เปิดตัว – Longines HydroConquest รุ่นใหม่ 2019

เป็นเรื่องน่าสนใจมากเมื่อทราบว่า Swatch Group ประกาศไม่เข้าร่วมงานแสดงเรือนเวลาและเครื่องประดับระดับโลก Baselworld ประจำปี 2019 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 26 มีนาคมในเมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทำให้แบรนด์ชั้นนำในเครือที่รวมถึง Longines จะไม่ปรากฏในงานระดับโลกดังกล่าวและเริ่มเปิดตัวผลงานใหม่ตามแต่ละภูมิภาคทั่วโลกโดยตรง ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่ Swatch Group ให้ความสำคัญและคอยจัดกิจกรรมกับงานประชาสัมพันธ์ครั้งใหญ่อยู่บ่อยครั้ง

ดังนั้น Swatch Group Trading (Thailand) Ltd. ซึ่งเป็นทั้งผู้นำเข้า จัดจำหน่าย และเป็นตัวแทนแบรนด์ในเครืออย่างเป็นทางการของ Swatch Group จัดงานเปิดตัวนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำรุ่นใหม่ล่าสุด HydroConquest ที่รังสรรค์โดย Longines อีกหนึ่งแบรนด์สวิสชั้นนำเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ The Cube at The River ซึ่งนอกจากมีแขกผู้มีเกียรติ เหล่าคนดัง และ Friend of Longines ประเทศไทยคนล่าสุดอย่าง มาริโอ เมาเร่อ มาร่วมงานแล้ว ยังมีคุณทิพาณัท เลณบุรี กรรมการผู้จัดการ Swatch Group Trading (Thailand) Ltd. และคุณปราลี เพชรโรจน์ Vice President Longines Thailand มาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นอีกด้วย สะท้อนถึงการให้ความสำคัญต่อตลาดนาฬิกาประเทศไทยของทาง Swatch Group ได้อย่างชัดเจนและเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการเดินสายเปิดตัวผลงานคอลเลกชั่นล่าสุดในหลายภูมิภาคของแบรนด์ในเครือ

ประวัติศาตร์ที่ควรรู้

ก่อนจะเข้าถึงเรื่องคอลเลกชั่น HydroConquest นั้น ถ้ากล่าวถึง Longines แบรนด์สวิสชั้นนำที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานแล้ว หลายท่านอาจเห็นภาพลักษณ์นาฬิกาเรียบหรูคลาสสิกของแบรนด์เสียส่วนใหญ่มากกว่านาฬิกาสปอร์ตหรือนาฬิกาเฉพาะทางเพราะแนวทางการตลาดและแคมเปญของแบรนด์ในทุกวันนี้สะท้อนถึงความคลาสสิกในดีไซน์ที่แบรนด์สร้างสรรค์มานับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดมากที่สุดก็คือนาฬิกาเรียบหรูตัวเรือนทองคำทรง Tonneau จากปี 1931 ที่อยู่บนข้อมือของนักฟิสิกส์ชื่อดัง Mr. Albert Einstein ซึ่งบ่งบอกถึงดีไซน์เรียบหรูคลาสสิกสไตล์นวศิลป์ที่แบรนด์นำใช้กับเรือนเวลาหลายรุ่นของตน

ทว่าในอดีต Longines ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นแบรนด์นาฬิกาเรียบหรูเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ผลิตพัฒนากลไกเครื่องฐานและสร้างสรรค์นาฬิกาสปอร์ตและนาฬิกาเฉพาะทางสำหรับการใช้งานเฉพาะด้านระดับมืออาชีพอีกด้วย ซึ่งในปี 1913 แบรนด์พัฒนากลไกโครโนกราฟไขลานแบบ Mono-Pusher คาลิเบอร์ 13.33Z สำหรับนาฬิกาโครโนกราฟข้อมือที่มีคุณภาพสูง ต่อมาไม่นานนักแบรนด์ยังพัฒนากลไกโครโนกราฟไขลาน คาลิเบอร์ 13ZN และ 30CH ในปี 1936 และปี 1947 ตามลำดับ ซึ่งกลไกโครโนกราฟดังกล่าวบางรุ่นมาพร้อมด้วยชุดกลไกเสริมฟลายแบ็คสำหรับนาฬิกาโครโนกราฟนักบินและบางรุ่นก็ติดตั้งในนาฬิกาโครโนกราฟปกติสำหรับการใช้งานจับเวลาการแข่งขันทั่วไป

ที่สำคัญแบรนด์ผลิตนาฬิกามุมชั่วโมงหรือ Hour Angle Watch รุ่นสั่งทำพิเศษตามข้อกำหนดและดีไซน์ที่ออกแบบโดย Mr. Charles Lindbergh ด้วยตัวเขาเองเพื่อนำไปใช้เป็นนาฬิกานำร่องระหว่างการบินระยะทางไกล โดยนักบินชาวอเมริกาที่มีชื่อเสียงท่านนี้สร้างประวัติศาสตร์วงการอากาศยานโดยบินเดี่ยวอย่างไม่หยุดพักเพื่อข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกจากกรุงนิวยอร์กสู่กรุงปารีสเมื่อวันที่ 20-21 พฤษภาคม 1927 สะท้อนว่า Longines เองก็สร้างสรรค์นาฬิกาเฉพาะทางหลากหลายรุ่นไม่แพ้กับการเป็นผู้ผลิตนาฬิกาเรียบหรูเลยแม้แต่น้อย

Mr. Charles Lindbergh

ต่อมายุคหลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นช่วงเวลากระแสนิยมกิจกรรมการดำน้ำ ทำให้แบรนด์สวิสหลายค่ายรวมถึง Longines ออกแบบรังสรรค์นาฬิกาสปอร์ตดำน้ำเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในเวลาขณะนั้น ตัวอย่างเช่น Longines Super Compressor จากยุคปี 1950 หรือ Longines Skin Diver Nautilus จากยุคปี 1960 ที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับนักดำน้ำทั้งระดับมือสมัครเล่นและมืออาชีพ เป็นเรื่องน่าสนใจว่าในปี 1954 แบรนด์เปิดตัวคอลเลกชั่นนาฬิกาเรียบหรู Conquest ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำเลยทั้งในแง่ดีไซน์และการใช้งาน แต่ทุกวันนี้คอลเลกชั่น Conquest มีวิวัฒนาการมาไกลมากจนกลายเป็นนาฬิกาสปอร์ตเรียบหรูที่สามารถสวมใส่ออกงานหรือสวมใส่ในกิจกรรมกลางแจ้งก็ยังได้

Longines HydroConquest รุ่นใหม่

ล่าสุดปี 2019 Longines เสริมแกร่งความเป็นสปอร์ตแก่นาฬิกาของตนและสร้างสรรค์ HydroConquest คอลเลกชั่นนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำที่มีกลิ่นอายของนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำรุ่นดั้งเดิมแห่งแบรนด์และมีความสมบุกสมบันมากกว่าคอลเลกชั่น Conquest ที่เป็นนาฬิกาสปอร์ตเรียบหรูอย่างเห็นได้ชัด โดยมาพร้อมด้วยความสามารถกันน้ำลึก 300 เมตร ฝาหลังและเม็ดมะยมแบบขันเกลียว และสายสตีลแบบตัวล็อคพับสองชั้น ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในระหว่างการดำน้ำได้ดีพอสมควร

คอลเลกชั่น HydroConquest มีให้เลือกมากถึง 3 รุ่นด้วยกัน ประกอบด้วยนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำ HydroConquest Ceramic, HydroConquest Ceramic Chronograph, และ HydroConquest รุ่นขอบตัวเรือนสตีล

HydroConquest Ceramic ดูสปอร์ตด้วยตัวเรือนสตีลที่มีขนาดให้เลือกระหว่าง 41.0 และ 43.0 มิลลิเมตร ติดตั้งขอบตัวเรือนเซรามิกหมุนทิศทางเดียวที่มีสีให้เลือกระหว่างสีดำ สีเทา และสีน้ำเงินแบบซันเบิร์ส ผนึกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อน เผยเห็นหน้าปัดที่มีสีให้เลือกทั้งสีดำ สีเทา และสีน้ำเงินแบบซันเบิร์ส หลักชั่วโมงและชุดเข็มเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนว่า ช่องหน้าต่างวันที่แสดงผลตำแหน่ง 3 นาฬิกา ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ คาลิเบอร์ L888.2 ที่มีรากฐานจาก ETA คาลิเบอร์ A31.L01 ทำงานที่ความถี่ 25,200 ครั้งต่อชั่วโมง ประดับทับทิมกันการเสียดสี 21 เม็ดและสำรองพลังงานนาน 64 ชั่วโมง ประกอบเข้าสายที่มีให้เลือกทั้งสายสตีลและสายยางสีเดียวกับขอบตัวเรือนและหน้าปัด

HydroConquest Ceramic Chronograph โดดเด่นด้วยตัวเรือนสตีลขนาด 41.0 มิลลิเมตร ติดตั้งขอบตัวเรือนเซรามิกหมุนทิศทางเดียวที่มีสีให้เลือกทั้งสีดำ สีเทา และสีน้ำเงินแบบซันเบิร์ส ผนึกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อน แสดงถึงหน้าปัดที่มีสีดำ สีเทา หรือสีน้ำเงินแบบซันเบิร์สตามแต่รุ่น หน้าปัดย่อยจัดวางแบบ 3-6-9 นาฬิกาทำหน้าที่นับจับเวลา 30 นาที นับจับเวลา 12 ชั่วโมง และนับวินาทีภาคเดินเวลาปกติตามลำดับ ชุดเข็มและหลักชั่วโมงเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนว่า ช่องหน้าต่างวันที่แสดงผลตำแหน่ง 4.30 นาฬิกา ติดตั้งกลไกโครโนกราฟอัตโนมัติ คาลิเบอร์ L688.2 ที่มีรากฐานจาก ETA คาลิเบอร์ A08.L01 ทำงานที่ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง ประดับทับทิมกันการเสียดสี 27 เม็ด สั่งการจับเวลาหรือใช้ฟังก์ชั่นโครโนกราฟด้วยจักรคอลัมน์วีลที่มีความประณีตและกดใช้งานง่ายแม่นยำกว่าระบบชุดลูกเบี้ยวหรือ Coulisse สำรองพลังงานนาน 54 ชั่วโมง ประกอบเข้าสายที่มีทั้งแบบสตีลและสายยางสีเดียวกับขอบตัวเรือนและหน้าปัด

HydroConquest รุ่นขอบตัวเรือนสตีลหมุนทิศทางเดียวที่มีสีให้เลือกระหว่างสีดำและน้ำเงินมาพร้อมด้วยตัวเรือนสตีลขนาด 39.0 มิลลิเมตร ผนึกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อน เผยเห็นหน้าปัดที่มีทั้งแบบสีดำและสีน้ำเงิน ชุดเข็มและหลักชั่วโมงเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนว่า ช่องหน้าต่างวันที่แสดงผลตำแหน่ง 3 นาฬิกา ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ คาลิเบอร์ L888.2 ทำงานที่ความถี่ 25,200 ครั้งต่อชั่วโมง สำรองพลังงานนาน 64 ชั่วโมง ประกอบเข้าสายสตีลหรือสายยางสีเดียวกับขอบตัวเรือนและหน้าปัด

คอลเลกชั่น HydroConquest มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 87,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของตัวเรือนและกลไกที่ติดตั้งอยู่ภายใน ความเห็นส่วนตัวและทีมงาน LWQP ต่างมองเห็นในลักษณะเดียวกันว่านาฬิกาสปอร์ตดำน้ำแบบสามเข็มก็เพียงพอต่อการใช้งานรอบด้านแล้ว ซึ่งราคาระหว่าง 80,000 – 90,000 บาทสำหรับนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำสามเข็มที่มีขอบตัวเรือนเซรามิกนั้นถือว่าไม่แพงนักเมื่อเทียบกับแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักสะสมและผู้หลงใหลที่กำลังมองหานาฬิกาสปอร์ตราคามิตรภาพสำหรับใช้งานทั้งในกิจกรรมกลางแจ้งหรือสวมใส่ประจำวัน แน่นอนว่าเอกลักษณ์ดีไซน์ดั้งเดิมแห่ง Conquest ในอดีตที่ซ่อนเร้นในผลงานใหม่ล่าสุดทำให้ผลงานรุ่นใหม่ล่าสุดดังกล่าวมีความเหมาะสมลงตัวกับการสวมใส่ออกงานราตรีสโมสรหรูหราอย่างเจิดจรัสไม่อายใครด้วย

 
สมัครรับข่าวสารส่งตรงถึงมือคุณ กับ LINE@ ของ LWQP คลิกที่นี่ >>@LWQP<<

เกี่ยวกับ Thanadol Sereratana

Thanadol Sereratana
หลังจากล้มลุกคลุกคลานในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นเวลาอยู่หลายปี ในที่สุดก็สามารถสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากภาควิชาอังกฤษ-อเมริกันศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นเคยผ่านการฝึกงานจากนิตยสารวันเวลาของบริษัท Grand Prix International ซึ่งถือเป็นการเรียนรู้จากศูนย์ขึ้นมาใหม่เลยก็ว่าได้เพราะมหาวิทยาลัยไม่ได้สอนว่าต้องทำงานในส่วนนักเขียนอาชีพอย่างไร ปัจจุบันเป็นนักเขียนในนิตยสาร QP Magazine Thai Edition ซึ่งนับวันก็ค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยพบเคยเห็นต่อไปในอนาคต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *