วิเคราะห์ – ภาวะอุตสาหกรรมนาฬิกา 2018

ในทุก ๆ อุตสาหกรรมนั้น มีทั้งขาขึ้นและขาลง เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมนาฬิกา ที่ปัจจุบันหลาย ๆ คนได้คอนเฟิร์มความเป็น “ขาลง” เนื่องจากยอดส่งออกของนาฬิกาสวิสที่ได้ผ่านเลยจุดสูงสุดมาเป็นที่เรียบร้อย จึงทำให้ตัวผมเอง ในฐานะที่ทำธุรกิจมานาน ได้เข้ามาศึกษาความเป็นไปของวงการนาฬิกาเพิ่มขึ้นในระยะเวลาที่ผ่านมา

"Swiss Flag" by Khairul Abdullah / CC BY 2.0

ในปี 2018 ในตลาดบ้านเรา อาจจะไม่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะว่าความสนใจของตลาดบ้านเราจะมองในสินค้ากลุ่มนาฬิกาซื้อแล้วกำไรเป็นหลัก หลาย ๆ คนก็จะเน้นสะสมนาฬิกาที่มีความ “ซื้อง่าย ขายคล่อง”

แต่ถ้าหากเรามองให้กว้างขึ้นออกไปถึงภาพรวมของสภาวะตลาดที่เป็นจริงของนาฬิกา เราจะเห็นว่าในปี 2018 หลาย ๆ แบรนด์ระดับสูง ได้มีการเปิดตัวนาฬิกากลุ่มที่เป็น entry-level มากขึ้น อย่าง Vacheron Constantin ที่เปิดตัวรุ่น Fiftysix หรือการเปิดตัวแบรนด์ Baume ที่เป็น Affordable luxury ของ Richemont รวมถึงมีนาฬิกาของสุภาพสตรีที่ขยายคอลเล็กชันออกไปอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น Patek Philippe Twenty~4 หรือ A. Lange & Söhne Little Lange ที่มีหลากสีสันมากขึ้น

จากการรายงานของ Federation of the Swiss Watch Industry FH เราได้เห็นตัวเลขการเติบโตของการส่งออกนาฬิกาสวิสสู่ตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นจากปี 2017 ถึง 6.3% เป็นมูลค่ารวม 21.2 พันล้านสวิสฟรังก์ หรือประมาณหกแสนเจ็ดหมื่นล้านบาท ตลาดใหญ่สุดยังคงเป็นของฮ่องกง ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกา และจีน ตามลำดับ โดยเฉพาะตลาดฮ่องกงมีการขยับตัวขึ้นสูงมาก ซึ่งสะท้อนความคึกคักที่เพิ่มขึ้นของความต้องการนาฬิกาในตลาด

ตัวเลขที่เพิ่มขึ้น คงมองได้ว่าสภาวะตลาดนาฬิกา “ดีขึ้น” แต่ยังไม่ได้พร้อมที่จะพลิกกลับมาแนวบวกได้อีกครั้ง ปัจจัยจากการวิเคราะห์ของผม นั้นมองว่าสามารถแบ่งออกเป็นสองปัจจัยหลัก ดังนี้

  1. การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า ที่อิงกับอัตราเงินเฟ้อ

    ถ้าเรากลับไปมองในอดีตที่ผ่านมา ในช่วงที่ Rolex Milgauss และ GMT Master II เข็มเขียวเปิดตัวใหม่ ๆ ราคาในสมัยนั้นยังคงอยู่ในหลักแสนกลาง ๆ ซึ่งเรือน Submariner Date (Green) หรือ The Hulk นั้นยังราคาอยู่ประมาณสองแสนต้น ๆ แต่กลับมาดูราคาในปัจจุบันนั้น Rolex Milgauss ราคา 291,000 บาท GMT Master II เข็มเขียว 298,400 บาท และ Submariner Date (Green) 320,900 บาท (ราคาอ้างอิงจาก www.rolex.com) ยังไม่รวมถึงราคาในตลาดที่พ่อค้าเทรดกันอีก

    ผมได้ยกตัวอย่างจาก Rolex เพราะเป็นแบรนด์ที่เห็นภาพได้ง่าย แต่ถ้าเรามองแบรนด์อื่นที่เป็นแบรนด์หลักในตลาด เราจะเห็นว่าต่างก็มีการปรับราคาขึ้นตามอัตราเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่อง ดังนั้นทำให้ผมมองตัวเลข 6.3% ไม่ได้หมายถึงการปรับตัวมาเป็นขาขึ้นของอุตสาหกรรมนาฬิกา ยังไม่รวมถึงข่าวที่ออกมาว่า Patek Philippe จะขายกิจการ ซึ่งทำให้นักวิเคราะห์หลาย ๆ คนรวมถึงตัวผมเอง มองเห็นถึงปัจจัยการขายธุรกิจในครั้งนี้ เพราะ Stern คิดว่าได้บริหาร Patek Philippe ถึงจุดสูงสุดแล้ว

  2. มาตรการรณรงค์ในสิทธิสตรี เพื่อให้เท่าเทียมกันกับเพศชาย

    ซึ่งต้องยอมรับว่า โลกของนาฬิกานั้น 90% เป็นโลกของผู้ชาย ไม่ต้องมองที่ไหนไกล แม้แต่สถิติผู้อ่านของ LWQP ตั้งแต่เริ่มต้นเอง ก็มีสัดส่วนผู้ชายอยู่ 95% โดยมาตรการดังกล่าว ทำให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายวงการ ที่สุภาพสตรีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการผลักดันองค์กร ซึ่งในตลาดเครื่องประดับและนาฬิกาเอง ก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ที่เห็นได้ชัดคือการที่ Piaget ได้ยกตำแหน่ง CEO ให้กับ Chabi Nouri ซึ่งปัจจุบันเป็น CEO หญิงที่โดดเด่นในวงการนาฬิกา

    Chabi Nouri, Piaget CEO

    เมื่อเรากลับมามองคอลเล็กชัน (ดังที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น) ว่าหลากหลายแบรนด์ ได้เพิ่มคอลเล็กชันนาฬิกาของผู้หญิงให้หลากหลายมากขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ หน้ามุก หลักเพชร แต่หลาย ๆ แบรนด์ยังมีถึงกลุ่ม high complication อีกด้วย ดังนั้น กลุ่มลูกค้าสุภาพสตรีที่มีทางเลือกเพิ่มขึ้น ก็เลือกที่จะเข้ามาเลือกซื้อสินค้านาฬิกามากขึ้น เป็นหนึ่งปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการส่งออกของนาฬิกาสวิสในปีที่ผ่านมา 

โดยสรุปแล้ว แม้ว่าตลาดปัจจุบันจะมีสภาวะ “ซึม” ตามสภาพเศรษฐกิจ และปัจจัยระยะสั้นที่ทำให้ผู้คนกลับมากังวลไม่กล้าจับจ่าย ที่มีให้เห็นชัด ๆ น่าจะเป็นเรื่อง Brexit ซึ่งผมมองว่าถ้านโยบายทุกอย่างชัดเจน รวมถึงปัจจัยสนับสนุนทั้งสองที่ผมกล่าวมา ตลาดนาฬิกาก็พร้อมที่จะกลับมาคึกคักได้ในระยะเวลาอันสั้น ช่วงนี้ผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ต้องอย่าหยุดนิ่ง พยายามพัฒนาปรับปรุงดีไซน์ หรือกลไก ให้ตอบโจทย์ของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้ตรงที่สุด มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดีไม่ดีเราอาจจะเห็นการกลับตัวของตลาดที่แท้จริงในช่วงไตรมาสที่สามของปี 2019 ก็เป็นได้

 
สมัครรับข่าวสารส่งตรงถึงมือคุณ กับ LINE@ ของ LWQP คลิกที่นี่ >>@LWQP<<

เกี่ยวกับ Uthen Pattananiphol

Uthen Pattananiphol
นอกจากอาชีพหลักที่ทำธุรกิจส่วนตัว ผมยังชื่นชอบที่จะศึกษาเรื่องราว และสะสมนาฬิกาโดยค้นหาเรือนที่ชอบจากเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ ทำให้เกิดประสบการณ์ร่วมในแง่มุมใหม่ๆ ที่ทำให้การสะสมนาฬิกานั้นมิได้มีมุมมองในแง่ของการลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีคุณค่าทางความสุนทรีย์และความรื่นรมย์ในบริบทตัวตนของแต่ละเรือนอย่างจับต้องได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *