ครบรอบ 60 ปี Omega Speedmaster

เรือนเวลาที่ได้ชื่อว่า “ความท้าทายแห่งห้วงอวกาศ” เห็นจะหนีไม่พ้น Omega Speedmaster ที่มีจุดเริ่มต้นจากปี ค.ศ. 1957 ถ้านับถึงปัจจุบันจะครบ 60 ปีพอดี จึงเป็นช่วงโอกาสที่เหมาะสมในการที่ Omega จะนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจของ Speedmaster อย่างต่อเนื่อง และในบทความนี้จะรวมนาฬิการุ่นประวัติศาสตร์ทั้งหมด 10 เรือน ที่ต่างขับขานเรื่องราวเฉพาะตัวของตน แต่ยังคงจิตวิญญาณของ Speedmaster ไม่เปลี่ยนแปลง และทำให้ Speedmaster คือ Speedmaster ในปัจจุบัน

CK2915 จุดกำเนิดแห่ง Speedmaster

CK2915 | ©Omega

เรือนเวลาโครโนกราฟอันเลื่องชื่อที่ผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองจากองค์การนาซา iconic watch ที่นักบินอวกาศคนสำคัญต่างไว้วางใจ ในปี 1957 จุดเริ่มต้นแห่งการเดินทางของตระกูลสปีดมาสเตอร์ กับ “CK2915” นาฬิกาข้อมือโครโนกราฟเรือนแรกที่มาพร้อม Tachymeter Scale บนขอบตัวเรือนและเข็มนาฬิกาดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์อย่าง “บรอดแอร์โรว์” (BROAD ARROW) ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลาน คาลิเบอร์ 321 จักรกลเวลาที่ออกแบบให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเหล่านักแข่งรถและการจับความเร็วอย่างแท้จริง

Speedmaster CK2998 ก้าวแรกสู่อวกาศ

CK2998 | ©Omega

ปี 1959 กับ Speedmaster CK2998 เวอร์ชั่นอัพเดทที่สร้างตัวตนให้แตกต่างออกไปจากต้นฉบับ ด้วยการริเริ่มใช้ขอบตัวเรือนอลูมิเนียมสีดำและเข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีทรง “แอลฟ่า” (Alpha) โดยในปี 1962 Speedmaster ได้เปิดฉากการผจญภัยสู่อวกาศเป็นครั้งแรก เมื่อ Walter Schirra หนึ่งในนักบินอวกาศของโครงการเมอร์คิวรี่ (Mercury) ได้สวมใส่จักรกลเวลานี้เป็นการส่วนตัว ขณะเข้าร่วมภารกิจบนยานซิกมา 7 (Sigma 7)

Speedmaster 1963 – บททดสอบและการรับรองอย่างเป็นทางการจากนาซา

Speedmaster 1963 Ref. ST105.003 | ©Omega

ปี 1964 เมื่อหลากหลายแบรนด์ชั้นนำต่างส่งเรือนเวลาของตนเข้ารับการทดสอบแบบสุดขั้วสำหรับคุณสมบัติด้านการบินจากองค์การนาซา บทพิสูจน์ครั้งสำคัญที่ส่งให้ Omega ก้าวสู่ความท้าทายอีกระดับ เมื่อ Speedmaster ปี 1963 Ref. ST105.003 กลายเป็นจักรกลเวลาเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถผ่านการทดสอบอันหฤโหดทั้งหมด จึงได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการให้เป็นเรือนเวลาโครโนกราฟที่เหมาะสมกับภารกิจนำมนุษย์ไปยังอวกาศจากองค์การนาซา ยิ่งไปกว่านั้น ยังนับได้ว่าเป็น Speedmaster เรือนแรกที่ถูกสวมใส่โดยนักอวกาศ เอ็ดเวิร์ด ไวท์ (Edward White) ขณะปฏิบัติภารกิจจริงหรือที่เรียกว่า “Space Walk” ในห้วงอวกาศของภารกิจยานเจมินี 4 (Gemini 4) ในปี 1965 อีกด้วย

Gemini 4 Mission

Speedmaster 1964 ดีไซน์ตัวเรือนอสมมาตร 

Speedmaster 1964 Ref. ST145.012 | ©Omega

ในปีเดียวกัน ขณะที่กระบวนการทดสอบขององค์การนาซาดำเนินไปอย่างเข้มข้น งานออกแบบของ Speedmaster ก็พัฒนาไปอีกระดับ กับดีไซน์ตัวเรือนทรงอสมมาตรรุ่นแรก หนึ่งในเอกลักษณ์เฉพาะที่สะท้อนตัวตนของสปีดมาสเตอร์ได้เป็นอย่างดี มาพร้อมคุณสมบัติการปกป้องมากยิ่งขึ้นให้กับทั้งเม็ดมะยมและปุ่มกด หลังจากนั้นได้มีการพัฒนาไปอีกขั้นในปี 1967 ซึ่งนับได้ว่าเป็นเรือนเวลารุ่นสุดท้ายที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลาน Caliber 321 อีกด้วย เป็นสุดยอดกลไกที่มอบความเที่ยงตรงระหว่างการลงจอดบนดวงจันทร์ถึง 6 ครั้ง รวมถึงภารกิจสุดท้ายบนดวงจันทร์ของยานอพอลโล 17 (Apollo 17)

Speedmaster 1968 The Moonwatch

Speedmaster 1968 The Moonwatch Ref. ST145.022 | ©Omega

ปี 1968 หรือหนึ่งปีก่อนที่สองนักบินอวกาศ Neil Armstrong และ Buzz Aldrin จะประทับรอยเท้าลงบนพื้นผิวของดวงจันทร์ Omega ออกเดินทางสู่ความท้าทายครั้งใหม่ที่พลิกประวัติศาสตร์เรือนเวลา กับการเผยกลไกรุ่นใหม่อย่าง Caliber 861 ทายาทภาคต่อของ Caliber 321 รุ่นบุกเบิก นวัตกรรมกลไกที่ผสานทั้งองค์ประกอบของดีไซน์และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยไว้ร่วมกัน

Apollo 11 Mission
"Apollo 11 Bootprint" by NASA on The Commons
รอยเท้าบนดวงจันทร์ของ Buzz Aldrin จากโครงการอะพอลโล 11

Speedmaster Mark II

Speedmaster Mark II | ©Omega

เติมเต็มเสน่ห์แห่งความคลาสสิคในปี 1969 ด้วยมิติของเรือนเวลาโครโนกราฟที่เปลี่ยนไป กับทายาทรุ่นที่ 2 ของ Speedmaster อย่าง “Mark II” ที่สะท้อนตัวตนผ่านความงามหลากหลายเวอร์ชั่นด้วยดีไซน์ของวัสดุชั้นเลิศ อาทิ ตัวเรือนสแตนเลสสตีลบนหน้าปัด เรซซิ่งสีเทาส้ม หรือแม้แต่ตัวเรือนทอง 18 กะรัต ที่เหล่านักสะสมถามหา โดดเด่นด้วยตัวเรือนทรงถังเบียร์ ที่นำรากฐานบางส่วนมาจากตัวเรือนทรง pilot เรือนเวลาในโครงการลับสุดยอดที่ Omega ร่วมพัฒนาด้วย

Speedmaster 125

Speedmaster 125 | ©Omega

Speedmaster 125 กับบทบาทอันท้าทายในฐานะเรือนเวลาโครโนกราฟ กลไกอัตโนมัติรุ่นแรกของโลก ด้วย Caliber 1041 ที่ผ่านการรับรองความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์อย่างเป็นทางการ เป็นรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นในปี 1973 เพื่อเฉลิมฉลองการก่อตั้งครบ 125 ปีของ Omega ด้วยจำนวนการผลิต 2,000 เรือน โดดเด่นด้วยตัวเลข 125 สลักบนพื้นหน้าปัดสีดำ ตอกย้ำถึงเส้นทางแห่งความมุ่งมั่นและทุ่มเทของแบรนด์มายาวนานกว่า 125 ปี

Speedmaster X-33

Speedmaster X33 | ©Omega

ด้วยชื่อรุ่นที่พิเศษ “X-33″ ที่อ้างอิงตามโปรเจคลับเฉพาะขององค์การนาซา สุดยอดนาฬิกาแห่งดาวอังคาร “Mars Watch” ที่ผู้คนทั่วโลกต่างคุ้นเคย กับระบบจับเวลาแบบไฮบริด (hybrid chronograph) ซึ่งออกแบบขึ้นเพื่อรองรับความเป็นไปได้ของภารกิจที่จะพามนุษย์ลงจอดบนดาวอังคาร ใช้เวลา 5 ปีในการร่วมมือกันพัฒนาระหว่าง Omega และหลากองค์กรอวกาศระดับโลก รวมถึงฝูงบินผาดแผลงจากหลายเหล่าทัพ แตกต่างด้วยฟังก์ชั่นหน้าปัดดิจิตอลที่ช่วยเสริมการใช้งานขณะปฏิบัติภารกิจนอกโลก เป็นเรือนเวลาที่ถูกสวมโดยนักบินอวกาศทั้งบนกระสวยอวกาศขององค์การนาซา และบนสถานีอวกาศเมียร์ของรัสเซีย

Technical Rendition of STS-71 Docked to Mir

Speedmaster 57

Speedmaster 57 | ©Omega

เป็นการปรับปรุงให้ทันสมัยในปี 2013 Speedmaster 57 เป็นเรือนเวลาที่ผสานประเพณีของ Speedmaster แบบดั้งเดิมผนวกกับรสชาติแห่งความท้าทายครั้งใหม่ได้อย่างลงตัว ขับเคลื่อนด้วยกลไกโครโนกราฟที่มอบความเที่ยงตรงระดับมาสเตอร์พีซ กับ Co-Axial Caliber 9300/9301 พร้อมกับแฮร์สปริงแบบซิลิคอน (silicon hairspring) ที่ผลิตขึ้นภายในโรงงานของแบรนด์เองเป็นครั้งแรก

Speedmaster Dark Side of the Moon

Speedmaster Dark Side of the Moon | ©Omega

เมื่อนักบินอวกาศของยานอพอลโล 8 โคจรไปเห็นด้านมืดของดวงจันทร์เป็นคนแรก เรือนเวลาจากเรื่องราวแห่งความสำเร็จอย่าง Dark Side of the Moon จึงอุบัติขึ้นในปี 2013 ที่เป็น Speedmaster ที่มาพร้อมกับตัวเรือนที่ผลิตขึ้นจากบล็อคเซรามิกแบบชิ้นเดียว ตอกย้ำตัวตนในความเป็นนักคิดค้นนวัตกรรมที่ Omega สั่งสมมาโดยตลอด ขับเคลื่อนด้วยกลไกจับเวลา Co-Axial Caliber 9300/9301 เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญของ Omega

"A13_0029 Jack Swigert Undergoing Spacesuit Checks" by SDASM Archives
นักบินอวกาศ John Leonard “Jack” Swigert ทดสอบชุดที่ Kennedy Space Center สำหรับโครงการ Apollo 13

การครบ 60 ปี แห่งเรือนเวลายอดนิยมนี้ เราเชื่อว่า Omega จะเปิดตัวเรือนเวลาใหม่ที่ Baselworld 2017 ที่ไม่ทำให้เราผิดหวังอย่างแน่นอน ซึ่ง LWQP ย่อมไม่พลาดที่จะไปสัมผัสเรือนจริงและนำมารายงานให้ผู้อ่านของเราอย่างเจาะลึกเช่นเคยครับ

เพื่อไม่ให้พลาดการอัพเดทบทความและรีวิวนาฬิกา อย่าลืมเพิ่ม @LWQP เป็นเพื่อนใน LINE นะครับ