รีวิว – Vacheron Constantin Les Cabinotiers Celestia Astronomical Grand Complication 3600

Vacheron Constantin (VC) ก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2298 หรือกว่า 262 ปี แต่ไม่มีนาฬิกาข้อมือเรือนไหนเลยที่พวกเขาเคยผลิตจะสลับซับซ้อนได้เท่ากับ Les Cabinotiers Celestia Astronomical Grand Complication ที่เปิดตัวไปในงาน SIHH 2017 ทาง LWQP จึงไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือไปด้วยการเอามาขึ้นข้อและเขียนแจกแจงรายละเอียดอย่างเต็มที่ในบทความนี้ครับ

Vacheron Constantin Les Cabinotiers Celestia Astronomical Grand Complication 3600 | © LWQP

ด้วยเวลาการวิจัยและพัฒนาที่ยาวนานถึง 5 ปี ทำให้กลไกพิเศษ Calibre 3600 สามารถผนวกรวมฟังก์ชันไว้ทั้งหมดถึง 23 แบบเข้ากับหัวใจจักรกลขนาดเพียง 36 x 8.6 มิลลิเมตร ประเด็นแรกที่น่าสนใจคือการบีบอัดกระปุกลานหกตลับเข้าไปในพื้นที่ที่จำกัด จึงทำให้สามารถสำรองพลังงานลานได้ถึง 21 วัน เทคโนโลยีที่นำเสนอคือการนำวัสดุที่มีชื่อทางการค้าว่า Bioflex® ที่มีข้อได้เปรียบในเรื่องของการทนต่อความล้าของวัสดุ ทำให้สามารถเพิ่มรอบในการขันลานให้มากขึ้น ส่งผลกระทบให้กักเก็บพลังงานได้เพิ่มขึ้น แต่ถ้ามองในแง่ความยาวนานของพลังงานลานแล้ว อาจจริงที่ว่ากลไก Calibre 3600 นั้นยังแพ้ให้กับ A. Lange & Söhne Lange 31 ที่สามารถเก็บพลังงานลานได้ 31 วัน หรือ 50 วันของ MP-05 LaFerrari จาก Hublot แต่เราอย่าลืมว่าเรือนเวลาจากทั้ง A. Lange & Söhne และ Hublot ไม่ได้โดนจำกัดด้วยความหนาหรือชุดฟังก์ชันเท่าที่ VC ทำไว้เลยแม้แต่น้อย และแทบไม่มีมีความแตกต่างเลยในเรื่องของขนาดตัวเรือนไวท์โกลด์ (white gold) ของ Les Cabinotiers Celestia ทีทำไว้ที่ 45 x 13.6 มิลลิเมตร คุณสมบัติการกันน้ำอยู่ที่ 3 บาร์ (ประมาณ 30 เมตร) เพียงพอต่อรูปแบบการใช้งานของนาฬิกาแนวเดรสวอทช์

Vacheron Constantin Les Cabinotiers Celestia Astronomical Grand Complication 3600 | © LWQP

บริเวณใกล้หลัก 1 นาฬิกานั้นจะพบกับหน้าต่างวัน (day) และเดือน (month) ขนาดเล็กซึ่งหากยกพื้นหน้าปัดออกก็จะเห็นวิธีแก้ไขปัญหาความกว้างของรัศมีจานหมุนวัน/วันที่ด้วยการออกแบบให้มีการวางเหลื่อมกันเล็กน้อย ถัดมาที่ข้างหลัก 2 นาฬิกาจะพบกับหน้าต่างวงกลมเล็กจิ๋วคอยช่วยจำปีอธิกสุรทินซึ่งตามระบบปฏิทินในปัจจุบันวางไว้ว่าจะต้องเพิ่ม 1 วันในทุก ๆ 4 ปี (วันที่ 29 กุมภาพันธ์) หน้าปัดย่อยที่ด้านข้างซ้ายของหลัก 3 นาฬิกาแสดงวงวันที่ (date) ใน 1 เดือนตั้งแต่ 1-31 ซึ่งปฏิทินที่ครึ่งบนขวาจะถูกควบคุมด้วยระบบปฏิทินถาวร (Perpetual Calendar) ซึ่งผู้ใช้งานอย่างเรา ๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องการปรับวันจนกระทั่งปี ค.ศ. 2100

Vacheron Constantin Les Cabinotiers Celestia Astronomical Grand Complication 3600 | © LWQP

หน้าต่างฟังก์ชันทรงเสี้ยววงกลมข้างหลักชั่วโมง 4 นาฬิกานั้นอาจจะดูเล็ก แต่ภายหลังพื้นหน้าปัดสีเทาเข้มนี้ซ่อนไว้ด้วยความซับซ้อนด้วยการแสดงสัญลักษณ์ปีจักรราศี (Zodiac), ฤดูกาล (Season), วันวสันตวิษุวัต (Equinox, EQ) หรือวันที่เวลาในตอนกลางวันเท่ากับกลางคืนซึ่งนับว่าเป็นวันเปลี่ยนผ่านจากหน้าหนาว (WINTER) เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ (SPRING) หรือเปลี่ยนจากฤดูร้อน (SUMMER) เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง (FALL) สุดท้ายคือวันครีษมายัน (Solstice, SOL) หรือวันที่เวลากลางวันยาวที่สุดในรอบปีซึ่งเกิดจากคาบโคจรของดวงอาทิตย์ที่ไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือไกลที่สุดแล้วตกลงในทางตะวันตกเฉียงเหนือมากที่สุด SOL สามารถใช้บอกการเปลี่ยนผ่านจากฤดูใบไม้ผลิไปยังฤดูร้อนหรือจากฤดูใบไม้ร่วงไปยังฤดูหนาวได้

ฟังก์ชันบอกเวลาสุริยคติปรากฏและเวลาสุริยคติลับ | © LWQP

แถบสำหรับเวลาสุริยคติปรากฏ (Sunrise time) จะแสดงอยู่ทางซ้ายโดยมีเลขระหว่าง 5-8 นาฬิกา และแถบสำหรับบอกเวลาสุริยคติลับ (Sunset time) แสดงอยู่ทางขวาโดยมีเลขระหว่าง 17-20 นาฬิกา การจะออกแบบให้กลไกจักรกลปกติสามารถบอกเวลาได้อย่างแม่นยำระดับเดียวกับที่เราได้ยินประกาศทางวิทยุได้นั้น เราต้องขอเปิดหมวกและน้อมคำนับให้กับการคำนวนภายในของเรือนเวลา Les Cabinotiers Celestia ที่ยังสามารถปรับตั้งการบอกเวลาทั้ง 2 ค่าตามตำแหน่งของผู้ใช้งาน รวมถึงความน่าทึ่งในการผลิตชิ้นส่วนที่ละเอียดจนสามารถปรับหมุนเวลาให้สอดรับตามการโคจรของโลกและดวงอาทิตย์ นอกจากนี้ทีมงาน LWQP ยังได้เล็งเห็นประโยชน์ของ Sunrise/Sunset time ในด้านการเดินเรือเพราะจะใช้บอกแสงสนธยา (twilight) ประเภทต่าง ๆ แล้วจึงนำมาประกอบการหามุมสูงของหมู่ดาวต่าง ๆ เพื่อบอกพิกัดตำแหน่งกลางทะเลได้

เหนือเลข 6 นาฬิกายังปราฏหน้าต่างรูปแท่งที่แม้จะเผยตัวออกมาไม่มากนักแต่เบื้องหลังต้องใช้พื้นที่ค่อนข้างสูงเพราะฟังก์ชันบอกความยาวของวัน (Length of Day) ทำงานด้วยการหมุนให้ส่วนสีทองและสีดำสลับกัน สีทองเป็นตัวแทนของจำนวนชั่วโมงกลางวันที่เหลือในวันนั้นๆ ซึ่งกลไกจะสัมพันธ์เริ่มจากเวลาสุริยคติปรากฏ ส่วนสีดำจะนับหลังจากเวลาสุริยคติลับเริ่มต้น

หลักชั่วโมงทำจากทองคำ 18k| © LWQP

เหนือตรากางเขนมอลตากับชื่อแบรนด์ Vacheron Constantin เป็นของฟังก์ชันข้างขึ้น-ข้างแรม (Moon Phases) และเมื่อ LWQP ได้ทดลองดู จะเห็นรายละเอียดของพื้นบนจานพระจันทร์ที่แบ่งโทนพื้นจานออกเป็นสีขาวและสีดำเพื่อทำหน้าที่เป็นฟังก์ชันบอกกลางวัน-กลางคืน (day-night indicator) เป็นความฉลาดในการใช้สอยพื้นที่อย่างจำกัดวิธีหนึ่ง จันทราขนาดย่อมของ Les Cabinotiers Celestia จะหมุนตามตามเข็มนาฬิกาโดยเรายังสามารถอ่านวันตามปฏิทินจันทรคติได้เช่นกัน (แตกต่างจากปฏิทินประจำวันตรงที่ในหนึ่งเดือนจะมี 29 วัน 12 ชั่วโมง 44 นาทีกับอีก 28 วินาที) ในแต่ละคืนที่ผ่านไป ดวงจันทร์จะปรากฏเป็นเสี้ยวลดหลั่นกันตามตำแหน่งการโคจรรอบโลก หลักๆ จะแบ่งได้เป็น 4 ช่วง คือ จันทร์ดับ (new moon), ข้างขึ้นช่วง 2 (first quarter), จันทร์เพ็ญ (full moon) และข้างแรมช่วง 2 (last quarter)

Vacheron Constantin Les Cabinotiers Celestia Astronomical Grand Complication 3600 | © LWQP

ฟังก์ชันที่ LWQP มองว่าเป็นดาวเด่นบนหน้าปัดเลยคือฟังก์ชันจำลองการโคจรของเทววัตถุ 3 ดวงซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลง (Tide)  เรือนเวลา Les Cabinotiers Celestia ที่บอกวงโคจรของดวงดาวได้จึงสามารถนำข้อมูลมาคำนวนแล้วแสดงผลผ่านแถบบอกน้ำขึ้น-น้ำลง (Mareoscope) ด้านข้างแบบจำลองเทววัตถุซึ่งเรือนเวลาจะบอกได้ว่าน้ำขึ้น (High Tide) ครั้งล่าสุด/ครั้งต่อไปเกิด ณ เวลาไหน โดยวันที่เมื่อการโคจรอยู่ในรูปแบบ ดวงอาทิตย์-ดวงจันทร์-โลก มวลของดวงอาทิตย์ที่เสริมกับดวงจันทร์จะดูดของไหลอย่างน้ำทะเลให้พุ่งออกไปยังทิศทางนั้นมากกว่าเมื่อเทียบกับที่อยู่ในรูปแบบ ดวงอาทิตย์-โลก-ดวงจันทร์ หรือเรียกว่า วันน้ำเกิด (Spring Tides) แต่ถ้าหากตั้งตำแหน่งของดวงจันทร์ตั้งฉากกับโลกแรงก็จะน้อยลงไปหรือเกิดวันน้ำตาย (Neap Tides) ชุดเฟืองที่ใช้ควบคุมทั้งแถบบอกน้ำขึ้น-น้ำลงและข้างขึ้น-ข้างแรมเป็นชุดเดียวกันซึ่งจะคาดเคลื่อนไปเพียง 1 วันในรอบ 150 ปี

เม็ดมะยมด้านขวายังคงประดับด้วยกางเขนมอลตาแบบฉบับของ VC | © LWQP

ช่วงเวลาตั้งแต่เที่ยงวันครั้งหนึ่งถึงเที่ยงวันถัดไปเราเรียกว่าเวลาสุริยะคติ (Solartime) แต่ค่าเวลานี้ไม่คงที่และคาดเคลื่อนไปตั้งแต่ไม่กี่วินาทีจนถึงระดับหลักสิบนาทีจากเส้นวงโคจรของโลกที่ไม่คงที่ มนุษย์จึงได้นำเอาเวลาตลอดทั้งปีมารวมแล้วเฉลี่ยให้เท่ากันทุกวัน  เรียกว่า “วันตามดวงอาทิตย์เฉลี่ย” (Mean Solar Time) โดยใน 1 วัน ตามกฏเฉลี่ยจะมีวันละ  24  ชั่วโมง แต่จากที่ LWQP เปิดตาราง ตามจริงนั้นเราจะมีวันที่มี 24 ชั่วโมงตรงแค่ 4 วัน (15 เม.ย., 14 มิ.ย., 1 ก.ย. และ 24 ธ.ค.) เท่านั้น แต่นี่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับ Les Cabinotiers Celestia ที่มีฟังก์ชันสมการเวลา (Equation of Time) นั้นสามารถบอกเวลาสุริยะจริง (True Solar Time) ที่สัมพันธ์ตามการหมุนในวงโคจรของดวงอาทิตย์ที่ไม่คงที่ได้โดยผู้ใช้งานสามารถอ่านเวลาจริงได้จากเข็มยาวสีทองที่มีหัวเป็นรูปพระอาทิตย์ซึ่งจะเดินนำหน้า/ช้ากว่าเข็มยาวเกือบตลอดทั้งปี หลายท่านอาจบอกว่าสมการเวลาไม่ใช่ของใหม่ ต้องบอกว่าความเห็นนี้ไม่ผิด แต่เรือนเวลาที่ใช้ระบบแบบนี้ได้เราก็ไม่เห็นการผลิตบ่อยเท่าไรเช่นกัน

Vacheron Constantin Les Cabinotiers Celestia Astronomical Grand Complication 3600 | © LWQP

พลิกมาดูที่ด้านหลังของเรือนเวลากันบ้าง แถบเกจ์สีส้มซ้ายสุดบนพื้นหน้าปัดคือแถบบอกพลังงานสำรอง (power reserved indicator) ของกลไก VC calibre 3600 ที่ยาวนานอย่างที่ได้กล่าวไปในตอนต้นบทความ และแน่นอนว่านาฬิการะดับสูงอย่าง Les Cabinotiers Celestia ย่อมต้องมาพร้อมกับกลไกปล่อยจักรแบบตูร์บิญอง (Tourbillon) ที่เสริมความเที่ยงตรงด้วยการชดเชยบางส่วนกับแรงโน้มถ่วงที่ส่งผลกับการเดินของเรือนเวลา ทว่าผู้ใช้งานอาจจะไม่ได้เห็นการทำงานอย่างจุใจเหมือนนาฬิกาเปลือยหลังแบบอื่น แต่สิ่งที่ LWQP มองว่าคุ้มมูลค่าที่แลกมา คงจะหนีไม่พ้นกับฟังก์ชันแผนที่หมู่ดาว (Celestial chart) ที่ประกอบด้วยส่วนหลัก 2 ส่วนคือ แผ่นจานดาราทำจากกระจกแซฟไฟร์ที่ประกอบไปด้วยหมู่ดาว ทางช้างเผือก ระนาบสุริยะวิถี (Ecliptic plane) (เส้นสีแดง) และเส้นศูนย์สูตรฟ้า (Celestial equator) (เสีนสีขาว) แผ่นจานด้านล่างจะหมุนด้วยอัตราเร็วที่แตกต่างกว่าปกติ เพราะได้อิงวันตามระบบเวลาดาราคติ (Sidereal time) ที่จะยาวนานเพียง 23 ชั่วโมง 56 นาทีกับอีก 4 วินาที จานด้านล่างใช้ดาวเหนือ (Polaris) ในกลุ่มดาวหมีเล็กเป็นจุดหมุน พร้อมกับอิงตามตำแหน่งของผู้ใช้งานและสัมพันธ์กับหมู่ดาวที่สามารถมองเห็นได้ตามเวลานั้น

Vacheron Constantin Les Cabinotiers Celestia Astronomical Grand Complication 3600 | © LWQP

ข้อมูลที่เรานำมาแจกแจงให้ในบทความนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความซับซ้อนที่แสดงจุดยืนต่อการเป็นสุดยอดของผู้ผลิตนาฬิกากลไกของ Vacheron Constantin แม้ว่าความซับซ้อนเหล่านี้จะมากับค่าตัวในช่วง 1 ล้านยูโร หรือกว่า 38 ล้านบาท แต่ความท้าทายตั้งแต่การออกแบบและผลิตโดยมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่ใช้สอย ทำให้เรือนนี้เป็นอีกหนึ่งเรือนที่คนรักนาฬิกาทุกคนควรจะรู้จัก

Vacheron Constantin Les Cabinotiers Celestia Astronomical Grand Complication 3600 | © LWQP
ติดตามบทความใหม่ ๆ พร้อมค้นหารีวิวที่ถูกใจ เพียงแค่สมัครสมาชิกผ่าน Facebook Messenger ของ LWQP เข้าไปที่ https://m.me/lwqpwatch แล้วเริ่มต้นการใช้งานได้ทันที!