ประวัติศาสตร์ – Longines alla turca กับโลกแห่งเวลาของจักรวรรดิออตโตมัน

ไม่ว่าการหมุนรอบตัวเองของโลก การโคจรของดวงจันทร์ หรือการที่ดวงอาทิตย์หมุนลับดับแสงในแต่ละวัน พวกเราแหงนมองท้องฟ้าและนำเทหวัตถุ (astronomical object) เหล่านี้มาร่วมคำนวนจนได้เป็นหน่วยเวลาสุริยะเฉลี่ย (solar mean time) หรือก็คือหน่วยที่เราใช้ในชีวิตประจำวันซึ่งจะเริ่มเมื่อการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์เฉลี่ยมาบรรจบบนเส้นเมอริเดียน (meridian) ซึ่งขีดสมมติขึ้น และในแต่ละท้องถิ่นจะมีการนิยามเวลาแยกย่อยลงอีกจนกลายเป็นเวลาท้องถิ่นเเฉลี่ย (local mean time) ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 00.00 หรือเที่ยงคืน ทว่าก่อนที่เราจะคิดค้นระบบเหล่านี้ได้ ประเทศหรือภูมิภาคต่าง ๆ ยังมีความแตกต่างด้านระบบเวลากันอย่างมาก แต่จะทำอย่างไรเมื่อโลกแห่งการติดต่อสื่อสารขยับเข้ามาใกล้กันมากขึ้น การจะปรับเวลาให้เป็นแบบเดียวกันทันทีก็จะทำให้เกิดการโกลาหลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Longines Alla Turca | © Longines

กรณีของการเปลี่ยนแปลงในจักรวรรดิออตโตมัน (Ottoman empire) เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งในสายตาของเรา ประชากรในจักรวรรดิดังกล่าวส่วนใหญ่ต้องอิงวิถีชีวิตกับระบบเวลาเติร์ก (alla turca) ซึ่งกำหนดขึ้นตามการคำนวนของนักดาราศาสตร์และผูกเข้ากับวัฒนธรรมอิสลาม จึงสร้างความงุนงงอย่างมาก เพราะวันใหม่หรือเวลา 0.00 ในโลกอิสลามเริ่มขึ้นหลังจากดวงอาทิตย์ตก ขณะที่ประเทศในยุโรปและวันแบบสากลกำหนดให้วันเริ่มเมื่อเวลาเที่ยงคืน ระบบเวลาเติร์กนั้นมีข้อแตกต่างอยู่เพราะเวลาที่ดวงอาทิตย์ตกในแต่ละวันและแต่ละจุดที่ลับแสงในจักรวรรดินั้นไม่มีทางบอกได้อย่างแม่นยำได้เลยในโลกโบราณ จึงต้องใช้วิธีแก้ด้วยเจ้าพนักงานทำหน้าที่คอยปรับเข็มนาฬิกา (muvakkit) ในมัสยิดทุกวันซึ่งก็ขาดความมาตรฐานลดหลั่นกันไป

นาฬิกาพกระบบเวลาเติร์ก (alla turca) จาก Longines พร้อมชื่อ Nacib K. Djezvedjian & Son Constantinople ที่ด้านล่างซึ่งเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายของแบรนด์ในออตโตมัน | © Longines

เส้นทางฟาดฟันในตลาดออตโตมันของ Longines นั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไปหลังจากโยฮันน์ เมเยอร์ (Johann Meyer) ช่างนาฬิกาผู้ถูกส่งมาจากราชสำนักโฮห์เอนโซลเลิร์น (Hohenzollern) ของเยอรมันได้ทำการปรับแต่งกลไกนาฬิการุ่นใหม่โดยใช้สิ่งที่ Longines ได้ทำไว้เป็นแรงบันดาลใจ ผลงานของเมเยอร์นั้นมีความได้เปรียบมากกว่าเพราะนาฬิกาสามารถปรับให้เป็นเวลาระบบเติร์กได้แบบอัตโนมัติเมื่อถึงเวลาพระอาทิตย์ตกซึ่งจุดแข็งดังกล่าวอาศัยการติดตั้งชิ้นส่วนลูกเบี้ยว (cam) ซึ่งถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับการคำนวนหลังการสังเกตการตกของดวงอาทิตย์ในแต่ละฤดูกาล

การปฏิวัติออตโตมันโดยกลุ่มยังเติร์กในปี 1908

การทำตลาดเรือนเวลาที่มีระบเวลาแบบเติร์กของ Longines และแบรนด์อื่น ๆ ยังคงดุเดือดจนกระทั่งระบบเวลายุโรปได้แพร่หลายมากขึ้นจากการติดต่อกับสากลที่มีมากขึ้น ประกอบอีกหลายปัจจัย เช่น แนวคิดตีตัวออกห่างจากส่วนกลางซึ่งทำให้บรรดาสุลต่านในดินแดนต่าง ๆ เริ่มแสดงถึงความกบฏเชิงนามธรรมของพวกเขาด้วยการทยอยเปลี่ยนหรือสร้างหอนาฬิกาใหม่ซึ่งแสดงเวลาด้วยระบบยุโรปแทน ความพยายามปฏิรูปจักรวรรดิที่อ่อนแอลงด้วยโครงสร้างพื้นฐานอย่างการเดินทางด้วยระบบราง, กองทัพ ฯลฯ ตามแบบตะวันตกจึงทำให้ระบบเวลาแบบเติร์กเสื่อมความนิยมลงตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 – ต้นศตวรรษที่ 20 และในฐานะสัญลักษณ์แห่งยุคสมัยเก่า ระบบเวลาแบบเติร์กจึงได้ถูกประกาศยกเลิกใช้อย่างเป็นทางการจากประเทศตุรกีอย่างไม่มีหวนคืนไปในปลายปี 1925

อ้างอิง

[1] Avner Wishnitzer. Reading Clocks, Alla TurcaTime and Society in the Late Ottoman Empire. University of Chicago; 2016
[2] Bir A, Acar Ş, Kaçar M. The Clockmaker Family Meyer and Their Watch Keeping the alla turca Time. In: Günergun F, Raina D. Science between Europe and Asia- Historical Studies on the Transmission, Adoption and Adaptation of Knowledge. Dordrecht: Springer Netherlands; 2011
[3] Green N. Spacetime and the Muslim Journey West: Industrial Communications in the Making of the “Muslim World”. The American Historical Review, Volume 118, Issue 2, 1 April 2013; p. 401–429.

ติดตามบทความใหม่ ๆ พร้อมค้นหารีวิวที่ถูกใจ เพียงแค่สมัครสมาชิกผ่าน Facebook Messenger ของ LWQP เข้าไปที่ https://m.me/lwqpwatch แล้วเริ่มต้นการใช้งานได้ทันที!