Interview | Mr. Matthias Breschan ซีอีโอของ Rado

RADO เป็นแบรนด์นาฬิกาที่ผลักดันในเรื่องของวัสดุศาสตร์ ภายใต้การออกแบบที่เรียบง่าย (ถ้าหากใครยังไม่คุ้นเคยกับ RADO สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ “เจาะลึก – ประวัติศาสตร์และเทคโนโลยีเซรามิกของ RADO”  ทางเราได้เข้าไปสัมภาษณ์ Mr. Matthias Breschan ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของ RADO ตั้งแต่ปี 2011 เพื่อเป็นการเจาะลึกและตอบคำถามเกี่ยวกับคอลเล็กชันใหม่ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับนักสะสมและผู้สนใจทุกท่าน

Ukrit Vanagosoom (Editor-in-Chief, LWQP) and Matthias Breschan (CEO of RADO) | © LWQP

1. รบกวนอธิบายถึงภาพรวมของคอลเลกชั่นล่าสุดของ Rado จากงาน Baselworld ประจำปี 2018

จุดประสงค์ของคอลเลกชั่นใหม่ในปีนี้ยังคงเหมือนกันในทุก ๆ ปีที่ผ่านมา นั่นคือการผลักดันวัฒนธรรมการทำนาฬิกาดั้งเดิมให้ก้าวไกลกว่าเดิมและคิดค้นสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อให้ Rado สามารถผลิตคอลเลกชั่นนาฬิกาที่มีความทนทาน ดีไซน์เฉียบขาดและดูดีไปตลอดกาลด้วยนวัตกรรมวัสดุเทคโนโลยีชั้นสูงหรือ High-Tech Materials

Rado Diamaster

2. ปีนี้ธีมของแบรนด์คืออะไร?

สำหรับปีนี้ เรามองอดีตของ Rado และเก็บเกี่ยวรายละเอียดทั้งหมดที่มีอยู่ล้นเหลือรวมถึงศาสตร์วัสดุชั้นสูงหลายประเภทที่เราทดสอบไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเรามองสู่อนาคตด้วยการนำรายละเอียดดังกล่าวมาหลอมรวมเข้าด้วยกันเพื่อรังสรรค์คอลเลกชั่นที่แสดงถึงองค์ประกอบโดยรวมทั้งหมดของศาสตร์วัสดุชั้นสูงแห่งแบรนด์ ทั้งนี้เราภูมิใจที่นำเสนอคอลเลกชั่นและรู้สึกว่าเป็นการแสดงสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของ Rado

3. Rado มีคอลเลกชั่นนาฬิกาวัสดุชั้นสูงอะไรบ้างในปี 2018?

คอลเลกชั่นใหม่แห่งปี 2018 สะท้อนถึงความทุ่มเทเพื่อสร้างนวัตกรรมทางดีไซน์และวัสดุของ Rado ซึ่งนาฬิกา True Thinline ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและเผยเห็นความสามารถเฉพาะตัวของแบรนด์ที่สร้างสรรค์ตัวเรือนเซรามิกหลากหลายสีสัน สำหรับคอลเลกชั่น DiaMaster โอบรับวัสดุชั้นสูงที่ผ่านการทดสอบมาแล้วอย่าง Plasma High-Tech Ceramic หรือเซรามิกพลาสม่าเทคโนโลยีสูง ซึ่งใช้ในนาฬิกา Petite Seconde ที่อยู่ในชุดคอลเลกชั่นดังกล่าว ขณะเดียวกัน นาฬิกา HyperChrome Skeleton Automatic Chronograph ตัวเรือนเซรามิกเทคโนโลยีสูงสีดำแสดงถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันนวัตกรรมทางดีไซน์ให้ล้ำหน้ากว่าแต่ก่อน

True Thinline Earth

4. ในฐานะที่ Rado เป็นปรมาจารย์ทางวัสดุศาสตร์ อะไรคือวัสดุแบบใหม่ที่จะนำมาใช้ในผลงานปีนี้?

