รีวิว – Omega Speedmaster Racing Master Chronometer

ถ้ากล่าวถึงผู้ผลิตนาฬิกาสวิสชั้นนำอย่าง Omega แล้ว ผมไม่อาจปฏิเสธได้ว่าคอลเลกชั่น Speedmaster มีส่วนสำคัญมากในประวัติศาสตร์ของแบรนด์และแน่นอนผู้หลงใหลกับนักสะสมนาฬิกาต่างต้องตำหนิติเตียนผมอย่างหนักถ้าผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับ Speedmaster ไม่ว่าทั้งการเป็นนาฬิกาโครโนกราฟไขลานสำหรับนักบินอวกาศองค์การ NASA หรือตำนานชื่อเสียงนาฬิกาที่ผ่านการทดสอบหฤโหดโดยองค์การอวกาศดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในหลายเรื่องราวของ Speedmaster มักมีบางสิ่งบางอย่างให้น่าค้นหาอยู่เสมอ ซึ่งบางครั้งผมพบเห็นองค์ประกอบและจุดเล็กจุดน้อยของนาฬิกาที่เห็นได้อย่างเด่นชัดหรือสังเกตยากถึงขั้นต้องใช้กล้องลูปส่องกันเลยทีเดียว ขอบตัวเรือนแบบ Dot Over 90 (DO90) หรือ Dot Under 90 (DN90) ของ Speedmaster คือตัวอย่างที่ผมเจอมากับตัวเอง โดยผมต้องมองดูอยู่นานพอสมควรกว่าจะเห็นความแตกต่าง แน่นอนว่าหน้าปัด Racing คือหนึ่งในหลายองค์ประกอบที่สังเหตุเห็นง่ายกว่าข้างต้น แต่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่พบเห็นได้ไม่บ่อยนักตามท้องตลาดนาฬิกา

Omega Speedmaster Racing Master Chronometer | © LWQP

ลักษณะเฉพาะตัวคือการจัดวางขีดวินาทีสลับกันในทุกๆ 1 วินาที ทำให้อ่านค่าง่ายและฉับไวมากขึ้น ซึ่งถูกนำใช้ในนาฬิกา Speedmaster เป็นครั้งแรกระหว่างปี 1967 – 1968 และพบเจออยู่บ้างควบคู่กับไปหน้าปัดสไตล์ปกติจนถึงปัจจุบัน ล่าสุดปี 2017 หน้าปัด Racing ยังคงปรากฏอยู่ในคอลเลกชั่นและนาฬิกา Speedmaster Racing Master Chronometer Ref. 329.33.44.51.04.001 ที่เห็นนี้ก็มีหน้าปัดสไตล์ดังกล่าวอย่างเห็นได้ชัด

Omega Speedmaster Racing Master Chronometer | © LWQP

ข้างตัวเรือนจะเห็นว่า Omega ยังคงคุณภาพขัดเงาและปัดด้านตัวเรือนอยู่เช่นเคย โดยตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีลที่มีขนาด 44.25 มิลลิเมตรและสามารถกันน้ำลึก 50 เมตร เพียงพอสำหรับการสวมใส่ใช้งานในชีวิตประจำวันและผมเองคงไม่สวมใส่ผลงานหรูดังกล่าวขณะลงสระว่ายน้ำหรือลงทะเลเพราะผิดวัตถุประสงค์การใช้งาน ส่วนตัวผมแล้ว เรือนเวลานี้เหมาะสำหรับสวมใส่ขับรถไม่ว่าจะทางใกล้หรือทางไกลเพื่อจับเวลาว่าใช้เวลาเดินทางนานแค่ไหน หรือถ้าเป็นผู้โดยสารบนรถก็สามารถหาความเร็วเฉลี่ยได้ด้วยสเกลทาคิมิเตอร์ลงยาสีขาวบนขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำก็ยังได้ ผมมี Speedmaster Ref. 3520.50 รุ่นเก่าที่ติดตั้งกลไกโครโนกราฟอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 1151 และใช้จับเวลาขณะที่ผมขับรถทางไกลอยู่เสมอ

Omega Speedmaster Racing Master Chronometer | © LWQP

ทว่ากลไกโครโนกราฟอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 1151 ของผมกลายเป็นรองหลายชั้นหลายขุมชนิดที่ว่าเทียบไม่ติดเลยทีเดียวเมื่อพลิกเห็นกลไกโครโนกราฟอัตโนมัติ เครื่องอินเฮาส์ คาลิเบอร์ 9900 ผ่านทางฝาหลังเปลือยสตีลผนึกคริสตัลแซฟไฟร์ ซึ่งกลไกที่เห็นนี้ นอกจากได้รับการขัดเกลาตกแต่งอย่างประณีตแล้ว ยังเหนือชั้นด้วยนวัตกรรมทันสมัยหลายรายการด้วยกัน ไม่ว่าทั้งสปริงสายใยซิลิคอน ชุดจักรกรอกแบบ Co-Axial ที่ออกแบบเพื่อลดแรงเสียดทานในการทำงาน ระบบสั่งการจับเวลาแบบ Column Wheel ที่แม่นยำกว่าระบบลูกเบี้ยวหรือ Coulisse ระบบคลัชแบบแนวดิ่งหรือ Vertical Clutch ที่ขจัดการเดินสะดุดของเข็มวินาทีโครโนกราฟและลดการสึกหรอของจักรจับเวลาถ้าใช้จับเวลาต่อเนื่องยาวนาน

อีกทั้งกลไกผ่านการรับรองให้เป็น Master Chronometer จากสถาบัน METAS ซึ่งทดสอบความเที่ยงตรงและทนต่อสนามแม่เหล็กความเข้มสูงระดับ 15,000 เกาส์ หรือ 1.5 เทสล่า ป้องคลื่นแม่เหล็กจากเครื่องใช้ไฟฟ้ารอบตัวคนเราปกติได้อย่างสบายๆ เพราะมันไม่สูงถึงระดับที่ทดสอบกันอย่างแน่นอน กลไกทำงานที่ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง ประดับทับทิมกันการเสียดสี 45 เม็ด สำรองพลังงานนาน 60 ชั่วโมง ถ้าผู้อ่านของเรา อยากอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทดสอบ Master Chronometer ผมแนะนำให้อ่าน จับกระแส – Master Chronometer ของนาฬิกา Omega” ซึ่งทีมงานเราได้แจกแจงรายละเอียดไว้ให้เข้าใจไม่ยาก

Omega Speedmaster Racing Master Chronometer | © LWQP

เมื่อลองสวมใส่บนข้อมือ ผมรู้สึกว่ามีขนาดใหญ่เนื่องจากข้อมือของผมนั้นเล็กเสียจริง แต่เรือนเวลามีสัดส่วนที่พอเหมาะพอควรและไม่ใหญ่โตจนเกินไป ส่วนตัวผมถือว่ามีขนาดกำลังพอดีและทำให้อ่านค่าเวลาสะดวกยิ่งขึ้นเนื่องจากหน้าปัดก็ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ยิ่งในยุคสมัยกระแสนิยมนาฬิกาโอเวอร์ไซส์ประกอบกับคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่เริ่มมีร่างกายใหญ่โตมากขึ้นกว่าคนรุ่นเก่าตามที่ผมสังเกตุเห็นในกรุงเทพมหานครแล้ว ยิ่งทำให้ผลงานเด่นรุ่นนี้เหมาะกับนักสะสมและผู้หลงใหลรุ่นใหม่หลายคนที่อาจไม่ประทับใจกับขนาดนาฬิกาที่เล็กในสมัยก่อน ซึ่งมันเล็กจริงๆ เมื่ออยู่บนข้อมือของคนเหล่านั้น ผลงานชิ้นเอกนี้ประกอบเข้าสายหนังแท้สีดำที่นอกจากให้ความรู้สึกหรูหราแล้วยังสบายข้อมืออีกด้วย

Omega Speedmaster Racing Master Chronometer | © LWQP

Omega Speedmaster Racing Master Chronometer Ref. 329.33.44.51.04.001 มีราคาสนธิ 293,000 บาท มาพร้อมด้วยการรับประกันจากผู้ผลิตเป็นระยะเวลา 4 ปี ผมเห็นว่าผลงานหรูดังกล่าวมีความน่าสนใจอยู่พอสมควรและเป็นอีกหนึ่งเรือนเวลาแห่งแบรนด์ที่แฝงด้วยมรดกทางนวัตกรรมชั้นยอดจาก Mr. George Daniels ช่างนาฬิกาชั้นครูชาวอังกฤษที่มีฝีมือช่างระดับพระกาฬหาใครเทียบได้ยาก ซึ่งเป็นผู้คิดค้นชุดจักรกรอกแบบ Co-Axial และอนุญาตให้ Omega สามารถนำมาต่อยอดพัฒนาจนกลายเป็นกลไกโครโนกราฟอัตโนมัติ Co-Axial แห่งแบรนด์ที่เราคุ้นตากันดีในปัจจุบัน

ติดตามบทความใหม่ ๆ พร้อมค้นหารีวิวที่ถูกใจ เพียงแค่สมัครสมาชิกผ่าน Facebook Messenger ของ LWQP เข้าไปที่ https://m.me/lwqpwatch แล้วเริ่มต้นการใช้งานได้ทันที!