7 เรือนไฮไลท์ Central | Zen International Watch Fair 2018

ปีนี้เป็นปีที่ 20 ของงานมหกรรมนาฬิกาแรกของประเทศไทย กับ Central | Zen International Watch Fair 2018 ที่ทางเซนทรัลได้นำนาฬิกาชั้นนำจาก SIHH และ Baselworld มาจัดแสดงให้คนไทยได้ชมกัน ที่นอกเหนือจากการจัดแสดงใน Event Hall ชั้น 3 เซนทรัลชิดลมถึงวันที่ 17 กันยายน 2561 โดยทีมงาน LWQP ได้เข้าไปร่วมวันเปิดงาน และได้ลองเลือกนาฬิกาที่เราคิดว่าน่าสนใจมาฝากผู้อ่านของเราครับ

Fabergé Summer in Provence Emerald

Fabergé Summer in Provence Emerald | © LWQP

ถ้าหากถามถึงแบรนด์ Fabergé หลายคนอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักเท่าไร แต่ในงาน Baselworld ทาง Fabergé ได้จัดการแสดงโชว์ผลงานที่มีความโดดเด่นทั้งงานกลไกและจีเวลรี่อย่างตระการตาทุก ๆ ปี และเรือนที่เป็นดาวเด่นของงาน Central | Zen International Watch Fair 2018 คือเรือน Summer in Provence Emerald เรือนเวลาประดับอัญมณีชั้นสูง ใช้ตัวเรือนไวท์โกล์ดที่ประดับด้วยเพชรล้อมตัวเรือน เวลาขับขึ้นลงจะเป็นประกายจับสายตาคนที่เดินผ่านไปมา โดยมีการจำกัดการผลิตเพียง 5 เรือนทั่วโลกเท่านั้น และเป็นเรือนเดียวในไทย สนนราคาที่ 17,950,000 บาท

Franck Muller Vanguard Gravity Full Diamond

Franck Muller Vanguard Gravity Full Diamond | © LWQP

เพียงแค่ชื่อว่า “Full Diamond” คงจะไม่ต้องถามมากว่า ราคาป้ายที่ 7,552,000 บาท มาได้อย่างไร เราเคยได้เอ่ยถึงแบรนด์ Franck Muller ไว้ในการรีวิวมาแล้วว่าเป็น “Master of Complication” และผลงานของแบรนด์นี้ จุดเด่นที่สุดอยู่ที่กลไกทูร์บิญองที่ขนาดใหญ่กว่าครึ่งหนึ่งของหน้าปัดนาฬิกานั้นไม่ได้เป็นกลไกที่ทำได้ง่าย ๆ เพราะว่าการขับกรงทูร์บิญองขนาดใหญ่นั้น จะต้องใช้พลังงานค่อนข้างมาก แต่ทาง Franck Muller สามารถทำให้นาฬิกาเรือนนี้ สามารถสำรองพลังงานลานได้ถึง 5 วัน เป็นอีกเรือนที่เราแนะนำให้ไปชมกัน

Breitling Navigier 8 B01 Chronograph 43

Breitling Navigier 8 B01 Chronograph 43 | © LWQP

ใครที่ติดตามข่าววงการนาฬิกาจะทราบดีว่า Breitling ได้ George Kern มานั่งแท่น CEO และมีการเปลี่ยนทิศทางของการตลาด รวมถึงการปรับโครงสร้างจาก 11 คอลเล็กชันหลัก ให้เหลือเพียง 3 หลักตามกลุ่มของการใช้งาน เป็นการทำให้เรามองเห็นภาพรวมของ Breitling ที่เด่นชัดขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ทำให้เป็นจุดกำเนิดของนาฬิการุ่นใหม่ Navitimer 8 ที่นำแนวคิดของการออกแบบในอดีตขึ้นมาปัดฝุ่นและปรับให้เข้ากับความต้องการของผู้สวมใส่มากขึ้น โดยรุ่นที่เราเลือกขึ้นมาคือรุ่น Breitling Navigier 8 B01 Chronograph 43 ที่มาพร้อมกับตัวเรือนสเตนเลสสตีล และสายหนังสีดำ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาที่พ่วงมากับประวัติศาสตร์การบิน โดยเรือนนี้สนนราคาที่ 259,000 บาท

Zenith Defy El Primero 21 Chronograph

Zenith Defy El Primero 21 Chronograph | © LWQP

นาฬิกาเรือนนี้เราเคยเขียนถึงในการรีวิวของเราเมื่อปีที่ผ่านมา เรามองว่า Zenith เป็นแบรนด์ที่ยอดเยี่ยมด้วยผลงานที่สะท้อนการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง และในช่วงที่ผ่านมาเครือ LVMH ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของแบรนด์นาฬิกาใหม่ ทำให้อัตลักษณ์ของ Zenith นั้นเด่นชัดขึ้น ด้วยการสร้างผลงานที่เน้นในความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทั้งตัวเรือนและกลไก โดยเรือน Defy El Primero 21 ที่เราได้เลือกมานี้ เป็นนาฬิกาโครโนกราฟจับเวลาที่ยอดเยี่ยม โดยสามารถจับเวลาได้ที่ความถี่ถึง XX Hz โดยมีหลายรุ่นให้เลือก แต่รุ่นที่โชว์กลไกแบบ Skeleton นั้นช่างเข้ากับเทคโนโลยีเรือนเวลาขั้นสูงมากกว่า Zenith เรือนนี้สนนราคาที่ 430,000 บาท

SEIKO Prospex Baby Tuna Zimbe Limited Edition No. 8

SEIKO Prospex Baby Tuna Zimbe Limited Edition No. 8 | © LWQP

สำหรับแฟน ๆ ที่ชื่นชอบนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำคุณภาพสูง Prospex แห่ง Seiko นั้นไม่ควรพลาดที่จะลองสวมใส่และจับจองผลงานพิเศษอย่าง Prospex Baby Tuna Zimbe Limited Edition No.8 นาฬิกาสปอร์ตดำน้ำรุ่นผลิตจำกัดสำหรับนักสะสมชาวไทยโดยเฉพาะที่ไม่เพียงแค่โดดเด่นในเรื่องราวแห่งการดำน้ำสำรวจฉลามวาฬที่มีชื่อเรียกในภาษาญี่ปุ่นว่า Jinbe Zame หรือเรียกสั้นๆ ว่า Zimbe เท่านั้น แต่รวมถึงมาดเท่แลดูสปอร์ตของดารานักแสดงไทยอย่างคุณอนันดา เอเวอร์ริ่งแฮมที่สวมใส่ผลงานดังกล่าวอีกด้วย ตัวเรือนสตีลผ่านการขัดแต่งด้วยเทคนิคพิเศษ Horning Finish มี Outer Case ที่เป็นการ์ดป้องกันตัวเรือนอีกชั้นทำจากสตีลเคลือบผิวสีทองด้วยเทคนิค IP Coating และมีขอบตัวเรือนสตีลเคลือบผิวสีน้ำเงินด้วยเทคนิคเดียวกัน ผนึกคริสตัลแซฟไฟร์ที่มาพร้อมเลนซ์ขยายสำหรับดูวันที่ แสดงเห็นหน้าปัดสีน้ำเงินที่มีชุดเข็มและหลักชั่วโมงเคลือบสารเรืองแสงลูมิไบร์ท อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะแบรนด์ที่มอบอัตราการเรืองแสงที่สว่างและยาวนานกว่าสารเรืองแสงแบบทั่วไป ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 4R36 สำรองพลังงานนาน 41 ชั่วโมง ประกอบเข้าสายสตีลหรือถ้ารู้สึกหนักเกินไปก็สามารถเปลี่ยนเป็นสายยางสีดำได้ ผลิตจำกัด 1,234 เรือน ราคาสุทธิอยู่ที่ 24,900 บาท

CASIO G-Shock Full Metal 35th Anniversary

CASIO G-Shock Full Metal 35th Anniversary | © LWQP

ไม่น่าเชื่อว่าความสำเร็จของนาฬิกากันสั่นสะเทือนสมบูรณ์แบบ อย่าง Casio G-Shock จะมาถึงการครบรอบ 35 ปี เราไม่สามารถปฏิเสธได้ ว่า G-Shock นั้นเป็นหนึ่งในใจของใครหลาย ๆ คน ด้วยความหลากหลายของสีสัน รูปแบบ และโครงสร้างราคาที่วางไว้ดี ทำให้ความนิยมของ G-Shock นั้นมีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่า ในปี 2018 ซึ่งเป็นการครบรอบ 35 ปี ทาง Casio ได้เลือกที่จะคิดต่าง โดยจับนาฬิกา G-Shock รุ่นแรกมาพัฒนาใหม่ โดยเปลี่ยนตัวเรือนให้เป็นสเตนเลสสตีลทั้งหมด ทำให้ราคาจากหลักพันวิ่งขึ้นไปที่เริ่มต้น 23,000 บาท โดยมีรุ่นพื้นฐานคือสีเงิน และรุ่นพิเศษเหนือพิเศษแบบ Limited Edition สีทอง และสีดำ ซึ่งถ้าจะให้กล่าวถึงสองเรือนหลัง คงจะช้ำใจกัน เพราะหลาย ๆ คนพยายามพลิกแผ่นดินหาแต่ก็ไม่สามารถพบได้ เพราะว่าหายากซะจนการเปิดตัว Flagship Store ต้องจับฉลากต่อคิวกันเลยทีเดียว และถ้าใครพบเรือนนี้ต้องบอกเลยว่า “ห้ามพลาด”

Citizen Promaster 1st Thailand Limited Edition

Citizen Promaster 1st Thailand Limited Edition | © LWQP

เรือนนี้เราขอเก็บไว้เป็นเรือนสุดท้าย เพราะว่าเป็นอะไรที่พิเศษจริง ๆ เนื่องจากเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งร้อยปีของ Citizen ที่จะอนุญาตให้ผลิตนาฬิกา Limited Edition สำหรับประเทศไทย โดยเรือนนี้เป็นนาฬิกาดำน้ำที่ฉลองครบรอบ 100 ปี และยังร่วมตอกย้ำถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมา 29 ปีของคอลเล็กชัน Promaster ดังกล่าว มาพร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนแบบหมุนได้ทิศทางเดียวนั้นติดตั้งวงแหวนกำกับนาทีสีเขียว ซึ่งเรามองว่าสีเขียวนี้เข้ากับตัวเรือน สามารถกันน้ำลึกได้ 200 เมตร จำกัดการผลิตเพียง 500 เรือน และวางจำหน่ายที่ราคา 14,900 บาท

เกี่ยวกับ Ukrit Vanagosoom

Ukrit Vanagosoom
ผู้ก่อตั้งบล็อกนาฬิกาแห่งนี้ เป็นวิศวกรที่ชื่นชอบและหลงไหลในเรื่องนาฬิกาเป็นชีวิตจิตใจ ด้วยประสบการณ์ที่ยุโรปกว่าสิบปี งานเขียนของเขานั้นเจาะลึกในเรื่องราวและเทคนิคอย่างแท้จริง