Rado เปิดตัวนวัตกรรมต่าง ๆ ที่หลอมรวมกันเป็นผลงานใหม่ล่าสุดสำหรับปี 2018 ซึ่งรวมถึง Injectable Rose Gold Coloured Ceramos เซรามิกที่สามารถฉีดสีทองคำกุหลาบเข้าไปข้างในวัสดุได้ สำหรับนาฬิกา HyperChrome Automatic Chronograph มาพร้อมด้วยขอบตัวเรือนโลหะบรอนซ์ประกอบเข้ากับตัวเรือนชิ้นเดียวหรือ Monobloc ที่เป็นเซรามิกสีดำ ทั้งนี้โลหะบรอนซ์เป็นวัสดุที่ผิวสีจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลาอยู่เสมอ ขณะเดียวกัน นวัตกรรม HyperChrome Ultra Light ไม่เพียงแค่มีนำ้หนักเบาแต่ยังมอบความสามารถกันรอยขีดข่วนสูง โดยแบรนด์เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ 2 รุ่นมาพร้อมด้วยสีสันใหม่ที่มีนวัตกรรมดังกล่าว สำหรับ Rado แล้ว เราเชื่อว่านวัตกรรมนี้คือวัสดุแห่งอนาคต

ตัวเรือนเซรามิกของ RADO | © RADO

5. ในฐานะที่เป็นผู้นำทางดีไซน์ด้วยแล้ว แบรนด์จะมีผลงานดีไซน์ที่ล้ำยุคหรือกลไกรุ่นใหม่สำหรับปี 2018 แบบใดบ้าง?

ปรัชญาแห่ง Rado ที่ว่า

ถ้าเราจินตนาการได้ เราก็สามารถทำได้

และในปี 2018 ก็ยังคงเป็นเช่นนี้ไม่เปลี่ยนแปลง โดยคอลเลกชั่น DiaMaster ประกอบด้วยนาฬิกา DiaMaster รุ่นใหม่ที่มีหน้าปัดหลายชั้นหรือ Multi-Level Dial ในการแสดงองค์ประกอบต่างๆ ของเวลา นาฬิกา DiaMaster Petite Seconde มาพร้อมด้วยกลไกใหม่ล่าสุดที่ผ่านการรับรองความเที่ยงตรงจากสถาบัน COSC ซึ่งต้องมีความคลาดเคลื่อนไม่เกินกว่า -4 / +6 วินาทีต่อวัน

Rado Diamaster Petite Seconde

ถือว่าเป็นนาฬิกาที่มีจำนวนน้อยเพราะมีนาฬิกาสวิสเพียง 6% เท่านั้นที่ได้รับการรับรองดังกล่าว ไม่เพียงเท่านี้ กลไกอัตโนมัติของนาฬิกา Petite Seconde ทนต่อแรงกระแทกและรักษาความเที่ยงตรงในการใช้งานระยะยาว ส่วนดีไซน์รูปแบบอื่นที่โดดเด่นเช่นการพิมพ์ลวดลายโครงสร้างใบไม้หรือ Printed Leaf Structure ใต้หน้าปัดของนาฬิกา True Thinline ซึ่งเป็นนวัตกรรมจาก Rado ที่เพิ่งได้รับการจดสิทธิบัตร

6. เมื่อปีที่แล้ว Rado จับมือร่วมกับนักออกแบบ 6 ท่านด้วยกัน สำหรับปีนี้จะมีความร่วมมือใหม่หรือไม่?

ในฐานะเป็นผู้เล่นตัวหลักในแวดวงการออกแบบ Rado โชคดีมากที่สามารถทำงานร่วมกับนักออกแบบชื่อดังระดับโลกหลายท่าน โดยแต่ละคนมีเอกลักษณ์ ประสบการณ์ ความสามารถและวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกัน ในปี 2017 Rado ร่วมมือกับนักออกแบบ 6 ท่านที่ช่ำชองในการออกแบบทางอุตสาหกรรมและการตกแต่งภายในเพื่อรังสรรค์นาฬิกา True แห่ง Rado ที่มีอยู่ 6 รุ่นด้วยกัน ความร่วมมือนี้มอบสุดยอดแห่งการออกแบบร่วมสมัย วิธีการ และวัสดุแบบใหม่แก่ Rado ทั้งนี้เราจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วกันอีกครั้งเมื่อความร่วมมือครั้งใหม่ในปี 2018 เกิดขึ้น