รีวิว – TUDOR Black Bay GMT

ถ้าผู้อ่านท่านใด ได้ติดตามบทความของผมบนนิตยสาร QP (Thailand) จะทราบว่า เล่มที่ 123 เป็นเล่มที่ผมได้เขียนแนะนำนาฬิกา TUDOR Black Bay GMT โดยผมได้วิเคราะห์ไว้อย่างย่อว่าเหตุผลใดนาฬิกาเรือนนี้ควรจะเป็นเรือนที่ฮิตในอนาคต เมื่อนิตยสารได้วางแผง ผู้อ่านหลายคนคงจะเห็นพ้องต้องกันว่า “น่าสนใจ” ทำให้คิวจองนั้นยาวมากขึ้นเรื่อย ๆ และในบทความนี้ ผมจะมาเขียนอธิบายเพิ่มเติม รวมถึงแจกแจงรายละเอียดที่เป็นแนวทางในการสะสมให้ผู้อ่านทุกท่านครับ

#ลายแทงนักสะสม QP Thailand (Issue 123)

ในบทความนี้ ผมอยากจะวิเคราะห์นาฬิกาเรือนนี้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นมุมมองทั้งหมดที่ผมต้องการจะถ่ายทอด รวมถึงเป็นบทความข้อมูลช่วยเหลือการตัดสินใจในการสะสม ซึ่งผมจะต้องขอแตกออกมาเป็นสองประเด็นหลัก คือ 1. สภาวะตลาดนาฬิกาในปัจจุบัน และ 2. กลยุทธ์ทางการตลาดของ TUDOR

TUDOR Black Bay GMT | © LWQP

ถ้าหากเราย้อนกลับไปเมื่อสามสี่ปีที่แล้ว TUDOR คงเป็นเพียงแบรนด์ที่อยู่ภายใต้เงาของแบรนด์พี่ Rolex ซึ่ง ณ เวลานั้น นาฬิกา Rolex เอง แม้จะเป็นแบรนด์ยอดนิยมที่มีการขยับราคาอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเกิดปรากฎการณ์ Daytona Ceramic ที่ทำให้ราคานอกตลาดกระโดดไปประมาณ 70% ของราคาตั้ง รวมถึงความนิยมที่ทำให้ GMT Master II สาย Jubilee รุ่นใหม่ ปี 2018 หายากจนราคาทะลุขึ้นไปเกือบหนึ่งเท่าตัว เป็นเนื่องจากความนิยมที่มหาศาล ทำให้มีการผลักดันช่วงราคาของกลุ่มนาฬิกาสปอร์ตยอดนิยมให้พ้นสองแสนบาทขึ้นไป เป็นสัญญาณที่บอกว่า “พี่ใหญ่ได้เปลี่ยนไปเล่นสนามที่ใหญ่ขึ้น” จึงทำให้ผมมองว่านาฬิกาในช่วงราคา 100,000 ถึง 200,000 บาท เป็นช่องว่างที่ทำให้ TUDOR เติบโตได้

David Beckam #BORNTOBEDARE | © TUDOR
Tudor x Lady Gaga | © Tudor Watches
New Zealand All Blacks | © TUDOR

สำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดของ TUDOR ที่สามารถทำได้อย่างดุดันในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา นอกจากจะเพิ่มแบรนด์แอมบาสเดอร์เข้าไปอย่าง David Beckham, Lady Gaga, New Zealand All Blacks และ Jay Chou ทำให้เราเห็นการเข้าหาตลาดคนรุ่นใหม่ที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งผลลัพท์นั้นเกินคาด ตอนนี้คนรุ่นใหม่ ๆ สามารถละภาพ “แบรนด์รอง” ของ TUDOR อย่างหมดจด

TUDOR Black Bay GMT | © LWQP

TUDOR Black Bay GMT ถือว่าเป็นความสำเร็จของ TUDOR ในปี 2018 ก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นนาฬิกาที่ตอนนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ถ้าหากเดินเข้าไปถามตัวแทนจำหน่ายตอนนี้ คงจะต้องรอคิวยาวเหยียดแน่นอน ผมเชื่อว่า TUDOR ได้ศึกษาความต้องการของตลาดมาเป็นอย่างดี โดยเน้นสไตล์ออกไปในรูปแบบของนาฬิกาวินเทจที่สวยงาม

TUDOR Black Bay GMT | © LWQP
TUDOR Black Bay GMT | © LWQP

ในเรื่องของรายละเอียดของนาฬิกา ผมยอมรับว่า TUDOR ทำงานออกมาได้ดีมาก ๆ สังเกตได้จากความเรียบร้อยในการเก็บงาน น้ำหนักของนาฬิกา และสายนาฬิกา ทางแบรนด์สามารถทำออกมาได้คุณภาพสูงเกินราคาจริง ๆ ผมยังไม่เห็นนาฬิกาต่ำกว่าสองแสนเรือนไหน ที่ให้ความรู้สึกว่า “แน่น” ได้เทียบเท่าเลย

TUDOR Black Bay GMT | © LWQP

ตัวเรือนของ TUDOR Black Bay GMT นั้นทำจากสเตนเลสสตีล 316L มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มิลลิเมตร ขอบ GMT นั้นเป็นสเตนเลสสตีลเช่นกัน แต่ตรงส่วนที่เป็นสองสีจะเป็นอลูมิเนียมที่ชุบสีด้วยกระบวนการอโนไดซ์ ซึ่งเป็นการชุบสีด้วยกรรมวิธีทางไฟฟ้าเคมีเพื่อสร้างชั้นออกไซด์ที่สามารถทำให้ผิวของอลูมิเนียมชุบสีได้ ซึ่งเป็นคนละกระบวนการกับขอบเซรามิกของ Rolex GMT Master II ซึ่งเราจะเห็นเส้นผ่าระหว่างสีแดงและสีน้ำเงินได้ชัดเจน

 
TUDOR Black Bay GMT | © LWQP

ในส่วนของกลไก Black Bay GMT ใช้กลไก in-house รุ่น MT5652 ซึ่งเป็นกลไกขึ้นลานอัตโนมัติที่เพิ่มฟังก์ชันในส่วนของเข็ม GMT ที่หมุน 1 รอบใน 24 ชั่วโมง เพื่ออิงกับหลักชั่วโมงบนขอบเบเซิล กลไกรุ่นนี้สามารถสำรองพลังงานลานได้ 70 ชั่วโมง และให้ความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์ และความสามารถในการกันน้ำที่ 200 เมตร

 
TUDOR Black Bay GMT | © LWQP

สำหรับราคาอย่างเป็นทางการของ TUDOR Black Bay GMT จะอยู่ที่ 138,000 บาท โดยตอนนี้เรือนสายเหล็กจะเป็นรุ่นที่นิยมสูงสุด จะเห็นได้จากซื้อขายต่อ ที่กระโดดขึ้นจากราคาจากร้าน ทำให้เรือนนี้เป็นหนึ่งในนาฬิกาที่มีคุณค่าในเชิงสะสมและลงทุน เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับใครที่สนใจนาฬิกาข้อมือในช่วงราคาต่ำกว่า 200,000 บาท ในปี 2018 ครับ

 
สมัครรับข่าวสารส่งตรงถึงมือคุณ กับ LINE@ ของ LWQP คลิกที่นี่ >>@LWQP<<

เกี่ยวกับ Ukrit Vanagosoom

Ukrit Vanagosoom
ผู้ก่อตั้งบล็อกนาฬิกาแห่งนี้ เป็นวิศวกรที่ชื่นชอบและหลงไหลในเรื่องนาฬิกาเป็นชีวิตจิตใจ ด้วยประสบการณ์ที่ยุโรปกว่าสิบปี งานเขียนของเขานั้นเจาะลึกในเรื่องราวและเทคนิคอย่างแท้จริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *