Chronometric Tests & Hallmarks EP.02 (COSC)

สถาบันทดสอบกลไกนาฬิกาที่ทั่วโลกให้การยอมรับมากที่สุดในเวลานี้ COSC ใช้เวลาในการตรวจสอบมาตรฐานความเที่ยงตรงของกลไกนาฬิกานาน 15 วัน เมื่อบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาส่งกลไกนาฬิกาไปให้ทาง COSC ซึ่งจะตรวจสอบนับจำนวนพร้อมระบุหมายเลขและระบุหมายเลขแต่ละเครื่องก่อนใดอื่น จากนั้นเจ้าหน้าที่ติดตั้งหน้าปัดพิเศษที่ติดตั้งดวงตาอัจฉริยะ Optical Sensor (ออปติคอล เซน เซอร์) ทำหน้าที่ทดสอบรอบการหมุนของเข็มวินาทีในทุกจังหวะ ซึ่งกลไกนาฬิกาทดสอบต้องขึ้นลานจนเต็มก่อนการทดสอบในขั้นตอนแรก หากเป็นกลไกออโตเมติกจะถอดโรเตอร์ออก แล้วไขลานด้วยมือจนเต็มและปล่อยเครื่องพักไว้ 24 ชั่วโมงก่อนการทดสอบ ในการทดสอบขั้นนี้ ดวง ตาอัจฉริยะจะตรวจสอบค่าเวลาคลาดเคลื่อนและถ่ายภาพเข็มวินาทีของกลไกนาฬิกาทดสอบ และเก็บข้อมูลทั้งหมดบันทึกไว้ในคอมพิว เตอร์ที่ควบคุมมาตรฐานเวลาด้วยนาฬิกาอะตอม 2 ตัว

Atomic Clock FOCS-1 (Switzerland) | Public Domain

ในระหว่างการทดสอบขั้นแรกที่กินเวลา 10 วัน กลไกนาฬิกาได้รับการทดสอบความเที่ยงตรงใน 5 ตำแหน่ง ได้แก่ Crown Left ตำแหน่งเม็ดมะยมหันอยู่ทางซ้ายมือตรงตำแหน่ง 9 นาฬิกา ส่วน Crown Up และ Crown Down ตำ แหน่งเม็ดมะยมหันขึ้นตรงตำแหน่ง 12 นาฬิกาและหันลงล่างตรง 6 นาฬิกา ขณะที่ Dial Up และ Dial Down หันเม็ดมะยมเข้าหาตำแหน่ง 3 นาฬิกา โดยจับหน้าปัดหงายขึ้นและคว่ำลง โดยแต่ละตำแหน่งใช้เวลาทดสอบ 48 ชั่วโมง ระหว่างการทดสอบ 10 วันแรกนั้น กลไกนาฬิกายังถูกทดสอบในระดับอุณหภูมิแปรผัน โดยเริ่มจากระดับอุณหภูมิ 23 องศาเซลเซียส หากกลไกนาฬิกาทดสอบติดตั้งระบบกลไกจับเวลา ก็จะได้รับการตรวจสอบความแม่นยำในวันที่ 10 ส่วนวันที่ 11 ถึง 13 ในการทดสอบวันที่ 11 ระดับอุณหภูมิลดลงฮวบเหลือเพียง 8 องศาเซลเซียส และเพิ่มกลับขึ้นมาที่ 23 องศาเซลเซียส ก่อนจะเด้งขึ้นทดสอบไปที่ระดับ 38 องศาเซลเซียส ส่วน 2 วันสุดท้ายนั้น กลไกถูกทดสอบในระดับอุณหภูมิ 23 องศาเซลเซียส เป็นวันเดียวที่กลไกนาฬิกาหมุนกลับมาทดสอบที่ตำแหน่ง Crown Left ซ้ำอีกครั้ง

มาตรฐานทดสอบของสถาบัน COSC เทียบเท่าเกณฑ์การทดสอบ 7 ข้อใหญ่ของ ISO 3159 มาตรฐานสากลของนาฬิกาข้อมือระบบจักรกลอกและสปริงสายใยที่เที่ยงตรงตามหลักการโครโนมิเตอร์ และความแตกต่างระหว่าง COSC และ ISO 3159 อยู่ที่แบบทดสอบของ COSC ใช้ตรวจสอบอัตราความเที่ยงตรงของกลไกที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 20 มม. และน้อยกว่า 20 มม. หรือกว่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากโครงสร้างขนาดของกลไกนาฬิกาบุรุษมักใหญ่กว่า 20 มม. เช่นเดียวกับหัวใจกลไกในนาฬิกาสตรีที่มีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่า 20 มม.

Watchmaker | ©LWQP

อัตราความเที่ยงตรงเฉลี่ยรายวัน ค่าความคลาดเคลื่อนรายวันของกลไกนาฬิกาจะได้รับการตรวจสอบและเปรียบเทียบกับนาฬิกาอะตอมที่แสดงเวลาคลาดเคลื่อนเพียง ±1/10 วินาทีต่อวัน เมื่อรวมผลระหว่างกลไกนาฬิกาทดสอบกับนาฬิกาอะตอมทั้งหมดในวันที่ 10 ก็จะทราบว่ากลไกนาฬิกาเดินทำงานช้าหรือเร็วเกินไป โดยการทดสอบอัตราความเที่ยงตรงเฉลี่ยรายวันต้องทำก่อนทดสอบระบบโครโนกราฟและการทดสอบในระดับอุณหภูมิแปรผัน ซึ่งผลลัพธ์ในจุดนี้นิยมใช้อ้างอิงอัตราความแม่นยำของกลไกนาฬิกา สำหรับเกณฑ์วัดประเมินผลสอบผ่านสำหรับกลไกนาฬิกาที่มีขนาดใหญ่กว่า 20 มม. ตามมาตรฐาน COSC เฉลี่ยอยู่ระหว่าง – 4 ถึง + 6 วินาทีต่อวัน

การตรวจสอบ Master Chronometer ของ Omega ที่จะต้องผ่าน COSC เป็นอันดับแรกและต่อด้วยการทดสอบจาก METAS | ©Omega

การทดสอบค่าความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยใช้ทดสอบอัตราความเที่ยงตรงของกลไกนาฬิกาในแต่ละตำแหน่งว่ามีความสม่ำเสมอมากน้อยแค่ไหน ซึ่งแตกต่างจากอัตราความเที่ยงตรงเฉลี่ยรายวันที่วัดเทียบโดยนาฬิกาอะตอม แต่การทดสอบจุดนี้เป็นการตรวจสอบหาค่าความเคลื่อนในแต่ละตำแหน่งแบบวันต่อวัน เช่น ตำแหน่ง Crown Left กินเวลาทดสอบนาน 48 ชั่วโมง เท่ากับ 2 วัน ในขั้นตอนนี้เจ้าหน้าที่ COSC ทำการเปรียบเทียบค่าความเคลื่อนระหว่างวันที่ 1 และ 2 เพื่อเช็กดูว่าช่องว่างความคลาดเคลื่อนระหว่างทั้ง 2 วันนั้น แตกต่างกันมากหรือน้อยแค่ไหน ยกตัวอย่าง หากวันแรกในตำแหน่ง Dial Up กลไกนาฬิกาทำงานคลาดเคลื่อนเร็วไป + 0.3 วินาที และในตำแหน่งเดียวกันนั้น เครื่องเดินช้าไป – 0.7 วินาที ในวันที่ 2 ดังนั้น อัตราความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยทั้ง 2 วันอยู่ที่ – 0.4 วินาที ทางสถาบันจะทดสอบหาค่าความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยทั้ง 10 วันแรก เพื่อนำมาสถิติตัวเลขค่าคลาดเคลื่อนเฉลี่ยในแต่ละวันทั้ง 5 ตำแหน่งมาวิเคราะห์ โดยเรียกค่านี้ Vmoy กลไกนาฬิกาทดสอบที่ผ่านเกณฑ์นี้ต้องมีค่าคลาดเคลื่อนเฉลี่ย 2 วินาทีหรือน้อยกว่านั้น

Accuracy vs Precision

บางครั้งคุณอาจสับสนกับคำศัพท์กลไกนาฬิกาว่า ความแม่นยำหรือ Accuracy กับความเที่ยงตรงหรือ Precision มันต่างกันอย่างไร ? ความแม่นยำสำหรับนาฬิกาจักรกล หมายถึง วิธีการทำงานให้สมบูรณ์ใกล้เคียงเป้าหมายที่สุด เหมือนกับเวลาที่คุณปาลูกดอก คุณจะปายัง ไง ให้เข้าใจกลางเป้ามากที่สุด กลไกนาฬิกาก็เช่นเดียวกัน ที่จะแสดงเวลาให้ใกล้เคียงกับเวลาของนาฬิกาอะตอม ส่วนความเที่ยงตรงเป็นเรื่องของความสอดคล้องถูกต้องตรงกัน เช่น ถ้าคุณปาเป้า ต่อให้ไม่เข้าใจกลางเป้า แต่ปาเข้าตรงจุดเดิมทุกครั้งนั้น ซึ่งแสดงคุณมีความแม่นหรือความเที่ยงตรง กลับมาที่กลไกนาฬิกาบ้าง หากกลไกทำงานเที่ยงตรงสม่ำเสมอ ถึงแม้มันยังแสดงเวลาผิดจากมาตรฐานเวลา ช่างนาฬิกาสามารถปรับแต่งเพิ่มความแม่นยำให้กลไกนาฬิกาได้ ในทางตรงกันข้าม หากกลไกนาฬิกาแสดงเวลาด้วยความแม่นยำสูงก็จริง แต่ไม่มีความสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นเรื่องของความเที่ยงตรงแล้ว ถ้าเป็นนักเตะถือว่าฟอร์มเอาแน่เอานอนไม่ได้ อันนี้ช่างนาฬิกากุมขมับปวดหัว เพราะแก้ไขกลไกนาฬิกาให้เที่ยงตรงได้ยากกว่า และนี่เป็นวิธีการประเมินคุณสมบัติของกลไกนาฬิกาได้อีกประการหนึ่ง สำหรับอัตราค่าเฉลี่ยสูงระหว่างความแม่นยำและความเที่ยงตรงระหว่างวันที่ 1 และ 2 ในตำแหน่งเดียวกันที่เรียกว่าค่า Vmax ที่ COSC ตั้งเกณฑ์ประเมินกลไกนาฬิกาที่จะผ่านด่านนี้ไปได้ ต้องไม่เกิน 5 วินาทีหรือน้อยกว่าต่อวัน

ประสิทธิภาพการทำงานที่แตกต่างกันในแนวนอนและแนวตั้ง เนื่องจากแรงโน้มถ่วงส่งผลกระทบโดยตรงกับการทำงานของชุดจักรกลอก ส่งผลให้กลไกนาฬิกาที่วางตัวในแนวนอนทำงานแตกต่างจากกลไกในแนวตั้งที่ต้องเผชิญสภาพแรงโน้มถ่วงที่มากกว่า ซึ่ง COSC นำโจทย์ข้อนี้มาคำนวณไว้ในการหาค่าเฉลี่ยประสิทธิภาพการทำงานของกลไกทั้งแนวตั้งและแนวนอนด้วย โดยจดสถิติค่าคลาดเคลื่อนในแนวตั้งตอนที่ทดสอบตำแหน่ง Crown Left เปรียบเทียบกับอัตราความเที่ยงตรงเฉลี่ยรายวันในวันที่ 9 และ 10 เช่นเดียวกับเก็บบันทึกข้อมูลในแนวนอน จากการทดสอบในตำแหน่ง Dial Up มาเทียบกับอัตราความเที่ยงตรงเฉลี่ยรายวันในวันที่ 9 และ 10 กลไกนาฬิกาทดสอบที่จะผ่านเกณฑ์ประเมินต้องทำงานคลาดเคลื่อนไม่เกิน – 6 ถึง + 8 วินาทีต่อวัน

สำหรับค่าความคลาดเคลื่อนระหว่างอัตราความเที่ยงตรงเฉลี่ยรายวันกับอัตราการทำงานเฉพาะตัวกลไกนาฬิการายวันที่มากสุดในช่วง 10 วันแรกนั้น COSC ให้น้ำหนักเผื่อไม่เกิน 10 วินาทีต่อวันหรือน้อยกว่านี้ ส่วนอัตราความคลาดเคลื่อนในระดับอุณหภูมิแปรผันนั้นใช้ทดสอบว่า อุณหภูมิแปรผันส่งผลกระทบต่อกลไกนาฬิกาอย่างไร ? จุดทดสอบใช้เกณฑ์วัดที่นำค่าคลาดเคลื่อนในระดับอุณหภูมิระหว่าง 8 ถึง 38 องศาเซลเซียส มาหารด้วย 30 ซึ่งกลไกทดสอบที่ผ่านบททดสอบนี้ไปได้ต้องทำงานคลาดเคลื่อน ± 0.6 วินาทีต่อหนึ่งองศาเซลเซียสและต่อวัน

นาฬิกาของ TUDOR ก็เป็นหนึ่งในเรือนเวลาที่ได้รับรองมาตรฐานโครโนมิเตอร์จาก COSC | ©LWQP

อัตราการฟื้นสภาพเพื่อเริ่มต้นทำงานใหม่ บททดสอบนี้ใช้ประเมินว่าตำแหน่งและระดับอุณหภูมิที่แตกต่างกัน ส่งผลกระทบต่อกลไกนาฬิกาในระยะยาวอย่างไร ? ทาง COSC ทำการเปรียบเทียบอัตรากลไกการทำงานในช่วงท้ายของการทดสอบกับผลทดสอบในช่วงเริ่มต้นการทดสอบ โดยประเมินจากอัตราการทำงานเฉลี่ยรายวันในวันทดสอบสุดท้าย (วันที่ 15) กับอัตราการทำงานเฉลี่ยของ 2 วันแรก หากผลต่างระหว่างทั้ง 2 ค่าออกมาไม่เกิน – 5 ถึง + 5 วินาทีต่อวัน ถือว่ากลไกนั้น ๆ สอบผ่าน

แม้อย่างที่รู้กันดีว่า กระบวนการตรวจสอบกลไกนาฬิกาของสถาบัน COSC จะทำแบบยกล็อตด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่มีมาตรฐาน แต่ COSC ยังเปิดให้บริการตัวเลือกอื่นๆ อีก เช่น แม้ว่าเกณฑ์วัดประเมินผลของ ISO 3159 ครอบคลุมเฉพาะกลไกนาฬิกาเท่านั้น แต่ทาง COSC ยังบริการทดสอบเครื่องควอตซ์ด้วย โดยจะทำการทดสอบตำแหน่ง Dial Up เป็นเวลา 11 วัน ใน 3 ระดับอุณหภูมิ นอกจากนี้เครื่องควอตซ์จะถูกทดสอบหมุนเหวี่ยงแบบ 3 มิติ พร้อมตรวจสอบความทนทานต่อแรงอัดกระแทก 200 เท่า และทดสอบในสภาพความโน้มถ่วง 100 Gs ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

COSC ของนาฬิกายี่ห้อ Brellum | Brellum

เฉพาะปี 2012 ปีเดียว ทางสถาบันทดสอบ COSC ได้ทำการทดสอบและออกใบรับรองให้เครื่องควอตซ์มากกว่า 46,000 เครื่อง นอกจากนี้ หากทางบริษัทผู้ผลิตยินดีจ่ายเงินค่าธรรมเนียมเพิ่ม ทาง COSC ยังมีบริการตรวจสอบกลไกนาฬิกาที่ติดตั้งประกอบเข้ากับตัวเรือนให้ด้วย รวมถึงบริการทดสอบโครโนมิเตอร์แบบปรับแต่งรายละเอียด หรือตรวจสอบด้วยมือ ด้วยกรรมวิธีโดยใช้อุปกรณ์เครื่องมือช่างทั่วไปที่ไม่ใช้พลังงานไฟฟ้าแต่อย่างใด ตามสถิติข้อมูลล่าสุดในปี 2013 ทาง COSC ได้เผยว่าออกประกาศนียบัตรรับรองกลไกนาฬิกาไปแล้วถึง 1,729,716 ฉบับ ซึ่งแบรนด์ยอดนิยมแถวหน้าของโลกอย่าง Rolex (โรเล็กซ์) Omega (โอเมกา) และ Breitling (ไบร์ทลิง) ยังคงหัวตารางแบรนด์นาฬิกาที่ส่งกลไกเข้าทดสอบและสอบผ่านได้ใบรับรองมากที่สุดในโลก ทั้ง 3 แบรนด์ข้างต้นครอบครองสัดส่วนใบรับรองคุณภาพจาก COSC มากถึง 87% ตัวเลขไม่เคยโกหก ดังนั้น สิ่งนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงบริบทความเปลี่ยนแปลงของบททดสอบโครโนมิเตอร์ของ COSC จากอดีตที่เคยเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ แต่วันนี้กลับกลายมารับใช้นายทุนในยุคที่ธุรกิจนาฬิกาจักรกลกำลังเบ่งบานเฟื่องฟูอีกครั้ง

ในวันพุธหน้าเวลา 19:00 น. LWQP จะพาผู้อ่านไปเจาะลึกกับมาตรฐานที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ COSC ที่จะทำให้เข้าใจถึงมาตรฐานและกรรมวิธีทุกขั้นตอน ในบทความ “Chronometric Tests & Hallmarks EP.03 (GENEVA SEAL)”

เพียงเพิ่ม @LWQP เป็นเพื่อนใน LINE เท่านั้น ก็สามารถติดตามข่าวสารนาฬิกาอย่างไม่ตกกระแส และไม่พลาดที่จะรับสิทธิพิเศษสำหรับผู้อ่านของ LWQP โดยเฉพาะ