รีวิว – Eterna Super KonTiki Black Edition

วันหนึ่งในปี 2016 คุณตามอบนาฬิกา ETERNA MATIC KonTiki 20 จากยุคปี 1970 ให้แก่ผมในฐานะของขวัญวันเกิดและของตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น ผมรู้สึกว่าเป็นอะไรที่พิเศษและทรงคุณค่ายิ่ง เรื่องเล่าของ ETERNA KonTiki นั้นต้องเริ่มจากปี 1948 เมื่อ ETERNA ส่งมอบนาฬิกาให้แก่นักสำรวจชาวนอร์เวย Mr. Thor Heyerdahl และทีมสำรวจของเขาเพื่อใช้งานสำหรับการสำรวจล่องแพทางทะเลอย่าง Kon-Tiki Experdition โดยการสำรวจดังกล่าวใช้แพ Kon-Tiki เพียงอย่างเดียวเท่านั้นเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีของเขาว่าชนเผ่าในทวีปอเมริกาใต้สมัยก่อนสามารถล่องแพข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกและลงหลักปักฐานอาศัยอยู่ตามหมู่เกาะต่าง ๆ ในมหาสมุทรได้จริง ต่อมาในปี 1958  แบรนด์รังสรรค์นาฬิกา KonTiki เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งความสำเร็จของการสำรวจครั้งนี้

Eterna Super Kontiki Black Edition | © LWQP

ถึงแม้ว่านาฬิกา KonTiki ยุคแรกมีตัวเรือนสตีลที่สามารถกันน้ำลึกพอสมควร แต่ในปี 1962 ETERNA พัฒนาและเปิดตัว Super KonTiki นาฬิกาดำน้ำสปอร์ตมาพร้อมด้วยขอบตัวเรือนหมุนทิศทางเดียวสำหรับใช้งานระหว่างดำน้ำลึก นับแต่นั้นเป็นต้นมา Super KonTiki เป็นหนึ่งในคอลเลกชั่นสำคัญที่ตอบโจทย์ต่อลูกค้านักประดาน้ำหรือผู้ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำ อีกทั้งนาฬิกายังมีความสมบุกสมบันรองรับกับกิจกรรมกลางแจ้งของผู้สวมใส่อีกด้วย

ในปัจจุบัน ETERNA Super Kontiki นั้นมีให้เลือกหลากหลายรุ่น ซึ่งผมคิดว่าอยากจะเลือกเรือนหนึ่งขึ้นมารีวิวให้ผู้อ่านของเรา นับว่าเป็นเรื่องยาก เนื่องจากรีวิวนี้ จะเป็นการรีวิวนาฬิกา ETERNA เรือนแรกบน LWQP ผมจึงอยากจะให้เป็นเรือนที่พิเศษ เพื่อเป็นการปูทางให้กับนักสะสม หลังจากคัดเลือกกันอยู่นาน จึงสรุปที่จะนำเรือน Limited Edition รุ่น Super KonTiki Black Edition มาให้ผู้อ่านของ LWQP ได้สัมผัสกันครับ

Eterna Super Kontiki Black Edition | © LWQP

เมื่อเปิดกล่องเก็บนาฬิกาที่ทำมาอย่างดีสมกับความเป็นแบรนด์นาฬิกาสวิสแล้ว สิ่งแรกที่ผมทำคือหยิบนาฬิกาเพื่อสำรวจฝาหลังตัวเรือนในแทบจะทันที สัญลักษณ์แพ Kon-Tiki ที่จารึกบนฝาหลังนั้นสามารถเห็นได้ในพริบตาและสิ่งนี้เองที่ทำให้ผมประทับใจเป็นอย่างมากเนื่องจากนาฬิกาที่คุณตามอบให้ผมต่างก็มีสัญลักษณ์แพดังกล่าวเหมือนกันทุกประการ โดยสัญลักษณ์นี้กลายเป็นตราประทับแห่งคอลเลกชั่นที่นาฬิกา KonTiki แห่งแบรนด์ทุกเรือนต้องจารึกเพื่อบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจของ Mr. Heyerdahl และความเป็นนาฬิกาสำหรับกิจกรรมทางน้ำที่เชื่อถือได้

Eterna Super KonTiki Black Edition | © LWQP

ETERNA Super KonTiki Black Edition มีความแตกต่างจาก Super KonTiki รุ่นปกติอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนาฬิการุ่นดังกล่าวมาพร้อมกับตัวเรือนสตีลขนาด 45 มิลลิเมตร ผ่านการเคลือบสีดำด้วยเทคนิค PVD ทำให้ตัวเรือนมีความเป็นสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวมากขึ้น สำหรับผมแล้วถือว่าลงตัวกับวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวที่แสวงหานาฬิกาสปอร์ตที่มีตัวเรือนขนาดใหญ่แต่แลดูสุขุมถ่อมตนไม่โดดเด่นจนเกินไป คงจะดีอยู่ไม่น้อยถ้าแบรนด์มีนาฬิกา Super KonTiki Chrono รุ่นตัวเรือนเคลือบสีดำในลักษณะเดียวกัน แต่แน่นอนว่านาฬิกาโครโนกราฟสปอร์ตแห่งแบรนด์ดังกล่าวมีแค่รุ่นตัวเรือนสตีลปกติเท่านั้นในขณะนี้

