เจาะลึก – 60 ปีแห่งความสำเร็จของ Piaget Altiplano

ย้อนไปเมื่อปี 1957 แบรนด์ Piaget ได้ปฏิวัติประวัติศาสตร์แห่งการสร้างสรรค์นาฬิกา โดยนำเสนอความสง่างามผ่านตัวเรือนอันบางเฉียบพร้อมดีไซน์หน้าปัดหรูเรียบบริสุทธิ์ซึ่งเป็นแบบฉบับเฉพาะตัว อัตลักษณ์แห่งความบางเฉียบถือเป็นบทบัญญัติใหม่แห่งความหรูหราภายใต้ชื่อแบรนด์ Piaget ที่ไม่มีใครสามารถเทียบรัศมีได้ การปฏิวัติวงการนาฬิกาด้วยความบางของตัวเรือน เมื่อครั้งหกสิบปีก่อนนั้น ทำให้แบรนด์ Piaget เปิดตัวได้อย่างโดดเด่นและก้าวมาเป็นอีกหนึ่งตำนานสำคัญของประวัติศาสตร์นาฬิกาโลก

เรือนเวลาของ Piaget จากโบรชัวร์ปี 1959 | ©Piaget

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบหกทศวรรษของตำนานแห่งศาสตร์เรือนเวลาระดับ Piaget ในปี 2017 ผู้ผลิต de Haute Horlogerie Piaget ได้ตอกย้ำถึงวาระสำคัญนี้ ด้วยการเปิดตัวเรือนเวลาในรุ่น Altiplano Anniversary Collection ซึ่งเป็นนำคอลเลคชั่นสุดคลาสสิก Altiplano กลับมาผลิตอีกครั้งในจำนวนจำกัด และเป็นครั้งแรกที่เรือนเวลารุ่นนี้ผลิตด้วยกลไกแบบทูบิยอง (Tourbillon) โดยซ่อนชุดเฟืองแสนซับซ้อนภายใต้ตัวเรือนหน้าปัดบางเฉียบเรียบหรูหลากสีสัน อาจกล่าวได้ว่า Piaget ในคอลเลคชั่นครบรอบวาระ 60 ปีนั้น สะท้อนรัศมีแห่งความสง่างามในมุมมองและมิติใหม่ที่แตกต่างออกไป แต่ยังคงซึ่งอัตลักษณ์ Piaget ไว้ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย

Gerald Piaget (ซ้าย) และ Valentine Piaget (ขวา) | ©Piaget

จุดเริ่มต้นในปี 1874 ของ Piaget นั้นเกิดขึ้นในเมืองเล็ก ๆ ชื่อ La Côte-aux-Fées ซึ่งตั้งอยู่ทิศตะวันตกของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และมีประวัติศาสตร์ที่ข้องเกี่ยวกับการประดิษฐ์กลไกนาฬิกามาตลอดคริสต์ศตวรรษที่ 20 (LWQP เราเคยไปเยี่ยมชมโรงงานที่ La Côte-aux-Fées แล้วในวิดีโอ VLOG | เจาะลึกโรงงานผลิตเรือนเวลา Piaget) Piaget ตั้งต้นธุรกิจโดยเริ่มจากการเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและจัดจำหน่ายส่วนประกอบอะไหล่ชิ้นส่วนนาฬิกาขนาดเล็กพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมนาฬิกาในขณะนั้น และพัฒนาการผลิตกลไกเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง Valentin Piaget ได้สร้างนวัตกรรมใหม่ในด้านความบางของกลไกแห่งเรือนเวลาขึ้น ด้วยการเปิดตัวกลไกขึ้นลานด้วยมือแบบบางพิเศษรุ่น 9P ในงานนาฬิกาชั้นนำของโลกอย่าง Baselworld ปี 1957 ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติพลิกโฉมอุตสาหกรรมนาฬิกาโลกครั้งสำคัญ ด้วยนวัตกรรมฉบับ Piaget ไม่ว่าจะเป็นการย่อส่วนกลไก 9P ให้บางเหลือเพียง 2 มิลลิเมตร และรักษาความเสถียรการเดินเข็มได้อย่างเที่ยงตรงแม่นยำ  หรือจะเป็นการเพิ่มความกว้างของหน้าปัดได้ถึง 20.5 มิลลิเมตร โดยยังคงดีไซน์แห่งความสง่างามได้อย่างสมเกียรติ นั่นเป็นดั่งรอยประทับครั้งสำคัญให้วงการนาฬิกาจารึก Piaget เป็นหนึ่งในตำนานนาฬิกาที่สมบูรณ์แบบ และแข็งแกร่งที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลก

กลไก Calibre 9P ของ Piaget | ©Piaget
ชิ้นส่วนของกลไก Calibre 9P | ©Piaget

จากงาน Baselworld ในปี 1957 สามปีให้หลัง หลานชายของ Valentine ก็ได้เข้ามารับช่วงสืบต่อความสำเร็จ และสืบสานปณิธานในการพัฒนาเรือนเวลาไว้อย่างต่อเนื่อง เขาได้คิดค้นกลไกลานไขแบบอัตโนมัติ 12P ด้วยความเบาบางเพียง 2.3 มิลลิเมตร ซึ่งความสำเร็จนี้เกิดขึ้นด้วยการพลิกแพลงนำวัสดุอย่างทองคำ 24 กะรัต มาประยุกต์ใช้เป็นตุ้มเหวี่ยงแบบ micro-rotor ซึ่งสามารถลดพื้นที่การในการวางกลไกที่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพของการขึ้นลานของกระปุกลาน

โบร์ชัวร์ของ Piaget จากปี 1960 | ©Piaget

ด้วยความสำเร็จดังกล่าว  Journal de Genève สำนักพิมพ์ชื่อดังของวงการนาฬิกา ได้ตีพิมพ์บทความเมื่อวันที่ 27 เมษายน  1960 เพื่อสดุดีเกียรติประวัติของ Piaget ในการสรรค์สร้างกลไกครั้งนี้ ความตอนหนึ่งว่า

“การสร้างกลไกลานอัตโนมัติที่ขนาดความบางระดับ 2.3 mm เหมือนจะเป็นเพียงความฝันลมๆ ในอดีต แต่ ณ วันนี้ ทีมผู้ผลิตและช่างฝีมือจากเมืองเล็ก ๆ อย่าง La Côte-aux-Fées ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ พวกเขาสามารถกล่าวได้อย่างภูมิใจว่า เป็นหนึ่งบทสำคัญในตำนานประวัติศาสตร์นาฬิกา ทั้งยังเป็นแรงผลักดันที่ส่งต่อพลังความสร้างสรรค์และทรงอิทธิพลของวงการแห่งเรือนเวลาได้ ไม่ต่างจากผู้บุกเบิก”

นวัตกรรมที่เพิ่งคิดค้นขึ้นได้ถูกนำไปใช้อย่างแยบยลและตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยกลไก 12P ถูกนำไปใช้ในเรือนเวลาสำหรับสุภาพบุรุษ ขณะที่กลไก 9P ก็ยังคงไว้ในการผลิตเรือนเวลาสำหรับทั้งสุภาพบุรุษและสตรี  เมื่อได้ก้าวเข้ามาสู่บทบาทผู้นำกลไกบางเฉียบอันทรงเกียรตินี้  Piaget ก็ยังไม่ลืมที่จะแฝงดีไซน์ที่สะท้อนความสง่างามเรียบหรูและรสนิยมเอาไว้ในทุกก้าวของนวัตกรรมที่ได้รังสรรค์ขึ้นด้วย

เรือนเวลาของ Piaget ในอดีตที่ใช้กลไก Calibre 12P | ©Piaget
กลไก Piaget Calibre 12P | © Piaget

การปฏิวัติขนาดของกลไกทั้งสองนั้นทำให้ Piaget มีความมุ่งมั่นสร้างสรรค์อัตลักษณ์ความบางในทิศทางที่แจ่มชัดยิ่งขึ้น ทั้งยังพยายามพัฒนาเพื่อสร้างบทบัญญัติใหม่ ๆ ในการผลิตนาฬิกาอย่างต่อเนื่อง อันจะเห็นได้จากการเลือกนำวัสดุอย่างทองคำ และ ทองคำขาวมาใช้ในการผลิต ทางแบรนด์ได้ปลดปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ด้วยการดีไซน์หน้าปัดและตัวเรือนให้ปราดเปรียวเบาบางตามแบบฉบับเฉพาะ  เข็มนาฬิกาขนาดใหญ่บนตัวเรือนเวลาอันบางเฉียบ ถูกดีไซน์มาอย่างชาญฉลาด ทำให้หน้าปัดของเรือนเวลาดูเหมือนมีขอบเขตที่ขยายกว้างมากขึ้น Piaget ออกแบบหลักชั่วโมงบนหน้าปัด ให้สมดุลกับความเบาบางของตัวเรือนได้เป็นอย่างดี องค์ประกอบทั้งหมดนี้ ได้ยกตำแหน่ง Piaget ให้เป็นแบรนด์ที่ผู้สวมใส่ถวิลหาเพื่อครอบครองเรือนเวลาที่ได้ชื่อว่า “บางที่สุด” โดยมี Alain Delon นักแสดงและแฟชั่นไอคอนชาวฝรั่งเศส สวมใส่และเป็นตัวแทนของแบรนด์ในช่วงต้นยุค 60

Alain Delon ที่สวมใส่ Piaget บนข้อมือ | © Piaget

สำหรับการต้อนรับศตวรรษใหม่ Piaget ได้นำเสนอเรือนเวลาที่มีความโดดเด่นมากที่สุดคอเลกชั่นหนึ่ง โดยได้นำชื่อ “Altiplano” ที่เป็นยอดเขาแห่งหนึ่งในแนวเทือกเขา Andes มาใช้ ด้วยเหตุผลสำคัญหลายประการคือ ยอดเขาแห่งนี้มีโครงสร้างที่โดดเด่น มีภูมิประเทศและธรรมชาติอันบริสุทธิ์เต็มไปด้วยพลัง ทั้งยังเป็นแหล่งกำเนิดของอารยธรรมที่ทรงคุณค่า ดังนั้นชื่อของยอดเขา Altiplano จึงได้ถูกนำมาใช้เรียกขานเรือนเวลาของ Piagetในคอเลกชั่นนี้ 

Altiplano by Andrey Stekachev (CC BY-SA 2.0)

การออกแบบโครงสร้างของเรือนเวลารุ่นนี้ในช่วงแรก ได้เปิดเผยให้เห็นถึงกลไกและส่วนประกอบอันซับซ้อนภายในเรือนเวลา โดยยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความบางเฉียบของตัวเรือน พร้อมลูกเล่นเพิ่มเติมอันได้แก่ Altiplano Double Jeu หรือกรอบหน้าปัดแบบเปิดได้ที่สามารถแสดงได้สองเวลาบนตัวเรือนเดียว Altiplano ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยนำเอาเทคนิคที่มีรายละเอียดซับซ้อนเช่น ปฏิทิน และหน่วยเวลาที่มีสเกลเล็กลงมาใส่ในตัวเรือนที่มีความบางได้อย่างลงตัว

Ryan Reynolds | ©Piaget

ในปี 2014 เพื่อเป็นที่ระลึกในการครบรอบปีที่ 140 ของการก่อตั้ง Piaget ทางแบรนด์ได้ผลิต Altiplano 38 mm 900P เป็นสัญลักษณ์แทนความทะเยอทะยานในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ผนวกเอาทั้งอัตลักษณ์ในการดีไซน์และโครงสร้างตัวเรือนที่บางเฉียบ เรือนเวลาในรุ่นนี้ยังคงเปิดเผยกลไก (the bridge) ที่เรียงร้อยจนเหมือนภาพวาดบนหน้าปัดได้อย่างน่าอัศจรรย์ พร้อมเพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างมากมาย (อ่านรีวิวของ LWQP ที่ “รีวิว – Piaget Altiplano 38mm 900P”)

Piaget Altiplano 38mm 900P | © LWQP

สำหรับปี 2017 ซึ่งเป็นโอกาสครบรอบ 60 ปีของเรือนเวลาในคอเลกชั่น Altiplano ทาง Piaget ได้ผลิต Altiplano รุ่นพิเศษขึ้นหลายรุ่น โดยเพิ่มไลน์หน้าปัดสีชมพูขึ้นเพื่อเอาใจคุณสุภาพสตรีโดยเฉพาะ โดยจะใช้ตัวเรือนขนาด 34 มิลลิเมตร และสำหรับสุภาพบุรุษจะขยายตัวเรือนขนาดให้ขนาดใหญ่ขึ้น ที่ 40 มิลลิเมตร ซึ่งจะมีรุ่นที่มาพร้อมกับตัวเรือนทองคำและหน้าปัดสีเขียว เป็นเรือนเด่นสำหรับรุ่น 40 มิลลิเมตร

Altiplano 40 mm หน้าปัดเขียว (G0A42052) | © LWQP

ในส่วนของเรือนคลาสสิค ทาง Piaget ได้เลือกโทนสีน้ำเงิน โดยจะมีสองรุ่นด้วยกันคือรุ่นไขลานด้วยมือขนาดตัวเรือน 38 มิลลิเมตร และเรือนออโตเมติกขนาด 43 มิลลิเมตร ซึ่งจะเป็นเรือนที่คงความคลาสสิคด้วยสี “Piaget Blue” ซึ่งสอดคล้องกับความนิยมหน้าปัดน้ำเงินในปัจจุบัน

Altiplano Self-Winding 43 mm (G0A42105) | © LWQP
Altiplano Self-Winding 43 mm (G0A42105) และ Altiplano Manual-Winding 38 mm(G0A42107) | © LWQP

แต่เรือนที่เป็นไฮไลต์ของปี 2017 นี้ คือเรือนที่ทาง Piaget ทุ่มทุนพัฒนาและใช้เหล่ายอดฝีมือในการผลิต นั่นคือ Altiplano เรือนแรกที่มาพร้อมกับความซับซ้อนของกลไก Flying Tourbillon ของกลไกรุ่นใหม่ 670P โดยใช้ชื่อรุ่นว่า Piaget Altiplano Tourbillon High Jewellry ซึ่งเรือนเวลานี้ เป็นการนำประสบการณ์ในด้านการออกแบบจิวเวอรี่ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานมาเพิ่มมิติความสง่าให้กับเรือนเวลา ด้วยการนำเอาชุดล้อมเพชรที่เจียระไนทั้งในแบบบาแกต และ บิลเลียนมาใช้กับกรอบเรือน หน้าปัด และส่วนหัวเข็มขัดของสายนาฬิกา การออกแบบทั้งหมดทำให้เรือนเวลาโมเดลนี้แผ่รัศมีหรูหรามีระดับมากยิ่งขึ้น (อ่านรีวิวที่ “รีวิว – Piaget Altiplano Tourbillon High Jewellry”

Piaget Altiplano Tourbillon High Jewellry | © LWQP

ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน รวมถึงการยืดหยัดเป็นผู้ผลิตที่มีความสามารถทั้งในวงการอัญมณีและวงการนาฬิกา Piaget ได้ผสมผสานทั้งศาสตร์กลไกแห่งกาลเวลาและศิลป์ชั้นสูงแห่งการออกแบบอัญมณีไว้ด้วยกัน ทำให้ความน่าสนใจของ Piaget นั้นไม่ได้อยู่เพียงแค่ความงามเพียงเท่านั้น แต่เป็นเรือนเวลาที่มีความโดดเด่นรอบด้านที่ผู้อ่านของ LWQP ควรให้ความสนใจ

ติดตามบทความใหม่ ๆ พร้อมค้นหารีวิวที่ถูกใจ เพียงแค่สมัครสมาชิกผ่าน Facebook Messenger ของ LWQP เข้าไปที่ https://m.me/lwqpwatch แล้วเริ่มต้นการใช้งานได้ทันที!