ไขความลับ! อาการ “แพ้” นาฬิกา

ตลอดชีวิตของเราต้องเคยได้ยินคนรอบตัวว่าแพ้นู่นนี่ ไม่ว่าจะเป็น ยา นมวัว เกสรยอดหญ้า แป้ง ฯลฯ เท่าที่คนธรรมดาจะนึกออก เนื่องด้วย LWQP นำเสนอข้อมูลเรื่องนาฬิกามาตลอด จึงได้รวบรวมและนำความรู้เกี่ยวกับอาการแพ้นาฬิกามาฝากให้ได้อ่านกันครับ

เรื่องของ “โลหะ”

โดยปกติทั่วไปนั้น ตัวเรือนและสายโลหะของนาฬิกาจะทำจากเหล็กกล้าไร้สนิม (อังกฤษ: Stainless Steel) ในวงการนาฬิกาที่เรารู้จักกันอันดับหนึ่งคือ เกรด 316L และนาฬิกา Rolex ใช้เกรด 904L ซึ่งทั้งสองตัวนั้นจะมีความแตกต่างโดยคร่าวๆระหว่างสองตัวนี้คือธาตุที่เจือไปสองตัวคือ โครเมียม (Cr) และนิกเกิล (Ni)

ตัวเรือนของ Rolex ที่ทำจากสเตนเลสสตีลเกรด 904L |©Rolex/Cédric Widmer

โดยโครเมียมนั้นเป็นส่วนผสมหลักที่ทำให้เหล็กนั้นทนต่อสนิม และนิกเกิลเป็นตัวช่วยสำคัญ ที่ทำให้เหล็กนั้นทนสารเคมีและกรดต่าง ๆ รวมถึงทำให้คุณสมบัติเชิงกลดีขึ้นด้วย แต่คุณสมบัติอีกอย่างของนิกเกิลที่คุณไม่รู้คือการที่นิกเกิลนั้นมีการแพร่จากเหล็กมาสัมผัสกับผิวหนังเราผ่านเหงื่อนั้นอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ได้ เป็นจุดกำเนิดของ “โรคผื่นแพ้สัมผัสจากโลหะนิกเกิล” (อังกฤษ: Nickel Contact Dermatitis)

ตัวเรือนสเตนเลสสตีลของ Jaeger-LeCoultre Grande Reverso | ©LWQP

เรื่องของอาการ “แพ้”

ขั้นตอนการเกิดผื่นแพ้ตัวร้ายนี้แบ่งได้เป็นสองระยะ โดยเริ่มที่ระยะแรกคือ ระยะกระตุ้น (Induction phase) โดยสารก่อภูมิแพ้ของเรานั้นจะซึมผ่านผิวหนังไปได้จากความที่เป็นสารขนาดเล็กของมัน เข้าไปจับกับ Langerhans cell ซึ่งผมขอย่อสั่น ๆ ว่าชื่อ LCs จากนั้น LCs จะผ่านเข้าไปในท่อน้ำเหลือง เดินหน้าไปกระตุ้น T-lymphocyte ได้เป็น 2 ชนิดคือ T-effector cells กับ T-memory cells

Section of skin showing large numbers of dendritic cells (Langerhans cells) | Public Domain

ซึ่งเจ้า T-effector cells ตัวยุ่งจะใช้เวลาหลายวันวิ่งมาที่ผิวคอยรอรับการกระตุ้นจากสารก่อภูมิแพ้ในระลอกถัดไป แต่ถ้าเราไม่ได้สัมผัสอีกก็จะไม่เกิดอะไรขึ้นกับผิว

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราอาจจะไม่เกิดอาการแพ้ตั้งแต่ครั้งแรก แต่ร่างกายเราจะยังคงสภาพ alert นี้อยู่ได้นานอาจถึงปีเลยทีเดียว

ระยะที่สองคือ ระยะเกิดปฏิกิริยา (Eliciting phase) ระยะนี้คือผลของการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ซ้ำอีกครั้งโดยมันจะไปกระตุ้น LCs อีกครั้งจนเกิดการส่งต่อเป็นทอด ๆ แล้วกระตุ้นให้ปลดปล่อยสารที่ทำให้เกิดการอักเสบออกมาจนผิวหนังกำพร้าเกิดการบวม มีตุ่มน้ำ คัน เป็นต้น

หนทางแก้ไข

ปกติแล้ว วิธีการจัดการกับอาการแพ้แบบปกตินี้คือ การทาสเตียรอยด์, ทานยาแก้คัน แต่ที่ผมอยากจะแนะนำมากที่สุดคือ “การหลีกเลี่ยงการสัมผัส” เลยจะดีที่สุด แต่สำหรับคนรักนาฬิกา คงจะไม่มีใครที่เลิกใส่นาฬิกาบนข้อมือเป็นแน่ ดังนั้น LWQP จึงแนะนำสามวิธีแก้ไข สำหรับผู้แพ้นาฬิกาทุกคน

วิธีที่ 1 คือ การใช้ “cuff band” ป้องกันผิวเราจากโลหะ หรือสายหนังที่มีสายซ้อนด้านใต้นาฬิกา

วิธีที่ 2 คือ หาอะไรมาทาเคลือบระหว่างข้อมือไว้ เช่น น้ำยาทาเล็บ แต่ก็ไม่ได้รับประกันผลต่อเนื่องยาวนานเท่าไร เพราะสุดท้าย มันจะโดนชะด้วยเหงื่อของเราได้อยู่ดี

วิธีที่ 3 คือ เปลี่ยนวัสดุมันซะเลย ปัจจุบัน นาฬิกาเองก็ไม่ได้มีแต่ stainless steel แล้ว คุณอาจจะมีตัวเลือกเป็นนาฬิกาวัสดุเซรามิกหรือการใช้ ไทเทเนียม (Ti) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

ตัวเรือนเซรามิกที่เงางามของ Rado DiaMaster Grande Seconde | ©RADO

ไม่ว่าวัสดุใดที่มีการเจือนิกเกิลลงไปก็สามารถทำให้แพ้ได้เช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะเหล็กกล้าไร้สนิม แม้จะมีการคุมปริมาณของนิกเกิลไม่ให้เกินกำหนด แต่ถ้าวัสดุใดยิ่งมีนิกเกิลมาก ยิ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายขึ้น อาการแพ้ไม่มีทางแก้ไข แต่เราสามารถหลีกเลี่ยง หรือป้องกัน ถ้าหากผู้อ่านสงสัยว่าตนเองจะมีอาการแพ้ สามารถไปทำ patch test ได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านท่าน จะสามารถหาสาเหตุของอาการแพ้ได้ภายใน 96 ชั่วโมง

การทดสอบอาการแพ้ (Allergy Test Results by Matt K | CC BY-SA 2.0)

เพียงเพิ่ม @LWQP เป็นเพื่อนใน LINE เท่านั้น ก็สามารถติดตามข่าวสารนาฬิกาอย่างไม่ตกกระแส และไม่พลาดที่จะรับสิทธิพิเศษสำหรับผู้อ่านของ LWQP โดยเฉพาะ

แหล่งอ้างอิง

  1. ศ.ดร.นพ.ธัมม์ทิวัตถ์ นรารัตน์วันชัย. ผิวหนังอักเสบจากการแพ้สัมผัส[Internet]. [cited 2015 Nov 5] 
  2. พญ.สวริน รักบัว. การศึกษาเปรยบเทียบปฏิกิริยาการทดสอบภูมิแพ้นิกเกลและปริมาณนิกเกิลในปัสสาวะ ระหวางผู้ป่วยผื่นแพ้สัมผัสสารนิกเกิลที่รับประทานคีเลต ซิงค์และยาหลอก[Internet]. 2007 [cited 2015 Nov 5]