นาฬิกาผู้ชายอันดับ 1 (GPHG 2017) | BVLGARI Octo Finissimo Automatic

จากงาน GPHG (Grand Prix d’Horlogerie de Genève) ที่เป็นงานประกาศรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการนาฬิกา ซึ่งแบรนด์นาฬิกาชั้นนำ ต่างก็เข้าร่วมเพื่อพิสูจน์ความเป็น “ที่สุด” แห่งเรือนเวลา สำหรับ BVLGARI ที่เรามองว่าแบรนด์นาฬิกาที่กระหายความเป็นอันดับ 1 มากไม่เป็นสองรองใครในรอบ 1-2 ปีมานี้ ด้วยผลงานกลไกของ Octo Finissimo Automatic ที่นอกจากจะคว้าตำแหน่งกลไกแบบขึ้นลานอัตโนมัติที่บางที่สุดในโลกได้แล้ว ยังสามารถก้าวขึ้นมาเป็นที่หนึ่งของรางวัลนาฬิกาสุภาพบุรุษ Mens’ Watch ของ GPHG ได้สำเร็จ เราจึงสามารถกล่าวได้ว่า BVLGARI Octo Finissimo Automatic เป็นสุดยอดแห่งนาฬิกาผู้ชายประจำปี 2017 อย่างเป็นทางการ

Guido Terreni (ซ้าย) Jean-Christophe Babin (กลาง) และ Fabrizio Buonamassa (ขวา) ขึ้นรับรางวัล GPHG 2017

รีวิว – BVLGARI Octo Finissimo Automatic

ตัวเรือนเวลา Octo Finissimo Automatic ทำมาจากวัสดุไทเทเนียมที่ผ่านการขัดพื้นผิวด้วยเครื่องพ่นทรายให้พื้นผิวดูมีความด้านและดิบ ดังนั้น Octo Finissimo Automatic จึงหลุดขอบข่ายการเป็นนาฬิกาแนว pure dress watch ไปโดยปริยาย ในตอนแรกเอง LWQP ก็ประหลาดใจกับรูปทรงที่บางเฉียบรวม 5.15 มิลลิเมตรที่พร้อมซ่อนใต้ปกแขนเสื้อเชิ้ตที่แม้จะกลัดกระดุมเม็ดแรกก็ตามที แต่รูปลักษณ์ภายนอกกลับดูแข็งแกร่งมาก นับว่าทาง BVLGARI ได้ปรับมุมมองเราใหม่และฉีกม่านประเพณีขาดไปอีกหนึ่งผืนได้สำเร็จ

BVLGARI Octo Finissimo Automatic Titanium | © LWQP
BVLGARI Octo Finissimo Automatic Titanium | © LWQP

หลักชั่วโมงเลขอารบิกสีดำชุบ PVD ที่ 12 และ 6 นาฬิกาทำให้ BVLGARI ต้องเลื่อนหน้าปัดย่อยเยื้องออกมาทางครึ่งหน้าปัดล่างซ้ายและตัดหลักชั่วโมงแบบแท่งบริเวณนั้นออกเพื่อรักษาสมดุลการออกแบบ และเป็นกลวิธีในการทำให้ Octo Finissimo Automatic บางลงอีกด้วยเพราะหน้าปัดย่อยวินาทีจะอยู่เหนือเฟืองวินาทีพอดิบพอดี นาฬิกามาพร้อมกับฟังก์ชันเรียบง่ายอย่างการบอกชั่วโมง นาที และวินาที ชุดเข็มนาฬิกาสีดำเป็นทรงดาบที่ฉลุช่องว่างไว้กึ่งกลางเพื่อไม่ให้ดูทึบตันจนเกินไป ผู้ใช้งานอาจมีปัญหาในการอ่านเวลาในตอนแสงน้อยอยู่บ้างเพราะเรือนเวลาไม่ได้แต้มพรายน้ำมาให้ สมบัติการกันน้ำอยู่ที่ 30 เมตรตามสไตล์นาฬิกา ultra-thin ปกติ

กลไก Calibre BLV138 | © LWQP

แน่นอนครับว่าในเมื่อเด่นด้านกลไกอัตโนมัติ (automatic) ที่บางเฉียบแบบนี้ ไหนเลยที่ BVLGARI จะไม่กล้าอวดโฉมกลไกให้เราได้ร่วมชื่นชมไปกับความสำเร็จ ปัจจัยความสำเร็จของ Calibre BLV138 แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นกับวิธีเอาชนะความหนาด้วยการใช้ตุ้มเหวี่ยงจิ๋ว (micro-rotor) แต่ปัญหามันคาใจ LWQP อยู่นิดหน่อยตรงที่ในเมื่อคุณออกแบบให้ตุ้มเหวี่ยงมันขนาดเล็กลง แล้วจะขึ้นลานเก็บพลังงานให้ได้ 60 ชั่วโมงตามที่เขียนไว้ได้อย่างไร? ความจริงปัญหานี้แก้ไม่ง่ายและไม่ยากเกินไป BVLGARI ได้ทำการเปลี่ยนวัสดุทำตุ้มเหวี่ยงมาเป็นแพลตินัม (platinum) แทนทองคำ 18k นั่นก็เพราะแพลตินัมมีความหนาแน่นสูงกว่า หนักมากกว่า เวลาหมุนแต่ละครั้งจึงขึ้นลานได้มีประสิทธิภาพสูงกว่า

