เปิดตัว – Rado DiaMaster Grande Seconde

ถ้าหากเราย้อนกลับไปในช่วงปี 90 คำว่า high-tech ceramic ได้เข้ามามีบทบาทในการสร้างจุดยืนใหม่ของแบรนด์ Rado ที่ปัจจุบันทางแบรนด์ได้ให้คำจำกัดความว่า Rado คือ “The Master of Materials”  ถ้าหากจะให้นึกถึงนาฬิกาที่ทั้งตัวเรือนและสายเป็นเซรามิก Rado คงจะเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่ขึ้นมาในใจของใครหลายคน และในปี 2017 ทาง Rado ได้เปิดตัวเรือนเวลาในไลน์ DiaMaster Grande Seconde ที่เป็น dress watch สไตล์ย้อนยุค พร้อมหน้าปัดน้ำตาลและหน้าปัดน้ำเงิน

Rado DiaMaster Grande Seconde 2017 | ©LWQP

Rado Diastar ในปี 1962 มีการเชื่อกันว่าเป็นนาฬิกาเซรามิกเรือนแรกของ Rado แต่ความจริงแล้วทำจาก Tungsten Carbide ซึ่งเป็นโลหะที่ใช้ทำพวกใบมีดกลึงหรือดอกสว่านต่าง ๆ มีความแข็งสูงจึงทนต่อรอยขีดข่วนต่าง ๆ ได้ยอดเยี่ยม แต่กระนั้น Rado ไม่ยอมหยุดที่จะพัฒนาเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของวิศวกรรม จนถึงปี 1990 เมื่อ Rado Ceramica ที่ไม่ได้มีเพียงตัวเรือนจากเซรามิกเท่านั้น แต่ว่ารวมถึงสายนาฬิกาด้วย เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เรือนเวลาของ Rado นั้นทนรอยขีดข่วนที่เข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมากที่สุด ต่อมาในปี  1993 วัสดุที่ชื่อ cermat ได้เข้ามามีบทบาทกับ​นาฬิกา Rado Sintra ซึ่งจะมีการผสมไทเทเนียมเข้าไปเพื่อที่จะปิดจุดอ่อนในเรื่องของความเปราะของเซรามิก โดยคำว่า cermat มาจากสมาสคำว่า ceramic และ metal ในปี 1998 ทาง Rado ได้ใช้เทคโนโลยีทางพื้นผิวที่ใช้พลาสม่า (plasma surface treatment) จึงทำให้นาฬิกาเซรามิกของ Rado นั้นมีสีสันได้หลากหลายและมีความเงางามเช่นเดียวกับโลหะมีค่า

จากขั้นตอนการพัฒนาที่ใช้ระยะเวลายาวนานเป็นทศวรรษ ปัจจุบัน Rado มั่นในในเรื่องของวัสดุและเรียกตัวเองได้ว่าเป็น “The Master of Materials” ซึ่ง LWQP เห็นคล้องเป็นอย่างยิ่ง เพราะการที่ Rado ได้เลือกจุดยืนบนวัสดุนั้น ทำให้เรือนเวลานั้นมีความโดดเด่นในเหล่าเรือนเวลาในช่วงราคาเดียวกัน

ตัวเรือนเซรามิกที่เงางามของ Rado DiaMaster Grande Seconde | ©RADO

สำหรับไลน์ของ DiaMaster Grande Seconde นั้นในปี 2016 ทางแบรนด์ได้เปิดตัวสามเรือนเวลาสุดคลาสสิคที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญานแห่งความเชื่อมั่น ตื่นตากับ 2 คู่ซี้ประจำรุ่น ตัวเรือน high-tech ceramic ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 43 มิลลิเมตร ที่มาพร้อมกับพื้นหน้าปัดสีขาวสลักลวดลาย คลู เดอ ปารีส (Clous de Paris) ผสานความหรูหราด้วยคัตติ้งสายหนังลูกวัวสุดเนี้ยบ ที่มาพร้อมกับหน้าปัดสีน้ำตาลและสีเทา

Rado DiaMaster Grande Seconde ปี 2016 | ©RADO

และสำหรับคอลเล็คชั่น DiaMaster Grande Seconde ใหม่ล่าสุดประจำปี 2017 นั้นมาพร้อมกับหน้าปัดสองสีคือสีน้ำตาลและสีน้ำเงิน ซึ่งหน้าปัดสีน้ำเงินนั้นเป็นสีที่ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในคอลเล็คชั่นนี้ เหตุผลคงจะเป็นเพราะความนิยมของหน้าปัดน้ำเงินนั้นเพิ่มขึ้น ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าแบรนด์ต่าง ๆ ก็ให้ความสำคัญและเลือกที่จะเปิดตัวเหล่าเรือนเวลารุ่นใหม่ที่มีหน้าปัดน้ำเงินออกมามากมาย ที่ต่างออกไปจากรุ่น 2016 คือลวดลายบนหน้าปัดแบบ sunray 

Rado DiaMaster Grande Seconde 2017 | ©LWQP
Rado DiaMaster Grande Seconde 2017 | ©LWQP

Rado DiaMaster Grande Seconde ทั้งสองคอลเล็คชั่น (2016 และ 2017) สนนราคาเท่ากันทุกเรือนที่ 101,700 บาท วางจำหน่ายแล้วที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

Rado DiaMaster Grande Seconde 2017 | ©LWQP

ถ้าผู้อ่านชื่นชอบบทความและรีวิวของ LWQP ต้องห้ามลืมที่จะเพิ่ม @LWQP เป็นเพื่อนใน LINE (อย่าลืม @ หน้าชื่อ) เพราะเราจะอัพเดทข้อมูลใหม่บน LINE ส่งตรงถึงมือผู้อ่านอย่างทันเหตุการณ์