แนะนำ – 4 เรือนคลาสสิค 4 ช่วงราคา

ในปี 2017 นี้ เราจะสังเกตได้ว่ามีนาฬิการุ่นย้อนยุคออกมามากมายในตลาด เป็นเรื่องที่ดีสำหรับใครที่ชื่นชอบนาฬิกาแนววินเทจ ซึ่งทีม LWQP ได้มีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสเรือนเวลารุ่นใหม่ ๆ ก่อนใครที่งาน SIHH 2017 และ Baselworld 2017 และในบทความนี้เราขอนำเสนอ 4 เรือนเวลาที่ย้อนยุค ใน 4 ช่วงราคาที่น่าสนใจ

1. Hamilton Intra-Matic 68 (50,000 – 100,000)

ถ้าหากเรานึกถึงรุ่นคลาสสิคของ Hamilton คงจะหนีไม่พ้น Ventura ตัวเรือนสามเหลี่ยม ที่ปรากฏอยู่บนข้อมือของเอลวิส เพรสลีย์ ในภาพยนตร์เพลงสไตล์คอมเมดี้ชื่อ Blue Hawaii ในปี ค.ศ. 1961 แต่ในปี 2017 ทาง Hamilton ได้เปิดตัว Intra-Matic 68 ที่นำการออกแบบในอดีตมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง และเป็นหนึ่งในนาฬิกาสำหรับงบประมาณ 50,000 – 100,000 บาท ที่น่าสนใจ

Hamilton Intra-Matic 68 | © LWQP

สำหรับ Hamilton รุ่น Intra-Matic 68 มีขนาดตัวเรือนเท่ากับ 42 มิลลิเมตร ที่ทำจากสเตนเลสสตีล เป็นการปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้นตามความนิยมของผู้สวมใส่ในปัจจุบัน สูบฉีดด้วยกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ รุ่น H-31 ที่ความถี่ พร้อมกับฟังก์ชัน ชั่วโมง, นาที, วันที่, กลไกจับเวลา ที่แสดงอยู่บนหน้าปัดแบบรีเวิร์สแพนด้า สำรองพลังงานลานได้ 60 ชั่วโมง

Hamilton Intra-Matic 68 | © LWQP

Intra-Matic 68 มาพร้อมกับสายหนังสีดำ มีความสามารถกันน้ำได้ สำหรับราคานั้น ทาง Hamilton ได้ตั้งค่าตัวไว้ที่ 82,000 บาท

2. Omega Speedmaster 60th Anniversary  (100,000 – 300,000)

ต้องยอมรับว่าปีนี้เป็นปีของ Speedmaster ไม่ว่าเราจะไปที่ไหน เปิดนิตยสารเล่มใด เราจะเห็นว่า Omega ได้จัดชุดใหญ่กับการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของไลน์ Speedmaster เป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น Omega Speedmaster 60h Anniversary เรือนนี้จึงเป็นเรือนย้อนยุคที่น่าสนใจที่สุด ถ้าหากคุณมีงบประมาณไว้ในใจ 3 แสนบาท 

The Speedmaster 60th Anniversary Limited Edition 38.6 mm | © LWQP

Speedmaster รุ่นนี้เปิดตัวมาพร้อมกันกับอีกสองรุ่นคือ Seamaster และ Railmaster ในชุดกล่องสามเรือนสุดพิเศษ สิ่งที่น่าสนใจในเรือนนี้คือรายละเอียดที่ทางผู้ผลิตในบรรจงจัดวางไว้อย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษรที่ถูกวาดออกแบบใหม่ให้ได้สเกลเดียวกันกับรุ่นดั้งเดิมในปี 1957

The Speedmaster 60th Anniversary Limited Edition 38.6 mm | © LWQP

ตัวเรือนเป็นสเตนเลสสตีลขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 38.6 มิลลิเมตร ขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre 1861 เช่นเดียวกับ Speedmaster ที่ขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์ สนนราคาในไทยอย่างเป็นทางการที่ 252,000 บาท แต่ถ้าจะให้ดี ขยับขึ้นไปซื้อชุดกล่อง OMEGA 1957 Trilogy Limited Edition ราคา 752,000 บาท น่าจะเป็นทางเลือกสำหรับนักสะสม

3. Panerai Radiomir 3 Days Acciaio “Brevettato” Bezel (300,000 – 500,000)

สำหรับใครมีงบอยู่ในช่วงราคา 300,000 – 500,000 บาท เราแนะนำให้มอง Panerai Radiomir 3 Days Acciaio “Brevettato” ที่เปิดตัวในปี 2017 ซึ่งมีดีไซน์ที่ย้อนยุคจากนาฬิการุ่นต้นแบบของ Radiomir ที่มีขอบ bezel 12 ด้าน และหน้าปัดสีน้ำตาลซีดจาง ราวกับได้รับผลกระทบจากเรเดียมซึ่งเป็นสารกัมมันตรังสีที่ใช้สำหรับพรายน้ำในสมัยก่อน

Panerai Radiomir 3 Days Acciaio “Brevettato” Bezel | © LWQP

ตัวเรือนทำจาก สเตนเลสสตีล ที่มีขนาด 47 มิลลิเมตร ตามรุ่นดั้งเดิม มาพร้อมกับขอบ bezel แบบ 12 ด้าน ที่ล้อมด้วยการแกะสลัก Officine Panerai ในส่วนของกลไกนั้นทาง Officine Panerai ได้เลือกที่จะใช้กลไกขึ้นลานอัตโนมัติรุ่น P. 3000 ที่มาพร้อมกับฟังก์ชัน นำเสนอเวลาง่าย ๆ เพียงแค่ 2 เข็ม (ชั่วโมงและนาที) โดยกลไก P. 3000 ให้สัญญาณนาฬิกาอยู่ที่ สำรองพลังงานลานได้ 72 ชั่วโมง

Panerai Radiomir 3 Days Acciaio “Brevettato” Bezel | © LWQP

เมื่อรวมนาฬิกากับสายหนังที่ย้อนยุค จะเป็นเรือนเวลาแนว นาฬิกาย้อนยุค ที่สามารถกันน้ำได้ สำหรับ Radiomir 3 Days Acciaio Brevettato PAM687 เรือนนี้สนนราคาที่ 9,800 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอยู่ในช่วงสามแสนกว่าบาท

4. Montblanc 1858 Chronograph Tachymeter Limited Edition (>500,000)

สำหรับนาฬิกาในช่วงราคานี้ ย่อมเป็นผู้ที่ชื่นชอบและเห็นคุณค่าของเรือนเวลา และค่อนข้างจะยากสำหรับเราที่จะเลือกนาฬิกาในช่วงราคานี้ขึ้นมาสักเรือนหนึ่ง เพราะตลาดในช่วงราคานี้ แบรนด์อันดับต้น ๆ ของโลก ก็ต่างนำเสนอเรือนเวลาที่เน้นความคลาสสิคทั้งนั้น แต่สุดท้าย เราขอสรุปที่จะแนะนำ Montblanc 1858 Chronograph Tachymeter Limited Edition ที่มาพร้อมกับรูปแบบย้อนยุค กลไก in-house อันงดงาม เป็นการเปิดฉากของคอลเล็คชันคลาสสิคของ Montblanc ที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจของ Minerva ผู้ผลิตนาฬิกาสวิตเซอร์แลนด์ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1858

Montblanc 1858 Chronograph Tachymeter Limited Edition | © LWQP

ตัวเรือนบรอนซ์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 44 มิลลิเมตร มาพร้อมกลไกรุ่น Calibre MB M16.29 เป็นกลไกขึ้นลานด้วยมือที่มีฟังก์ชันจับเวลาแบบปุ่มเดียว (monopusher chronograph) ซึ่งใช้ column wheel ให้สัญญาณนาฬิกาที่ 18,000 vph หรือ 2.5 Hz. สามารถสำรองพลังงานลานได้ 50 ชั่วโมง โดยกลไกรุ่น MB M16.29 ได้แรงบันดาลใจจากกลไกรุ่น 17.29 ที่ออกแบบสำหรับนาฬิกาพกและนาฬิกาข้อมือจากช่วงปี ค.ศ. 1930 ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง

Montblanc 1858 Chronograph Tachymeter Limited Edition | © LWQP

ไม่ว่าจะเป็นสาย ตัวเรือน เข็ม สเกลจับความเร็ว tachymeter ที่ล้อมด้วยขีดนาทีแบบทางรถไฟ และพื้นหน้าปัดนั้นเป็นสีแชมเปญที่แต้มหลักชั่วโมงและเข็มด้วย Super-LumiNova® สีเบจ หากมองไกล ๆ อาจจะนึกว่าเป็นนาฬิกาเรือนเก่าจากรุ่นคุณปู่ ล้วนเป็นรายละเอียดเล็กน้อยที่เมื่อรวมกันแล้วจะดึงมนต์ขลังของเรือนเวลาในอดีตออกมาได้อย่างสวยงาม

Montblanc 1858 Chronograph Tachymeter Limited Edition | © LWQP

Montblanc 1858 Chronograph Tachymeter Limited Edition จำกัดการผลิตเพียง 100 เรือนทั่วโลก และสนนราคาที่ 27,500 ยูโร ซึ่งจะอยู่ในช่วงราคาประมาณ 1 ล้านบาท

สำหรับผู้อ่านของเราที่ยังไม่ทราบข่าว ตอนนี้ LWQP ได้เพิ่มทางเลือกใหม่ โดยเราได้พัฒนาระบบให้ Facebook Messenger ของ LWQP สามารถค้นหารีวิวโดยแบ่งตามประเภทได้อย่างน่าอัศจรรย์ รวมถึงการติดตามข่าวสารผ่าน Facebook Messenger ที่รวดเร็ว เพียงแค่เข้าไปที่ https://m.me/lwqpwatch แล้วเขียนทักทายว่า “สวัสดี” เท่านี้ผู้ช่วยอิเล็กทรอนิกส์ของเราจะพาผู้อ่านของเราไปรู้จักระบบใหม่ครับ