เจาะลึก – เส้นทางการผลิตนาฬิกา Grand Seiko

ผมนั้นได้ศึกษาและเขียนเกี่ยวกับ Grand Seiko อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และส่วนตัวมีความชื่นชอบในความละเอียดและใส่ใจในการออกแบบและผลิตกลไกทุกขั้นตอน รวมถึงความน่าทึ่งของกลไกลูกผสมแบบ Spring Drive ที่สามารถควบคุมให้กลไกแบบจักรกล สามารถให้ความเที่ยงตรงได้แม่นยำเพียง ±1 วินาทีต่อวัน จึงไม่น่าแปลกใจที่ Grand Seiko นั้นจะเป็นที่ชื่นชอบในหมู่นักสะสมนาฬิกา และได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดคุณภาพจากญี่ปุ่นสามารถผลักดันให้เทียบเท่าคุณภาพของนาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ได้

ผมได้รับโอกาสจากทาง Seiko Thailand ให้เป็นตัวแทนของสื่อมวลชนจากประเทศไทย เข้าร่วมทริปสุดพิเศษเพื่อเข้าไปเยเยี่ยมชมโรงงานสองแห่ง คือ Shizuku-Ishi Watch Studio และ Shinshu Watch Studio เพื่อศึกษาเส้นทางและวิธีการผลิตทุกขั้นตอนของนาฬิกา Grand Seiko ซึ่งทาง Seiko Watch Corporation มีการจัดทริปสำหรับสื่อมวลชนเพียงปีละสองครั้งเท่านั้น

Seiko Museum

ก่อนที่จะไปเยี่ยมชมโรงงานทั้งสองแห่ง ทางผู้จัดงานได้พาผมไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ของ Seiko ซึ่งเป็นศูนย์รวมข้อมูลของแบรนด์ Seiko ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน โดยพิพิธภัณฑ์จะเปิดให้เข้าชมได้ระหว่างเวลา 09:00 ถึง 17:30 แต่สำหรับการเยี่ยมชมครั้งนี้ ทาง Seiko ได้ปิดพิพิธภัณฑ์ สำหรับต้อนรับสื่อมวลชนเท่านั้น ผมจึงได้มีโอกาสใช้เวลาศึกษาประวัติศาสตร์ที่มีจุดเริ่มต้นจากปี ค.ศ. 1881 จากวิสัยทัศน์ของชายที่มีชื่อว่า Kintaro Hattori โดยเริ่มต้นจากการตั้งบริษัท K. Hattori & Co. เพื่อนำเข้า และซ่อมแซมนาฬิกา และเติบโตจน Seiko และ Grand Seiko ถือว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก ที่ครั้งหนึ่งได้สร้างนวัตกรรมนาฬิกาแบบควอตซ์ และทำให้อุตสาหกรรมนาฬิกาของโลกต้องสั่นคลอน

นอกจากเรื่องประวัติศาสตร์แล้ว ผมยังได้เรียนรู้เส้นทางของการผลิตนาฬิกาข้อมือแบบควอตซ์ ที่ปัจจุบันอาจจะดูว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าหากลองมองย้อนกลับไปก่อนปี 1960 การที่นาฬิกาข้อมือจะมาใช้ระบบควอตซ์นั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะนาฬิกาควอตซ์ที่เที่ยงตรงในช่วงเวลานั้น มีขนาดไม่ต่างจากตู้เสื้อผ้าเลย แต่ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ Seiko ทำให้ค้นพบว่า การที่เปลี่ยนมาใช้ส้อมควอตซ์ สามารถลดขนาดของแผงวงจรจากขนาดตู้เสื้อผ้า สู่นาฬิกาตั้งโต๊ะที่มีขนาด 20 เซนติเมตร ในปี 1963 และท้ายสุด ในปี 1969 นาฬิกา Quartz Astron ได้เปิดตัว ที่มีขนาดเพียง 3 เซนติเมตร ถ้าเทียบกับจุดเริ่มต้น ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ย่อขนาดได้มากถึง 300,000 เท่าตัว

Shizuku-Ishi Watch Studio

หลังจากเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ในวันแรก ผมได้เดินทางต่อเพื่อเข้าไปเยี่ยมชมโรงงาน Shizuku-Ishi Watch Studio ที่จะเป็นศูนย์รวมการผลิตกลไกของ Grand Seiko ซึ่งจะแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ๆ ด้วยกัน คือ การผลิตชิ้นส่วนด้วยเครื่องจักร และการประกอบกลไกด้วยมือ

โดยเราเริ่มจากการไปชมการผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ ด้วยเครื่องจักร ซึ่งผมประทับใจกับการทำงานแบบญี่ปุ่น ที่มีการวางแผนไว้อย่างครอบคลุม เครื่องจักรต่าง ๆ แม้จะมีอายุยาวนาน แต่ยังคงสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยจะมีเพียงเครื่องมือของญี่ปุ่นเท่านั้น และบางเครื่องจักรที่เราไม่สามามารถถ่ายรูปออกมาได้ เป็นเครื่องจักรพิเศษที่ผลิตขึ้นสำหรับงานเฉพาะด้านเท่านั้น บรรยากาศการทำงานนั้น เป็นไปอย่างเงียบสงบ ทุก ๆ สถานี ถ้าไม่มีจอคอมพิวเตอร์ควบคุมการทำงาน ก็จะต้องมีสัญลักษณ์กำกับว่าเครื่องจักรดังกล่าวอยู่ในสถานะอะไร

ต่อมาในส่วนของการประกอบกลไก จะเป็นห้องที่จะต้องมีการควบคุมฝุ่นเป็นอย่างดี ก่อนที่เราจะเดินเข้าห้องประกอบได้ เราจะต้องใส่เสื้อและหมวกคลุมกันฝุ่น และจะต้องมีการเป่าลมเพื่อไล่เศษฝุ่นออกจากร่างกาย ก่อนที่เราจะสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ เมื่อเข้าไปแล้ว เราจะเห็นช่างนาฬิกานั่งทำงานในแต่ละสถานี เพื่อประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้เป็นกลไกที่สมบูรณ์

และที่น่าสนใจที่สุดคือการปรับตั้งความสมดุลของแฮร์สปริง ยังคงใช้มือทำอยู่ โดยช่างจะนำชุดสายจักรกรอกเข้ามาส่องด้วยกล้องจุลทรรศ์ และตรวจสอบการหมุนของจักรกรอกอย่างประณีต และค่อย ๆ ใช้เครื่องมือพิเศษ ดัดแฮร์สปริงที่ละส่วน เพื่อให้การหมุนจักรกรอกและสายใยนั้นเสมอกัน

นอกจากนั้นยังมีการตรวจสอบความเที่ยงตรงของกลไกทุก ๆ สถานี เพื่อให้การผลิตนั้นมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยเหตุนี้ คุณภาพกลไกของ Grand Seiko จึงเป็นกลไกที่มีคุณภาพสูง และได้รับความไว้วางใจในเรื่องความเที่ยงตรงและทนทาน

Shinshu Watch Studio

ต่อจาก Shizuku-Ishi Watch Studio เราได้เดินทางต่อมาที่ Shinshu Watch Studio ที่เป็นศูนย์กลางการผลิตกลไก Spring Drive ของ Grand Seiko รวมถึงเป็นบ้านของ Micro Artist Studio ที่เป็นศูนย์การพัฒนากลไกที่ซับซ้อนของ Credor แบรนด์สูงสุดของ Seiko ที่นำเสนอความสวยงามแบบญี่ปุ่นภายใต้นาฬิกาจักรกลที่ซับซ้อน

ผมได้เข้าไปชมการผลิตกลไก quartz และ spring drive ที่มีการผลิตที่ซับซ้อน เพราะว่าจะเป็นการผสมผสานระหว่างจักรกลและระบบไฟฟ้า ซึ่ง Spring Drive นั้นเป็นนวัตกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีความซับซ้อนในเชิงเทคนิค เพราะเป็นการควบคุมจังหวะของชุดจักรด้วยระบบสนามแม่เหล็กแบบ tri-synchro regulator โดยมีความคลาดเคลื่อนเพียง ±1 วินาทีต่อวัน

ในส่วนของระบบ quartz ของ Grand Seiko เอง ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยจะใช้แร่ควอตซ์สังเคราะห์ที่ทาง Seiko ผลิตเอง ซึ่งมีคุณภาพสูงมาก เมื่อเทียบกับแร่ควอตซ์ตามธรรมชาติ เพราะจะให้สัญญาณนาฬิกาที่มีความเสถียรสูงมาก ๆ และด้วยระบบ twin pulse control ที่อยู่ในกลไก 9F ของ Grand Seiko เป็นการลดการเดินของเข็มวินาที ให้เดินสองครั้งสำหรับหนึ่งวินาที เพื่อลดระยะเชิงมุมของชุดเข็ม และเพิ่มแรงบิดของมอเตอร์ให้เพียงพอกับการที่จะขับชุดเข็มที่มีความใหญ่เทียบเท่ากับกลไกแบบจักรกล ถ้าหากเรามองด้วยตาเปล่า เราจะไม่สามารถเห็นเข็มที่สองจังหว่ะในหนึ่งวินาที แต่ถ้าหากเราถ่ายวิดีโอด้วยกล้องความเร็วสูง เราจะเห็นการขยับสองจังหว่ะของเข็มวินาทีอย่างชัดเจน

ต่อมาเป็นไลน์ประกอบของกลไก Spring Drive ที่แม้จะเป็นกลไกลูกผสมระหว่างจักรกลและโมดูลไฟฟ้า แต่รายละเอียดความประณีตในการประกอบ ยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานของ Grand Seiko ที่ช่างจะบรรจงหยิบชิ้นส่วนทีละชิ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียด และค่อย ๆ ประกอบลงไปตามลำดับขั้น

นอกจากกลไกแล้ว ภายในโรงงาน Shinshu Watch Studio ยังผลิตตัวเรือนและหน้าปัดของนาฬิกาอีกด้วย โดยผมได้เริ่มเยี่ยมชมจากขั้นตอนการผลิตตัวเรือน ซึ่งจะแบ่งเป็นสองไลน์การผลิตหลัก คือ 1. ตัวเรือนสเตนเลสสตีล 2. ตัวเรือนทอง ที่ต้องแยกออกเป็นสองไลน์การผลิต เนื่องจากความแข็งของวัสดุทั้งสองมีความแตกต่างกันมาก สำหรับตัวเรือนสเตนเลสสตีล จะใช้เครื่อง Milling CNC 5 แกน ในการขึ้นรูป และตัวเรือนทองจะเป็นกระบวนการ progressive forming ที่จะค่อย ๆ ปั๊มทีละสเต็ปขึ้นไปจนได้ฟอร์มที่ต้องการ

ข้อดีของการใช้เครื่อง CNC ในการขึ้นรูปตัวเรือนจากก้อนสเตนเลสนั้น ทำให้ตัวเรือนมีความแม่นยำสูง รวมถึงสามารถดีไซน์และออกแบบเหลี่ยมมุมให้มีความแตกต่างจากสินค้ากลุ่ม mass production ที่จะต้องใช้กระบวนการอื่นในการขึ้นรูปตัวเรือน จึงมีข้อจำกัดในเรื่องของรูปแบบตัวเรือน อาจจะเป็นรายละเอียดที่เล็กน้อย แต่สำหรับผม ถือว่าเป็นเรื่องน่าประทับใจ

หลังจากนั้น ผมได้เข้าไปดูกรรมวิธีการผลิตหน้าปัด ที่น่าสนใจที่สุดคือหน้าปัดแบบ snowflake ที่อยู่บนหน้าปัด Grand Seiko Spring Drive Snowflake (Ref. SBGA211) ที่หน้าปัดจะมีลวดลายเช่นเดียวกับหิมะที่โดนแรงลม ทำให้เกิดลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งในการผลิตหน้าปัดแบบนี้ จะต้องใช้กรรมวิธีถึง 9 ขั้นตอน ตั้งแต่การตัดแผ่นทองเหลืองให้ได้ขนาดตามต้องการ และดัดให้เรียบ เจาะรู เคลือบสีรองพื้น ปั๊มลวดลายและเจาะรู จนถึงการประทับตัวหนังสือและใส่หลักชั่วโมง สำหรับหน้าปัดที่มีลวดลายแบบ sun-ray dial จะต้องใช้กรรมวิธีทั้งหมดถึง 11 ขั้นตอน โดยจะเพิ่มในส่วนของการขัดเงา และขัดลวดลายเพิ่มเติมขึ้นมา

ในส่วนสุดท้ายที่ผมเข้าไปเยี่ยมชมคือ ในส่วนของ Micro Artist Studio ที่เราได้พูดคุยกับนักออกแบบที่สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกต่าง ๆ ภายใต้แบรนด์ CREDOR ที่เป็นการนำเทคโนโลยีขั้นสูงทุกอย่างของ Seiko และ Grand Seiko มาออกแบบร่วมกับงานศิลปะที่สื่อถึงวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นงานเคลือบ หรืองานแกะสลักลวดลายญี่ปุ่น แม้ Micro Artist Studio จะมีขนาดเล็ก และมีคนทำงานไม่ถึง 10 คน แต่ว่าแต่ละคนนั้น มีฝีมือระดับอาจารย์ และมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างผลงานที่ผมประทับใจ และต้องยกให้เป็น “ที่สุดแห่งญี่ปุ่น”

จากการสัมผัสและได้ชมด้วยตนเอง ต้องยอมรับในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ Seiko และ Grand Seiko เป็นเรื่องน่าประทับใจที่ทุก ๆ คนในองค์กรของ Seiko Watch Corporation มองอนาคตของแบรนด์ไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้จุดเริ่มต้นของ Kintaro Hattori ในปี 1881 เติบโตจนมาเป็นอาณาจักรนาฬิกาที่ยิ่งใหญ่ และเป็นที่ยอมรับระดับโลก ส่วนตัวผม ในฐานะที่เป็นคนชอบนาฬิกา ต้องบอกว่า Grand Seiko เป็นหนึ่งในนาฬิกาที่นักสะสมนาฬิกา ควรจะต้องให้ความสนใจ

หลังจากเยี่ยมชมโรงงาน ผมได้รับเชิญจาก Mr. Shinji Hattori ผู้บริหารใหญ่และทายาทรุ่นที่สี่ของ Seiko ไปรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน และที่ประทับใจมาก คือ Mr. Shinji Hattori นั้นได้อวยพรวันเกิดให้กับผมเป็นการส่วนตัว โดย Mr. Shinji Hattori ได้แสดงการเล่นอูคูเลเล่ Happy Birthday to you รวมถึงเซ็นใบรับประกันนาฬิกา Seiko ของผมให้เป็นของขวัญวันเกิดอีกด้วย ถือว่าเป็นเรื่องราวที่ประทับใจมาก ๆ ครับ

ถ่ายคู่กับ Mr. Shinji Hattori

 
สมัครรับข่าวสารส่งตรงถึงมือคุณ กับ LINE@ ของ LWQP คลิกที่นี่ >>@LWQP<<

เกี่ยวกับ Ukrit Vanagosoom

Ukrit Vanagosoom
ผู้ก่อตั้งบล็อกนาฬิกาแห่งนี้ เป็นวิศวกรที่ชื่นชอบและหลงไหลในเรื่องนาฬิกาเป็นชีวิตจิตใจ ด้วยประสบการณ์ที่ยุโรปกว่าสิบปี งานเขียนของเขานั้นเจาะลึกในเรื่องราวและเทคนิคอย่างแท้จริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *