Baselworld 2017 | Hermès Slim d’Hermès Quantième Perpétuel Platine

LWQP ชื่นชอบเรือนเวลาของ Hermès (แอร์เมส) ที่นำศิลปะออกมานำเสนอได้ยอดเยี่ยม ที่ประทับใจที่สุดเห็นจะเป็น Hermès Arceau Millefiori ที่มีหน้าปัดทำจากแก้วที่เป็นงานฝีมือที่โด่งดังจากอิตาลี แต่ใช่ว่าทางแบรนด์จะนำเสนอเรือนเวลาที่เน้นแต่ความสวยงามอย่างเดียว เพราะ Slim d’Hermès Quantième Perpétuel ที่มาพร้อมกับกลไกปฎิทินถาวร (Perpetual Calendar) นั้นนำเสนอความซับซ้อนที่ทำให้เหล่านักสะสมนาฬิกาต้องหันมาให้ความสนใจเช่นกัน สำหรับปี 2017 ทาง Hermès ได้เพิ่มตัวเรือนแพลทินัมพร้อมกับหน้าปัดน้ำเงินเข้มสวยงาม

Hermès Slim D’Hermès Quantième Perpétuel Platine | ©Hermès

ด้วยดีไซน์ที่เรียบเพรียวบางเป็นจุดยืนของไลน์ Slim D’Hermès ดังนั้นกลไกรุ่น H1950 นั้นจะเน้นความบางแต่ทรงพลังด้วยกลไกที่มีระบบปฎิทินถาวร (Perpetual Calendar) ที่จะปรับวันที่ในแต่ละเดือนให้มี 30 หรือ 31 วันโดยอัตโนมัติ พร้อมคำนวณปีอธิกสุรทินซึ่งทุกๆ สี่ปีจะมีเดือนกุมภาพันธ์ที่มี 29 วันโดยไม่ต้องปรับตั้งนาฬิกาแต่อย่างใด ตกแต่งด้วยตัวอักษร “H” แกะลายอย่างพิถีพิถัน สามารถบ่งบอกกลางวัน/กลางคืน โซนเวลาที่สองและปฏิทินจันทรคติ ด้วยระบบกลไกซับซ้อนที่หนาเพียง 4 มม. เท่านั้น ชิ้นงานที่บ่งบอกถึงความเชี่ยวชำนาญด้านการผลิตนาฬิกาเรือนนี้สามารถชื่นชมได้ผ่านกระจกแซฟไฟร์ด้านหลังของตัวเรือน

Hermès Slim D’Hermès Quantième Perpétuel Platine | ©Hermès

กลไก H1950 ใช้พื้นฐานจากกลไกของ Vaucher ผู้ผลิตกลไกที่ Fleurier ที่ Hermès มีถือหุ้นอยู่ ซึ่งทางผู้ผลิตได้นำกลไกพื้นฐานมาตกแต่งใหม่ และเพิ่มโมดูลของปฏิทินถาวร (perpetual calendar) ที่ออกแบบโดย Jean-Marc Wiederrecht ช่างนาฬิการะดับ “master watchmaker” ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนาฬิกาหลากหลายแบรนด์ เช่น Vancleef & Arpels “Poetic Complications”, Harry Winston Opus IX, MB&F HM2 และ HM3 ฯลฯ เป็นหนึ่งในบุคคลแห่งวงการนาฬิกาที่น่ายกย่อง

Jean-Marc Wiederrecht ที่งาน Baselworld 2017 | © LWQP

สำหรับตัวเรือนแพลทินัมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 39.5 มิลลิเมตร นั้นมีความทนทานมากกว่าทองคำและเหมาะกับการใช้งานได้ทุก ๆ วัน จึงทำนาฬิกาเรือนนี้เหมาะสมกับการใส่ทุกวัน และ  “ควรจะใส่ทุกวัน” เพราะได้ถูกออกแบบให้เป็นนาฬิกาอัตโนมัติที่มีตุ้มเหวี่ยงแบบ micro rotor คอยขึ้นลานให้เวลาสวมใส่ นอกจากนั้น Hermès เลือกที่จะคุมโทนสีของเรือนเวลานี้ให้เป็นสีน้ำเงิน ทั้งหน้าปัดและสายหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้ม จึงทำให้องค์ประกอบของเรือนเวลาไปในทิศทางเดียวกัน

Hermès Slim D’Hermès Quantième Perpétuel Platine | © QP Thailand

แม้ว่าความเป็นนาฬิกา Hermès ไม่อาจจะสละความเป็นนาฬิกาแฟชั่นได้ แต่การขยับขึ้นไปใช้กลไกชั้นสูงพร้อมฟังก์ชั่นที่ซับซ้อน เป็นสิ่งที่คนรักนาฬิกาไม่ควรมองข้าม โดยทาง Hermès ได้ตั้งราคาไว้ที่ 33,500 ยูโร (ประมาณ 1,226,987 บาท) ซึ่งถ้าเราเทียบในราคาใกล้เคียงกัน กับ Rolex Sky-Dweller ตัวเรือนไวท์โกลด์และสายหนังที่ราคา 35,900 ยูโร (ประมาณ 1,314,890 บาท) เรามองว่า Hermès Slim D’Hermès Quantième Perpétuel Platine ให้วัสดุแพลทินัมที่เหนือกว่า รวมถึงกลไกที่ซับซ้อนมากกว่า และที่สำคัญ ออกแบบโมดูลโดยช่างนาฬิการะดับ “Master Watchmaker” ของโลก

Hermès Slim D’Hermès Quantième Perpétuel Platine | © QP Thailand

ถ้าผู้อ่านชื่นชอบบทความและรีวิวของ LWQP ต้องห้ามลืมที่จะเพิ่ม @LWQP เป็นเพื่อนใน LINE (อย่าลืม @ หน้าชื่อ) เพราะเราจะอัพเดทข้อมูลใหม่บน LINE ส่งตรงถึงมือผู้อ่านอย่างทันเหตุการณ์