รีวิว – Seiko Presage Enamel Automatic Chronograph

Seiko เป็นแบรนด์ที่ค่อนข้างจะวาง position ของตนไว้หลายตำแหน่ง ครอบคลุมตั้งแต่ระดับหลักพันไปจนเกือบแสน โดยที่ผ่านมา LWQP ไม่ได้พูดถึงเท่าไร แต่จากการสอดส่องหานาฬิกาที่น่าสนใจจากงาน Baselworld 2017 ที่ผ่านมา เราได้เจอเข้ากับ Seiko Presage Automatic Chronograph ที่ LWQP คิดว่าดีพอในการกล่าวถึงและนำมาเขียนให้ผู้อ่านได้รับชมครับ

Seiko Presage Enamel Automatic Chronograph | ©LWQP

สาเหตุหลักที่ทำให้เราหยิบนาฬิกาเรือนนี้ขึ้นมาคือเรื่องหน้าปัด แม้หน้าปัดนี้แม้จะไม่ได้โดดเด่นเท่า Seiko Presage 60th Anniversary Chronograph จากการใช้หลักชั่วโมงเลขอารบิกเหมือนดั้งเดิมเกือบจะเป๊ะเมื่อเทียบกับรุ่น Laurel ที่เป็นนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของ Seiko ได้ผลิตขึ้นในปี 1913 และเป็นต้นกำเนิดของคอลเลคชัน Presage แต่รายละเอียดหลายอย่างยังคงมีความคล้ายคลึงและน่าเล่าสู่กันฟังตามสไตล์ LWQP อยู่ อย่างแรกคือเรื่องของหน้าปัดอีนาเมลที่ใช้เทคนิค Grand Feu จริงที่ว่าในปัจจุบันนั้นหน้าปัดที่ผ่านกรรมวิธีที่ต้องใช้ฝีมือช่างในการผลิตนี้กลายเป็นเครื่องหมายของนาฬิกาชั้นสูง แต่ความจริงแล้วในวงการนาฬิกานั้นมีการปรับใช้กับหน้าปัดเพราะมาจากการป้องกันการเกิดสนิมเมื่อส่งมาขายยังเอเชียซึ่งเป็นตลาดหลักแทนที่ยุโรป หลักชั่วโมงของ Presage Enamel Automatic Chronograph เรือนนี้ใช้เป็นเลขโรมันแทนและใช้สเกลนาทีแบบเดียวกับนาฬิกาพกรุ่น Time Keeper ของ Seiko จากปี 1895

Seiko Presage Enamel Automatic Chronograph | ©LWQP

หน้าปัดย่อยทั้งสามกระจายกันตามรูปแบบปกติของนาฬิกาที่บรรจุกลไกจับเวลา แต่มีการเพิ่มช่องวันที่ (Date) เข้ามากึ่งกลางที่ 3 และ 4 นาฬิกา LWQP คิดว่าอาจจะดูเสียสมดุลไปหน่อยแต่ด้วยความที่มีขนาดเล็กอยู่จึงไม่ได้ขัดตามากนัก พื้นหน้าปัดสีขาวนวลมีมิติชวนมองตามฉบับของอีนาเมลนี้เป็นผลงานของคุณ Mitsuru Yokozawa และทีมช่างซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการนำเทคนิคอีนาเมลมาใช้กับวัสดุขนาดเล็ก การทำแบบ Grand Feu จะนำหน้าปัดที่ผ่านการลงผงอีนาเมลหรือผงแก้ว (เทคนิค: enamel frit) ไปอบในเตาที่ความร้อนประมาณ 800 องศาเซลเซียสนับสิบครั้งจนได้สีและความหนาที่ต้องการ หากสังเกตดูใกล้ ๆ บนหลักชั่วโมงเองก็นูนขึ้นจากปกติเช่นเดียวกันซึ่งน่าจะเกิดจากการพิมพ์ย้ำลงไปหลายรอบ กระบวนการผลิตจึงค่อนข้างใช้ทักษะและเวลาอยู่ไม่น้อย ชุดเข็มสีน้ำเงินเองก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีในการผลิตนาฬิกาให้ดูหรูลุ่มลึก

งานขัดตัวเรือนทำได้ค่อนข้างน่าชมทีเดียว | ©LWQP

ต้วเรือนมาในขนาด 42 มม. หนา 14.2 มม. คุณสมบัติป้องกันน้ำได้ 10 บาร์ หรือประมาณ 100 เมตร ป้องกันสนามแม่เหล็กได้ 4,800 A/m เม็ดมะยมสัญลักษณ์ย่อตัว S ของแบรนด์ สายนาฬิกาทำจากหนังจระเข้ เช่นเดียวกับนาฬิกา dress อื่น ๆ ทาง Seiko ไม่พลาดแน่ที่จะอวดกลไกผ่านกระจกแซฟไฟร์เคลือบกันสะท้อนที่บุเปลือยแสดงที่ด้านหลังตัวเรือนซึ่งเราจะกล่าวถึงในย่อหน้าถัดไป

Seiko Presage Enamel Automatic Chronograph | ©LWQP

กลไกด้านในคือรุ่น 8R48 กลไกอัตโนมัติความเที่ยงตรงอยู่ที่ +25/-15 วินาที่ต่อวัน ดูแล้ว Seiko ค่อนข้างเป็นเสีบเปรียบด้านนี้เมื่อเทียบกับนาฬิกาสวิสที่ยิ่งจะทวีความเที่ยงตรงมากขึ้นอยู่ตลอดด้วยการรองรับมาตรฐาน COSC แต่สำหรับฟังก์ชันจับเวลานั้นมีการใช้ระบบคลัทช์ในแนวดิ่ง (vertical clutch) ซึ่งจะทำให้การจับเวลาทำได้อย่างแม่นยำมากขึ้นเพราะลดการกระตุก (backlash) ลงไปได้อย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อรวมกับระบบ column wheel กลไก 8R48 จึงมอบประสบการณ์ความนุ่มนวลในช่วงเวลาการกดใช้งานจับเวลาอย่างเห็นได้ชัด แน่นอนว่านี่เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นาฬิกามีราคาสูงเพราะเครื่อง CNC ยังไม่สามารถผลิต column wheel ได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงยังต้องใช้มนุษย์ผลิตในหลายขั้นตอน สำรองพลังงานของกลไกอยู่ในระดับปกติไม่ได้โดดเด่นนักที่ประมาณ 45 ชั่วโมง

Seiko Presage Enamel Automatic Chronograph | ©LWQP

ในมุมมองของ LWQP มองว่า Seiko Presage Enamel Automatic Chronograph เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ชื่อ Seiko นั้นก็อาจเป็นข้อเสียได้เพราะแบรนด์วางช่วงนาฬิกาไว้กว้างเกินไปและในราคาเดียวกันนี้อาจเอาไปลงกับนาฬิกา swiss made อื่นที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กันอย่างเช่น Longines หรือเก็บเงินเพิ่มหน่อยก็จะได้ Grand Seiko ที่ปีนี้มาในทิศทางเด่นชัดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม LWQP ยังคิดว่าจากเรื่องหน้าปัด นาฬิกาเรือนนี้สามารถตอบโจทย์การเป็น โตกิ-โนะ-วะสะ (Toki-no-waza) หรือ  The Artisan of Time ที่ Seiko มักกล่าวไว้ได้อยู่ครับ

Seiko Presage Enamel Automatic Chronograph | ©LWQP

Seiko Pressage Enamel Automatic Chronograph เป็นหนึ่งใน Pressage Enamel Collection ที่ Seiko ได้เปิดตัวทั้งหมด 4 เรือน ซึ่งประกอบไปด้วยรุ่น Automatic ธรรมดาสองเรือน รุ่น Multi-Hands หนึ่งเรือน ซึ่งในช่วงราคานั้น Seiko วางคอลเล็คชั่นนี้ไว้ต่ำกว่าแสนบาท โดยรุ่นจับเวลาที่เรานำมารีวิวนี้ได้ตั้งไว้ที่  2,650 ยูโร ซึ่งถ้าเป็นราคาไทยจะอยู่ในช่วงราคา 96,000 – 97,000 บาท ซึ่ง LWQP เชื่อว่า ในราคานี้คุณคงหาหน้าปัดอีนาเมลที่เทียบราคากับเรือนนี้ได้ยาก

ถ้าผู้อ่านชื่นชอบบทความและรีวิวของ LWQP ต้องห้ามลืมที่จะเพิ่ม @LWQP เป็นเพื่อนใน LINE (อย่าลืม @ หน้าชื่อ) เพราะเราจะอัพเดทข้อมูลใหม่บน LINE ส่งตรงถึงมือผู้อ่านอย่างทันเหตุการณ์