รีวิว – TUDOR Heritage Black Bay Chrono

ผมหลงใหลในนาฬิกาที่ติดตั้งกลไกโครโนกราฟไขลานหรือกลไกโครโนกราฟอัตโนมัติมาพักใหญ่แล้ว แน่นอนว่า TUDOR เป็นอีกแบรนด์นาฬิกาหรูสวิสสไตล์ย้อนยุคที่ผมให้ความสนใจมากพอสมควร โดยเฉพาะนาฬิกาโครโนกราฟสปอร์ตหลายรุ่นที่แบรนด์เปิดตัวในยุคปี 1970 อย่าง Oysterdate, Oysterdate ‘Montecarlo’ และ Prince Oysterdate ‘Big Block’ ซึ่งติดตั้งกลไกโครโนกราฟจากผู้ผลิตชื่อดังอย่าง Valjoux SA และมาพร้อมด้วยรูปแบบหน้าปัดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะแบรนด์ กลายเป็นมรดกทางการออกแบบและดีไซน์ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันและสามารถพบเห็นได้ในนาฬิกาโครโนกราฟ TUDOR Heritage Chrono

TUDOR Heritage Black Bay Chrono | © LWQP

อย่างไรก็ตาม นาฬิกาโครโนกราฟสปอร์ตรุ่นล่าสุดอย่าง TUDOR Heritage Black Bay Chrono Ref. M79350-0002 สร้างความตื่นตาประหลาดใจให้แก่ผมเพราะนาฬิกามีเอกลักษณ์ของ TUDOR Oyster Prince Submariner นาฬิกาดำน้ำจากยุคปี 1970 อย่างชัดเจน ภายในหน้าปัดสีดำประกอบด้วยเข็มชั่วโมงนาทีแบบ Snowflakes และหลักชั่วโมงทรงสามเหลี่ยมตำแหน่ง 12 นาฬิกาภายในหน้าปัด ส่วนหลักชั่วโมงตำแหน่ง 1 ถึง 11 นาฬิกาเป็นแบบทรงกลม ทั้งหมดล้วนเคลือบด้วยสารเรืองแสงเพื่อให้อ่านค่าง่ายในที่มืด หน้าปัดย่อยตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกาแสดงผลจับเวลา 45 นาทีและแสดงวินาทีภาคเดินเวลาปกติตามลำดับ ส่วนตำแหน่ง 6 นาฬิกาแสดงช่องวันที่ สำหรับผมแล้ว องค์ประกอบทั้งหมดคือการนำเอกลักษณ์นาฬิกาดำน้ำและนาฬิกาโครโนกราฟสปอร์ตรุ่นเก่าของแบรนด์มาหลอมรวมผสานเข้าด้วยกัน

TUDOR Heritage Black Bay Chrono | © LWQP

เมื่อผมพลิกดูด้านข้างตัวเรือน รายละเอียดการขัดเงาและปัดด้านทุกส่วนทุกมุมมีความประณีตพอสมควร ซึ่งถือว่าดีใช้ได้และมีความเป็นนาฬิกาที่ใช้เป็นเครื่องบอกเวลาจริง ๆ หรือ Tool Watch สำหรับการใช้งานทั้งดำน้ำระดับตื้น ๆ หรือใช้เป็นนาฬิกาจับเวลาสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสมบุกสมบัน ปุ่มกดสั่งการจับหรือหยุดจับเวลาและปุ่มกดรีเซ็ตโครโนกราฟแบบขันเกลียวมอบความสามารถการกันน้ำมากกว่าปุ่มกดแบบธรรมดาที่มีอยู่ในนาฬิกาโครโนกราฟทั่วไป ส่วนลายดอกกุหลาบ TUDOR สีดำที่สลักบนเม็ดมะยมนั้นก็เป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งแห่งแบรนด์ที่ดูเรียบง่ายแต่สวยงาม

TUDOR Heritage Black Bay Chrono | © LWQP

ฝาหลังสตีลแบบขันเกลียวที่ผ่านการปัดด้าน แม้ว่าจะไม่สามารถมองเห็นชิ้นส่วนกลไกภายใน แต่ก็มีความสามารถกันน้ำและต้านทานสนามแม่เหล็กมากกว่าฝาหลังเปลือยที่มีอยู่ในนาฬิกาหรูหราอื่น ๆ โดย TUDOR Heritage Black Bay Chrono สามารถกันนำ้ลึก 200 เมตร ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับนาฬิกาจับเวลา แต่อย่าลืมว่าระหว่างการดำน้ำนั้นจะต้องไม่คลายเกลียวปุ่มโครโนกราฟและต้องไม่กดเลย มิฉะนั้นน้ำอาจเล็ดรอดเข้าไปในตัวเรือนและสร้างความเสียหายต่อกลไก ถ้าต้องการใช้ฟังก์ชั่นจับเวลาในระหว่างกิจกรรมทางน้ำอย่างจริงจัง ควรใช้ยามที่นาฬิกาอยู่บนผิวน้ำเท่านั้น

กลไก Calibre MT5813 | ©LWQP

กลไกโครโนกราฟอัตโนมัติ คาลิเบอร์ MT5813 ที่ติดตั้งภายในนาฬิกาถือเป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจสำหรับผม เพราะกลไกดังกล่าวคือกลไกโครโนกราฟอัตโนมัติ คาลิเบอร์ B01 จากผู้ผลิตนาฬิกา Breitling ที่ผ่านการดัดแปลงโดย TUDOR แน่นอนว่าคาลิเบอร์ MT5813 มีความแตกต่างจากคาลิเบอร์ B01 ซึ่งนอกจากมีงานขัดแต่งรายละเอียดบนชิ้นส่วนและสะพานจักรที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงแล้ว TUDOR ยังเปลี่ยนชุดจักรกรอกเดิมออกไปเสียแล้วนำชุดจักรกรอกที่มีสปริงสายใยซิลิคอนของแบรนด์มาติดตั้งแทนอีกด้วย ทำให้ต้านทานสนามแม่เหล็กได้ดีขึ้นและเดินเสถียรเที่ยงตรง นอกจากนี้ การแสดงผลจับเวลา 30 นาทีถูกดัดแปลงเปลี่ยนเป็น 45 นาทีแทน อีกทั้งกลไกมีระบบสั่งการจับเวลาแบบ Colume Wheel ที่ทำงานร่วมกันกับระบบคลัชแนวดิ่งหรือ Vertical Clutch ซึ่งทั้งสองต่างเป็นระบบที่เริ่มพบเห็นกันมากขึ้นในปัจจุบันเนื่องจากมีประสิทธิภาพดีกว่าระบบสั่งการแบบชุดลูกเบี้ยวหรือ Coulisse และระบบคลัชแนวนอนที่มักสร้างความสึกหรอพร้อมกับการสะดุดของเข็มโครโนกราฟเมื่อใช้งานเป็นประจำ

กลไกทำงานที่ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง ประดับทับทิมกันการเสียดสี 41 เม็ด สำรองพลังงานนาน 70 ชั่วโมง กลไกโครโนกราฟมาพร้อมด้วยระบบปฏิทินวันที่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถปรับตั้งวันที่ได้ทุกช่วงเวลา ดังนั้นแม้ว่าจะปรับตั้งในเวลาระหว่าง 18.00 ถึง 6.00 นาฬิกา ก็ไม่สร้างความเสียหายต่อระบบปฏิทิน แตกต่างจากกลไกอื่น ๆ ที่การปรับตั้งในช่วงเวลาดังกล่าวอาจทำให้กลไกปฏิทินเสียหายได้

TUDOR Heritage Black Bay Chrono | © LWQP

ตัวเรือนประกอบเข้าสายหนังกลับสีน้ำตาล ทำให้มีความรู้สึกย้อนยุคและอารมณ์แห่งความเป็นนาฬิกาโครโนกราฟสปอร์ตสำหรับนักแข่งยานยนต์ ผมเชื่อว่าสายหนังดังกล่าวจะเป็นที่ชื่นชอบของนักสะสมและผู้หลงใหลนาฬิกาหลายท่าน แต่สำหรับผมแล้วผมกลับชอบสายสตีลของนาฬิการุ่นนี้มากกว่า อาจเป็นเพราะผมเคยชินกับสายสตีลมากกว่าสายหนังก็เป็นได้

TUDOR Heritage Black Bay Chrono | © LWQP

ตัวสายหนังมีตัวล็อคสายแบบบานพับหรือ Folding Clasp ที่มีระบบนิรภัยอย่าง Safety Catch ซึ่งล็อคไว้อีกชั้น ป้องกันไม่ให้ตัวบานพับคลายออกโดยไม่ได้ตั้งใจและไม่ให้นาฬิกาหลุดออกจากข้อมือตกลงสู่พื้น แม้ว่ากลไกโครโนกราฟ คาลิเบอร์ MT5813 จะเป็นกลไกโครโนกราฟแบบโครงสร้างรวมหรือ Integrated Structure ที่มีความสมบุกสมบันและออกแบบมาให้มีความทนทานสูง แต่ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นกลไกจักรกลแล้วนั้น นักสะสมหรือผู้ชื่นชอบนาฬิกาย่อมไม่ยอมให้นาฬิกาสุดรักของตนเองต้องประสบกับแรงกระแทกที่เป็นผลเสียทั้งต่อตัวเรือนและกลไกภายในอย่างแน่นอน ดังนั้นตัวล็อคสายที่มีระบบนิรภัยนี้เป็นประโยชน์แก่ผู้สวมใส่มาก

TUDOR Heritage Black Bay Chrono | © LWQP

TUDOR Heritage Black Bay Chrono Ref. M79350-0002 รุ่นสายหนังกลับสีน้ำตาลมีราคาสนธิ 167,900 บาท ส่วน TUDOR Heritage Black Bay Chrono Ref. M79350-0001 รุ่นสายสตีลมีราคาสนธิ 179,000 บาท โดยทั้งสองรุ่นมีขนาดตัวเรือน 41 มิลลิเมตรและมาพร้อมด้วยสายผ้าเดนิมสีน้ำเงินที่แถมติดมาในกล่องเก็บนาฬิกาให้ด้วย

TUDOR Heritage Black Bay Chrono | © LWQP

ส่วนตัวผมถือว่าเป็นราคาที่บาดตาบาดใจมาก อย่าลืมเสียว่าผลงานจาก TUDOR ดังกล่าวติดตั้งกลไกโครโนกราฟที่มีรากฐานกลไกจาก Breitling และนั่นก็ทำให้ผมสนอกสนใจที่จะลองสวมใส่อยู่เสียนานจนลืมไปว่าเวลาผ่านไปกี่ยามแล้วครับ

ติดตามบทความใหม่ ๆ พร้อมค้นหารีวิวที่ถูกใจ เพียงแค่สมัครสมาชิกผ่าน Facebook Messenger ของ LWQP เข้าไปที่ https://m.me/lwqpwatch แล้วเริ่มต้นการใช้งานได้ทันที!