รีวิว – Octo Finissimo Tourbillon Skeleton

ที่ผ่านมา LWQP ได้เคยรีวิวนาฬิกาที่โดดเด่นเรื่องความบางไปหลายเรือน เช่น JLC Master Ultra Thin Perpetual ที่ใส่โดย Doctor Strange หรือ Piaget Altiplano Tourbillon จากงาน SIHH 2017 แต่นอกเหนือจากแบรนด์เหล่านี้แล้ว อีกหนึ่งผู้เล่นในตลาดนาฬิกาที่น่าจับตามองไม่แพ้กันคงจะหนีไม่พ้นแบรนด์ BVLGARI ที่ทยอยออกแบบทั้งกลไก in-house และปรับการออกแบบให้ดีมากยิ่งขึ้นมาโดยตลอด ในโอกาสงาน Baselworld 2017 ที่กำลังจะมาถึง LWQP จึงไม่มีเหตุผลที่จะไม่นำเรือนเวลาจาก BVLGARI มารีวิวนำเสนอให้ผู้อ่านอย่างละเอียดเช่นเดิมด้วย Octo Finissimo Tourbillon Skeleton ครับ

Octo Finissimo Tourbillon Skeleton | © LWQP

เรื่องกลไกคือปัจจัยหลัก ที่ทำให้ LWQP หยิบ Octo Finissimo Tourbillon Skeleton ขึ้นมารีวิว ด้วยความประทับใจของ LWQP ในครั้งไปเยือนโรงงานของ BVLGARI ที่ Le Sentier ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (อ่านได้ที่ “LWQP เยี่ยมชมโรงงานเรือนเวลา BVLGARI”) ที่เราได้เห็นการผลิตตั้งแต่ชิ้นส่วนจนประกอบเป็นกลไกสมบูรณ์

Octo Finissimo Tourbillon Skeleton | © LWQP

ด้วยกลไก BLV268SK ทำให้นาฬิการุ่นนี้ครองตำแหน่งกลไกตูร์บิญองที่บางที่สุดในปัจจุบัน ชิ้นส่วนทั้งหมด 253 ชิ้นอัดแน่นรวมด้วยความหนาเพียง 1.95 มม. ซึ่งยังไม่มีใครล้มได้ตั้งแต่ปี 2014 ทาง BVLGARI ได้ทำการลดความหนาลงด้วยการใช้ระบบ Flying Tourbillon ซึ่งเป็นตูร์บิญองที่ไม่ได้ยึดด้วยสะพานที่คาดทับกลไกไว้ จึงทำให้กรงตูร์บิญองหมุนราวกับลอยอยู่ในอากาศ นอกจากนั้น มีการเปลี่ยนมาใช้ลูกปืนเซรามิกที่ให้แรงเสียดทานต่ำมาใช้สำหรับจุดหมุนต่าง ๆ การปรับแต่งความเที่ยงตรงต้องทำโดยช่างจาก BVLGARI เท่านั้นเพราะได้ถอดตัวปรับความเที่ยงตรงของจักรกรอกออก ซึ่งถ้าถาม LWQP ว่านี่เป็นข้อเสียในเรื่องการ service หรือไม่ เราขอตอบว่า “ไม่ครับ” เพราะนาฬิการะดับนี้ปกติต้องส่งช่างนาฬิกาที่มีประสบการณ์สูงกับกลไกพิเศษซึ่งจะพบได้ในช่างของแบรนด์อยู่แล้ว พลังงานสำรองอยู่ที่ 62 ชม. ไม่ได้มากหรือน้อยแตกต่างจากแบรนด์อื่นมาก สะพานเครื่อง (Bridge) มีการตกแต่งด้วยการเคลือบ DLC สีดำทำให้ Octo Finissimo Tourbillon Skeleton เป็นนาฬิกาที่น่าหลงใหลอย่างมากในสายตาของ LWQP 

Octo Finissimo Tourbillon Skeleton | © LWQP

เรื่องของหน้าปัด LWQP ขออนุญาตผู้อ่านในการข้ามไปเพราะ Octo Finissimo Tourbillon Skeleton ไม่มีพื้นหน้าปัด ผู้ใช้งานจึงสามารถเห็นจังหวะการเต้นของหัวใจจักรกลได้อย่างชัดเจนซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนอยากเห็นตั้งแต่ครั้งที่กลไกรุ่นนี้เปิดตัวในปี 2014 งานฉลุทำได้เยี่ยมยอดมากจนสามารถรู้สึกได้ว่าชิ้นส่วนต่างๆ นั้นถูกจับวางแบบไร้พันธะใดใด ต้องยกความดีความชอบให้กับโรงงานที่ Le Sentier ของแบรนด์สำหรับการผลิตและประกอบกลไกสุดพิเศษ เรื่องการอ่านเวลาในที่มืดหรือแสงน้อย นาฬิกาเรือนนี้อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์นักเพราะไม่มีการบรรจุพรายน้ำมา แต่ถ้ามองในแง่ความสวยงาม LWQP คิดว่าหากใช้เข็มนาฬิกาที่บรรจุพรายน้ำมานั้นรังแต่จะลดธีมความสวยงามที่ BVLGARI นำเสนอมาทิ้งเสียเปล่า 

Octo Finissimo Tourbillon Skeleton | © LWQP

สำหรับตัวเรือนทรง 8 เหลี่ยมทำจากแพลตินัมอันเป็นเอกลักษณ์ชื่อ Octo นี้ได้แรกเริ่มเดิมทีได้มาจากนักออกแบบชั้นครูอย่าง Gérald Genta โดย BVLGARI ได้ควบรวมกิจการของแบรนด์ Gérald Genta มาในปี ค.ศ. 1999 ทำให้เรายังคงพบเห็น DNA ของของนักออกแบบรายนี้ได้อย่างเด่นชัด Octo Finissimo Tourbillon Skeleton มีความหนาทั้งหมดอยู่ที่ 5 มม. ไม่เป็นปัญหาสำหรับซ่อนในแขนเสื้อเชิ้ตตามสไตล์นาฬิกา ultra-thin ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือนอยู่ที่ 40 มม. ตามมาตรฐานของนาฬิกาบุรุษในปัจจุบัน หลังจากลองสวมใส่ดู LWQP ยังพบว่าขานาฬิกานั้นโค้งงับรับกับข้อมือมาก (เราแอบไม่อยากถอดออกครับ ฮา) คุณสมบัติการกันน้ำอยู่ที่ 3 ATM หรือ 30 เมตร เพียงพอสำหรับการใช้งานในออฟฟิศหรือชีวิตประจำวันปกติ

Octo Finissimo Tourbillon Skeleton | © LWQP

สายหนังสีดำมีความบางเท่ากับตัวเรือนทำให้รู้สึกได้ถึงความเรียบของนาฬิกาทั้งเรือน สีดำยังดูเข้ากันกับแท่นเครื่องและชิ้นส่วนสีเดียวกัน ด้วยการออกแบบที่ผสาน DNA จาก Gérald Genta, เลือดอิตาเลียนของ BVLGARI และกลไกตูร์บิญองอันบางเฉียบทำให้ LWQP รู้สึกฉงนว่ามนต์วิเศษบทใดที่ BVLGARI ได้ร่ายลงไปในนาฬิกาเรือนนี้และมนต์บทต่อไปที่พวกเขาจะร่ายให้เราได้ชมจะยิ่งวิเศษมากขึ้นขนาดไหน

Octo Finissimo Tourbillon Skeleton สนนราคาที่ 4,644,000 บาท