25 Years of OMEGA Seamaster Diver 300M

25 ปีแห่งความสำเร็จของ Omega Seamaster Professional Diver 300M ซึ่งเป็นนาฬิกาดำน้ำที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุด ของการเป็นนาฬิกาของพยัคร้าย oo7 จากปี ค.ศ. 1995 จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากทาง Omega ได้จัดงานนิทรรศการอย่างยิ่งใหญ่ ที่ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ตั้งแต่วันที่ 15 – 20 พฤษจิกายน 2561, 11:00 – 20:00 น. ภายใต้ชื่องาน “25 Years of OMEGA Seamaster Diver 300M” ทาง LWQP จึงคิดว่า เราควรจะนำเรื่องราวของ Omega Seamaster Professional Diver 300M มาปัดฝุ่น เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้อ่านของเราได้ศึกษาเพิ่มเติม และรู้จักกับคอลเล็กชันนี้มากขึ้น

จุดเริ่มต้นของ Omega Seamaster Professional Diver 300M

ก่อนที่ Omega Seamaster จะมาเป็นนาฬิกาดำน้ำแนวสปอร์ตในปัจจุบัน จริง ๆ แล้ว เราจะต้องย้อนจุดเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1948 ในเวลานั้น นาฬิกา Seamaster ได้รับการออกแบบเป็นนาฬิกากันน้ำ ซึ่งจะมีรูปลักษณ์ที่ออกไปทางแนว dress watch สายหนัง ถ้าหากใครสามารถไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Omega ที่เมือง Biel/Bienne ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะได้เห็นนาฬิกา Seamaster เรือนแรกที่จัดแสดงอยู่

Omega Seamaster จากปี ค.ศ. 1948

การกันน้ำของนาฬิกา Omega ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ได้ผลิตนาฬิกาประมาณ 26,000 เรือน ที่เป็นนาฬิกามาตรฐาน w.w.w. หรือ watch with waterproff และได้ส่งให้กับกองทัพสหราชอาณาจักรกว่า 110,000 เรือน เพื่อใช้สำหรับงานทางทหาร ซึ่งในเวลาต่อมา ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มฝาหลังแบบขันเกลียวและมียาง o-ring ปิดผนึกเพื่อกันน้ำ ถือว่าเป็นการก้าวขึ้นไปอีกขึ้นของมาตรฐานนาฬิกาดำน้ำ

จนถึงปี ค.ศ. 1993 ทาง Omega ได้เริ่มโฟกัสกับตลาดนักดำน้ำมืออาชีพมากขึ้น ซึ่งในตลาดสมัยนั้น นาฬิกาดำน้ำก็จะมีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะความลึกที่ 300 เมตร การพัฒนา Seamaster Professional Diver 300M จึงเป็นการสร้างความแตกต่างให้กับนาฬิกาดำน้ำ ให้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ เพราะนอกจากจะมีคุณภาพเทียบเท่านาฬิกาดำน้ำระดับมืออาชีพ แต่ยังคงความสวยงาม และขนาดที่พอเหมาะกับข้อมือ

Roland Specker

เหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญในปี ค.ศ. 1993 คือการที่ Roland Specker นักดำน้ำฟรีไดฟ์ สวมใส่นาฬิกา Omega Seamaster Professional Diver 300M ดำน้ำโดยไร้ถังออกซิเจนได้ลึกถึง 80 เมตร ใต้ Lake Neuchatel

ARMBANDUHREN MAGAZINE 1994

ต่อมาในปี ค.ศ. 1994 นาฬิกา Seamaster Diver 300M Chronograph ได้รับรางวัล “Uhr des Jahres” หรือ “Watch of the Year” จากนิตยสาร Armbanduhren ของเยอรมนี ทำให้ชื่อเสียงของนาฬิกา Omega Seamaster นั้นเป็นที่รู้จักในหมู่นักสะสมเยอรมันมากขึ้น

Sir Peter Blake หัวหน้าของทีม New Zealand ใน America’s Cup ปี 1994

ในปี ค.ศ. 1995 Omega Seamaster Diver Professional 300M ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การแข่งขันเดินเรือ America’s Cup ซึ่ง Sir Peter Blake หัวหน้าของทีม New Zealand ที่เป็นผู้ชนะในปีนั้น สวมใส่นาฬิกา Omega Seamaster Professional Diver 300M เพื่อใช้งานสำหรับการเดินเรือในการแข่งขัน และในปีเดียวกัน นาฬิกา Omega Seamaster Professional Diver 300M ได้เป็นที่รู้จักทั่วโลก ในฐานะนาฬิกาของพยัคร้าย oo7

ไทม์ไลน์นาฬิกา Omega ของ James Bond ในภาพยนตร์เรื่องต่าง ๆ | © Omega

Seamaster กับ James Bond

ลินดี้ เฮมมิ่ง (Lindy Hemming) นักออกแบบเครื่องแต่งกายที่มีรางวัลออสการ์เป็นประกัน คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของนาฬิกา James Bond โดยลินดี้ได้กล่าวว่า

I was convinced that Commander Bond, a naval man, a diver and a discreet gentleman of the world would wear the Seamaster with the blue dial.

หรือแปลได้ว่า “ฉันเชื่อว่านาวาโทบอนด์, นาวิกโยธิน, นักทำลายใต้น้ำ และสุภาพบุรุษแสนสุขุมรอบคอบ ควรจะต้องใส่ Seamaster ที่มีหน้าปัดสีฟ้า” 

Pierce Brosnan ในบท 007

ด้วยเหตุผลนี้ เราจึงเห็นนาฬิกา Omega Seamaster Diver 300M ครั้งแรกบนข้อมือของเพียร์ซ บรอสแนน (Pierce Brosnan) ในภาพยนตร์สายลักสุดระทึกอย่าง Golden Eye ในปี ค.ศ. 1995  และจากนั้นมา ภาพยนตร์ James Bond oo7 ทุกเรื่อง จะมีนาฬิกา Omega รุ่นพิเศษเปิดตัวมาเสมอ และรุ่นที่ประสบความสำเร็จที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้น Omega Seamaster 300 SPECTRE (อ่านต่อ – “รีวิว – นาฬิกา Omega Seamaster 300 “SPECTRE”” ) ที่ได้รับความนิยมถึงขั้นที่เรือนจริงบนข้อมือ Daniel Craig ได้รับการประมูลทะลุไปกว่า 4 ล้านบาท (อ่านต่อ – “ทะลุ 4 ล้านบาทกับการประมูล Omega Spectre ตัวต้นแบบ”

Omega Seamaster 300 Spectre ที่มาพร้อมกับสายนาโต | ©LWQP

Seamaster 300M รุ่นใหม่ 2018

ในปี 2018 Omega เผยโฉมรูปลักษณ์ใหม่ของ Seamaster อันสมบูรณ์แบบ ที่ในอดีตได้สร้างชื่อเสียงไว้ ในคอลเลคชั่นที่ประกอบไปด้วยเรือนเวลาสุดพิเศษ 14 รุ่น โดยมี 6 รุ่น ในตัวเรือนสแตนเลส สตีล และ 8 รุ่น ในตัวเรือนสองกษัตริย์ที่ผสมผสานสแตนเลส สตีลเข้ากับทองคำได้อย่างงดงาม ทั้งหมดเปิดตัวในขนาด 42 มิลลิเมตร และขับเคลื่อนด้วยกลไก Master Chronometer Calibre 8800 ซึ่งนำคอลเลคชั่นทั้งหมดไปสู่ระดับที่เหนือกว่าอีกขั้น ทั้งในด้านความแม่นยำ ประสิทธิภาพการทำงาน และความต้านทานสนามแม่เหล็ก

Daniel Craig กับ Omega Seamaster 300M

ทุกรายละเอียดของการออกแบบภายนอกถูกคิดและวิเคราะห์ขึ้นใหม่ โดยมีขอบตัวเรือนดำน้ำอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นปัจจุบันที่ถูกผลิตขึ้นจากเซรามิก และมาพร้อมสเกลดำน้ำ Ceragold™ หรือสีขาวลงยาแบบอีนาเมล เพื่อให้ความพิสุทธิ์แห่งสีขาวและความคงทนตราบนานเท่านาน

ส่วนพื้นหน้าปัดผลิตขึ้นจากเซรามิกขัดเงาซึ่งมีให้เลือกทั้งสีดำ สีน้ำเงิน หรือสีโครเมียมเคลือบ PVD แต่สิ่งที่จะสะกดทุกสายตาไว้บนหน้าปัดของนาฬิกาเรือนนี้คือ การที่ Omega นำลวดลายคลื่น (ปัจจุบันเป็นการแกะสลักโดยใช้เลเซอร์) ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในงานออกแบบดั้งเดิมกลับมาอีกครั้ง

นอกจากนี้ยังมีการยกระดับเครื่องหมายแสดงเวลาทั้งหมดขึ้นด้วยการใช้สารเรืองแสงซุปเปอร์ลูมิโนว่า (Super-LumiNova) รวมถึงย้ายหน้าต่างแสดงวันที่มาอยู่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา เพื่อความสะดวกในการอ่านค่า ส่วนเข็มบอกเวลาสเกเลตัน (ชุบโรเดียม ทองคำ 18 กะรัต หรือสีน้ำเงิน) ได้รับการปรับเปลี่ยนรูปทรงอย่างประณีต ซึ่งบรรดาแฟนคลับหรือผู้ที่ติดตามนาฬิการุ่นนี้จะสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างแน่นอน

เทคโนโลยีการดำน้ำของ Omega Seamaster 300M

หนึ่งในรายละเอียดที่สำคัญที่สุดของ Diver 300M คือวาล์วปล่อยก๊าซฮีเลียม และในรุ่นใหม่นี้วาล์วจะอยู่ในรูปทรงกรวย ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรรับรองจากการคิดค้นโดย Omega ในฐานะเทคโนโลยีอันชาญฉลาดที่ทำให้นาฬิกาสามารถทำงานใต้น้ำได้อย่างดี มาพร้อมฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์ขอบลวดลายคลื่น เผยให้เห็นกลไกการทำงานที่ผ่านการทดสอบและรับรองจาก METAS

การตรวจสอบ Master Chronometer ของ Omega ที่จะต้องผ่าน COSC เป็นอันดับแรกและต่อด้วยการทดสอบจาก METAS | ©Omega
Courtesy of Omega
ใบรับรอง Master Chronometer จาก METAS

สำหรับนาฬิกา Omega Seamaster Diver 300M รุ่นใหม่ มีทั้งหมด 14 เรือน มีทั้งตัวเรือนสเตนเลสสตีล และรุ่นสเตนเลสสตีล-โกลด์ ทาง Omega ได้ปรับโฉมและเทคโนโลยีภายในนาฬิกาให้ก้าวขึ้นไปอีกขั้น สำหรับรุ่นเริ่มต้น steel on steel สนนราคาเริ่มต้นที่ 169,000 บาท (สำหรับสายหนัง 166,000 บาท) ซึ่งเป็นช่วงราคาที่น่าสนใจมาก ๆ ถ้าหากเราเทียบกับประวัติศาสตร์ของ Seamaseter Diver 300M และคุณภาพของกลไกสูงสุดระดับ Master Chronometer รวมถึงการรับประกันที่ปรับเป็น 5 ปี สำหรับนาฬิกา Omega ทุกรุ่นในปี 2018 (ผู้อ่านสามารถเข้าไปเช็คข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงราคาได้ในเว็บไซต์ของ Omega โดยตรง ที่นี่ )

นิทรรศการ 25 Years of OMEGA Seamaster Diver 300M

ทางทีมงานของ LWQP ได้เข้าไปสัมผัสงานนิทรรศการ 25 Years of OMEGA Seamaster Diver 300M ที่ Omega ได้จัดขึ้นที่ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ตั้งแต่วันที่ 15 – 20 พฤษจิกายน 2561, 11:00 – 20:00 น. ซึ่งเป็นนิทรรศการที่ยกรูปแบบจากงาน Baselworld มาให้ชาวไทยได้สัมผัสกัน

นิทรรศการ 25 Years of OMEGA Seamaster Diver 300M | © LWQP
นิทรรศการ 25 Years of OMEGA Seamaster Diver 300M | © LWQP

นอกจากจะจัดแสดงนาฬิกา Omega Seamaster Diver 300M รุ่นใหม่ทั้ง 14 เรือนแล้ว ยังคงมีการจัดแสดงนาฬิกา Seamaster ที่เป็นรุ่นประวัติศาสตร์ พร้อมกับข้อมูลอย่างละเอียดแต่ละเรือนให้นักสะสมและผู้สนใจทุกคนศึกษาได้อย่างเต็มที่

นิทรรศการ 25 Years of OMEGA Seamaster Diver 300M | © LWQP
นิทรรศการ 25 Years of OMEGA Seamaster Diver 300M | © LWQP

และที่เป็นไฮไลต์ของงานนี้ คือห้อง infinity room ที่ทาง Omega แบบเดียวกับที่งาน Baselwolrd 2018 ซึ่งเป็นการฉายแสงสีหลากหลายรูปแบบภายในห้องที่เป็นกระจกทุกด้าน ถ้าหากใครผ่านมา ทาง LWQP แนะนำว่าให้ลองเข้าไปชมห้อง infinity room กันครับ

ทางเข้าห้อง infinity room | © LWQP

และเรื่องราวทั้งหมดนี้ ทาง LWQP อยากให้ผู้อ่านของเราเห็นภาพทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ และภาพรวมของ Omega Seamaster Diver 300M รุ่นใหม่ทั้งหมด และถ้าหากใครได้มาชมนิทรรศการ 25 Years of OMEGA Seamaster Diver 300M แล้ว ถือว่าได้สัมผัส Omega Seamaster Diver 300M อย่างครบถ้วนครับ

คุณป๊อก, คุณไปป์ และคุณน้อย ในงาน นิทรรศการ 25 Years of OMEGA Seamaster Diver 300M | © LWQP

 
สมัครรับข่าวสารส่งตรงถึงมือคุณ กับ LINE@ ของ LWQP คลิกที่นี่ >>@LWQP<<

เกี่ยวกับ Panitan Sitiraboot

Panitan Sitiraboot
เป็นผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการตลาดหุ้นมาเป็นระยะเวลายาวนาน และได้ใช้เทคนิคการเก็งกำไรกับการสะสมนาฬิกาเชิงคุณค่า เกมจึงเป็นนักเขียนที่มีความสามารถที่จะเล่าเรื่องราวของการสะสมนาฬิกาในมุมมองที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อผู้เริ่มต้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *