัวของนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่การแข่งรถรายการ Gordon Bennett Cup ซึ่งทางเจ้าของรายการได้ตั้งกฏไว้ว่ารถของแต่ละชาติจะต้องใช้สีแตกต่างกันและใช้วัสดุที่ผลิตในประเทศเองทั้งหมด เนื่องจากทางอังกฤษได้เป็นเจ้าภาพของการแข่งขันครั้งนี้ในปี 1903 แต่ทว่าการแข่งรถในเกาะบริเตนนั้นกลับเป็นเรื่องที่ผิดกฏหมายเนื่องจากกลัวอุบัติเหตุ อังกฤษจึงเลี่ยงบาลีแล้วย้ายการแข่งไปที่เกาะไอร์แลนด์แทนและเลือกสีเขียวของต้น Shamrock ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำชาติของไอร์แลนด์มาใช้จนเกิดเป็นสี British Racing Green ซึ่งใช้ทารถของอังกฤษทุกคันที่เข้าร่วมในการแข่ง Grand Prix จวบจนปัจจุบัน

Jaeger-LeCoultre Grande Reverso Ultra Thin 1931 London Limited Edition | ©LWQP
Jaeger-LeCoultre Grande Reverso Ultra Thin 1931 London Limited Edition | ©LWQP

ด้านหลังเครื่องจะสลักคำว่า “The London Flagship Edition” เพื่อตอกย้ำถึงความเป็น very British ตามด้วยหมายเลขประจำตัวของนาฬิกา สำหรับเรือนที่อยู่ในมือผมนี้คือหมายเลข 16 จาก 26 เรือน บรรทัดต่อมาเป็นสัญลักษณ์รูปปลาและคำว่า 3 bar บ่งบอกถึงคุณสมบัติการกันน้ำ สุดท้ายคือตรา 1,000 Hours Control เพื่อ prove ถึงความเอาใจใส่ตามมาตรฐานของ JLC ที่กล้าการันตีว่าเหนือกว่ามาตรฐานของ COSC ที่เป็นมาตรฐานปกติของนาฬิกาในปัจจุบัน

ด้านหลังของ JLC Reverso Green มีการสลักรุ่นและหมายเลขเครื่อง 16/26

เมื่อเราพลิกหน้าปัดนาฬิกากลับด้านเราจะเจอกับลายที่สลักไว้เป็นรูปพระราชวัง Westminster และ Big Ben สัญลักษณ์ของกรุงลอนดอนซึ่งวาดโดยศิลปินและหัวหน้าฝ่ายศิลป์ของ JLC อย่าง Janek Deleskiewicz พื้นแผ่นหลังของเครื่องจะเป็นการทำลวดลายแบบ perlage ที่เป็นสิ่งที่ Reverso ทุกเรือนจะต้องมี

Westminster Palace และ Big Ben หลังหน้าปัดนาฬิกาเมื่อพลิกกลับด้าน | ©LWQP
Jaeger-LeCoultre Grande Reverso Ultra Thin 1931 London Limited Edition | ©LWQP

เนื่องจากความหายากที่เรียกได้เลยว่า rare item บวกกับประวัติศาสตร์ที่พ่วงมากับยี่ห้อ Jaeger-LeCoultre แม้จะไม่ได้มี complication อื่นๆ นอกจากบอกเวลาแค่เข็มชั่วโมงกับเข็มนาที แต่เมื่อเราเข้าใจถึงความเป็นมาของนาฬิกา รวมถึงเอกลักษณ์ในการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร LWQP เชื่อว่าทางผู้อ่านและผู้ที่ได้ยลจะเข้าใจว่าคุณค่าที่แท้จริงของนาฬิกาเรือนนี้คืออะไร

Jaeger-LeCoultre Grande Reverso Ultra Thin 1931 London Limited Edition | ©LWQP

Jaeger-LeCoultre Grande Reverso Ultra Thin 1931 London Limited Edition เรือนนี้ ทางบูติกที่ London เคยสนนราคาไว้ที่ 6,800 ปอนด์ หรือประมาณสามแสนบาทในปี 2015

ถ้าผู้อ่านชื่นชอบบทความและรีวิวของ LWQP ต้องห้ามลืมที่จะเพิ่ม @LWQP เป็นเพื่อนใน LINE (อย่าลืม @ หน้าชื่อ) เพราะเราจะอัพเดทข้อมูลใหม่บน LINE ส่งตรงถึงมือผู้อ่านอย่างทันเหตุการณ์