ด้านหลังของตุ้มเหวี่ยงจะตกแต่งด้วยการขัดแบบก้นหอย ส่วนเครื่องกลไกด้านบนจะตกแต่งด้วย Geneva stripes | © LWQP

นอกจากการปรับแต่งกลไกไขลานแบบ BLV128 ให้กลายเป็นกลไกอัตโนมัติรุ่นใหม่ กลไก BLV138 ยังมีการปรับลดความถี่ลงเหลือ 21,600 รอบ/ชม. (จาก 28,800 รอบ/ชม. ของ BLV128) แน่นอนว่าความเที่ยงตรงของเวลาจะลดน้อยลงกว่าบ้าง นั่นก็เพราะว่าพื้นที่มีการจำกัดกว่าปกติจึงส่งผลต่อชิ้นส่วนลาน (mainspring) และมีพลังงานสำรองที่น้อยกว่าของเดิมเล็กน้อยประมาณ 5 ชม. การตกแต่งตัวเรือนประกอบด้วยการขัดแต่งแบบก้นหอย (perlarge), Geneva stripes และการขัดแต่งมุม (anglage) ซึ่ง BLVGARI ก็ไม่ทำให้เสียชื่อเสียงตนเองแต่อย่างใด

หัวเม็ดมะยมทำจากวัสดุเซรามิก ค่อนข้างหายห่วงเรื่องรอยขีดข่วนตอนที่เราถอดวาง | © LWQP

ตอนแรกเราค่อนข้างกังวลใจเหมือนกันกับ Octo Finnissimo Automatic Titanium เพราะตัวเรือนขนาด 40 มิลลิเมตร ที่แม้จะดูบนกระดาษ spec แล้วว่าน่าจะเป็นขนาดข้อมือมาตรฐานบุรุษแต่การออกแบบตัวเรือนที่ดู “เต็มข้อ” สไตล์ BVLGARI ก็มักทำให้นาฬิกาดูมีขนาดใหญ่กว่าปกติ หลังจากลองสวมใส่พบว่า การใช้สายหนังจระเข้ที่บางกว่าที่ BVLGARI เคยใช้มาก ๆ ประกอบกับขานาฬิกา (lugs) ที่ออกแบบมาอย่างดีให้โค้งรับกับข้อมือจึงไม่เหลือข้อใดในด้านนี้ให้เราติเลย นอกจากสายหนังแล้วอีกยังมีอีกตัวเลือกหนึ่งคือสายไทเทเนียมโทนเดียวกับตัวเรือนที่มีความบางเข้ากันกับตัวเรือน

BVLGARI Octo Finissimo Automatic Titanium | ©LWQP

เป็นการขยับอีกครั้งของ BVLGARI ที่ LWQP เชื่อว่าน่าจะทำให้ทั้ง Piaget, Jaeger-LeCoultre หรือแบรนด์ใด ๆ  ที่หวังจะสู้ในตลาดนาฬิกา ultra-thin มีเหลียว แต่สำหรับในมุมมองผู้ใช้งานแล้ว ยิ่งผู้ผลิตแข่งขันกัน เราก็จะได้นาฬิกาที่ดีมากยิ่งขึ้น ขอเรียนตามตรงว่าเราแทบอดใจไม่ไหวสำหรับก้าวต่อไปในปีหน้าของ BVLGARI ว่าแบรนด์ต้นกำเนิดจากอิตาลีแบรนด์นี้ จะโค่นบัลลังก์ไหนให้เราได้ยลในพลังของ R&D อีก 

BVLGARI Octo Finissimo Automatic Titanium | ©LWQP

สำหรับ BVLGARI Octo Finissimo Automatic Titanium จะสนนราคาที่ 447,000 บาท สำหรับรุ่นสายหนัง และ 482,000 บาทสำหรับสายไทเทเนียม นับว่าเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับนักสะสมที่ชื่นชอบคว

ติดตามบทความใหม่ พร้อมค้นหารีวิวที่ถูกใจ เพียงแค่สมัครสมาชิกผ่าน Facebook Messenger ของ LWQP เข้าไปที่ https://m.me/lwqpwatch แล้วเริ่มต้นการใช้งานได้ทันที!