Eterna Super KonTiki Black Edition | © LWQP

นาฬิกามีขอบตัวเรือนสตีลหมุนทิศทางเดียวเคลือบสีดำด้วยเทคนิค PVD ซึ่งมีวงแหวนอะลูมิเนียมเคลือบสีดำสลักสเกลนาทีประกบทับอยู่ข้างบน โดดเด่นด้วยหัวลูกศรทรงสามเหลี่ยมสีเหลืองที่บอกตำแหน่ง 60 นาทีของวงแหวนดังกล่าว ตัวเรือนผนึกคริสตัลแซฟไฟร์ เผยเห็นหน้าปัดสีดำติดตั้งชุดเข็มและจุดเล็กบนหลักชั่วโมงสีเหลือง สร้างความสะดุดตาได้ทันทีแม้จะมองหน้าปัดเพียงชั่วครู่เดียว ช่องวันที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาแสดงตัวเลขสีเหลืองเพื่ออ่านค่าง่ายแม้ว่าตัวเลขจะดูเล็กก็ตาม

Eterna Super KonTiki Black Edition | © LWQP

นอกจากนี้ นาฬิกายังมาพร้อมกับสายข้อมือที่มีให้เลือกมากถึง 3 สายด้วยกัน โดยนอกจากมีสายนาโต้สีดำที่มีลายเส้นกลางสีเหลืองแนวสปอร์ตแล้ว ยังมีสายหนังแท้สีดำที่มีขอบข้างเป็นสีเหลืองอีกด้วย ส่วนสายสตีลแบบโลหะถักหรือ สาย Milanese นี้ผ่านการเคลือบด้วยเทคนิค PVD สีดำแบบเดียวกันกับตัวเรือน ในความเห็นของผมแล้ว สายโลหะถักดังกล่าวเหมาะสำหรับสวมใส่ระหว่างการดำน้ำหรือระหว่างทำกิจกรรมกลางแจ้งหนักๆ ส่วนสายหนังเหมาะสำหรับสวมใส่ออกงานหรูหราสำคัญ และสายนาโต้นั้นเหมาะสมลงตัวกับการสวมใส่ประจำวันปกติ กลายเป็นว่านาฬิกาดังกล่าวสามารถใช้ได้ในทุกที่ทุกโอกาส

Eterna Super KonTiki Black Edition | © LWQP

ETERNA Super KonTiki Black Edition ติดตั้งกลไกอัตโนมัติ คาลิเบอร์ SW200-1 ที่ผลิตโดย Sellita หนึ่งในผู้ผลิตกลไกฐานสวิสคุณภาพเยี่ยม โดยมีราคาสนธิ 99,000 บาทและผลิตจำนวนจำกัดเพียง 888 เรือนเท่านั้น ส่วนตัวผมแล้วนาฬิกาเรือนนี้มีความน่าสนใจอยู่พอสมควร เมื่อผมลองสวมใส่เล่นไปพักใหญ่แล้ว ผมรู้สึกว่านาฬิกาไม่ได้ดูใหญ่จนเกินไปแม้ว่าข้อมือของผมนั้นช่างเล็กเสียเหลือเกินเมื่อเทียบกับขนาดตัวเรือนจริง ดังนั้นแล้วนาฬิกาดังกล่าวเป็นหนึ่งในไม่กี่เรือนที่เป็นนาฬิกาขนาดใหญ่ที่ผมสามารถสวมใส่ได้ครับ

LWQP SOCIAL  
สามารถคุยได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะ "สะสม" หรือ "ลงทุน" นาฬิกา ที่ "LWQP SOCIAL" สมัครเข้ากลุ่ม คลิกที่นี่ >>LWQP SOCIAL<<

เกี่ยวกับ Thanadol Sereratana

Thanadol Sereratana
หลังจากล้มลุกคลุกคลานในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นเวลาอยู่หลายปี ในที่สุดก็สามารถสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากภาควิชาอังกฤษ-อเมริกันศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นเคยผ่านการฝึกงานจากนิตยสารวันเวลาของบริษัท Grand Prix International ซึ่งถือเป็นการเรียนรู้จากศูนย์ขึ้นมาใหม่เลยก็ว่าได้เพราะมหาวิทยาลัยไม่ได้สอนว่าต้องทำงานในส่วนนักเขียนอาชีพอย่างไร ปัจจุบันเป็นนักเขียนในนิตยสาร QP Magazine Thai Edition ซึ่งนับวันก็ค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยพบเคยเห็นต่อไปในอนาคต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *