เปิดตัว – Tissot Heritage 1973

Tissot Heritage เป็นนาฬิกาคอลเล็กชันที่เราเชื่อว่าโดนใจคอนาฬิกาเป็นอย่างยิ่ง LWQP ได้เคยเลือก Tissot Heritage 1936 ในปี 2016 ซึ่งสามารถกลับไปอ่านได้ที่ “Tissot Héritage 1936 เรือนเวลาจากอดีตบนพื้นฐานแห่งปัจจุบัน”  เป็นเรือนคลาสสิคที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาพกในอดีต ในปีนี้ Tissot ได้กลับมาอีกครั้ง กับนาฬิกาย้อนยุครุ่นคลาสสิค โดยเลือกนาฬิกาข้อมือสำหรับนักแข่งรถในปี ค.ศ. 1973 กับรุ่น Tissot Heritage 1973 นาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟ ที่จำกัดการผลิตเพียง 1,973 เรือนทั่วโลก

Tissot Heritage 1973 แสดงถึงจิตวิญญาณนักแข่งรถในช่วงยุค 70 ที่เป็นนาฬิกาจับเวลาตัวเรือนทรงรีแบบ oval cushion โดยตัวเรือนของนาฬิกาเรือนนี้ ทำจากสเตนเลสสตีล มีขนาดกว้าง 43 มิลลิเมตร มาพร้อมกับสายหนังเจาะรูแบบคลาสสิค พื้นหน้าปัดนาฬิกาเป็นสีขาว ขอบสเกลจับความเร็ว (tachymetric scale) และหน้าปัดย่อยเป็นสีดำตัดด้วยตัวหนังสือสีขาว และจุดเด่นที่ทำให้หน้าปัดนาฬิกาโดดเด่นคือการเล่นสีของเข็ม ที่มีการแต้มสีส้มบนเข็มจับเวลาหลัก เข็มจับเวลา 30 นาที (ตำแหน่ง 3 นาฬิกา) และ เข็มจับเวลา 12 ชั่วโมง (ตำแหน่ง 6 นาฬิกา)

ในการออกแบบนาฬิกา Tissot Heritage 1973 ทางผู้ผลิตได้นำแรงบันดาลใจจากนาฬิการุ่น Tissot Navigator ในปี 1973 ที่ Tissot เก็บไว้ในคลัง ซึ่งเป็นนาฬิกาข้อมือที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าเป็นสปอนเซอร์ในการแข่งรถ โดยเริ่มต้นจากการร่วมมือกับแบรนด์รถยนต์ Alpine ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1973 และมีส่วนร่วมสนามการแข่งขันแรลลี่หลายที่ ในปี ค.ศ. 1974 ทาง Tissot ได้เข้าสนับสนุนทีม Porsche ในการแข่งขัน Le Mans 24 Hour Grand Tourismo และต่อมาในปี ค.ศ. 1977 ทางแบรนด์ได้เริ่มเข้ามาสนับสนุนทีมแข่งขันในรายการรถสูตรหนึ่ง

แต่ความสัมพันธ์ที่มั่นคงที่สุด เห็นจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง Tissot และนักแข่งรถสูตรหนึ่งชาวสวิส Loris Kessel ที่เข้าแข่งขันในปี 1976 ภายใต้ชื่อของ Tissot ซึ่งในภายหลัง Loris Kessin ได้มาทำธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในรัฐตีชีโน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเริ่มต้นการแข่งขันรถคลาสสิค ที่ปัจจุบันคือ Kessel Classics Racing ซึ่งในปี 2018 ทาง Tissot ได้เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์หลักของ Kessels Classics จนถึงปัจจุบัน และนาฬิกา Tissot Heritage 1973 นั้น เป็นเหมือนเรือนเวลาที่แสดงถึงความสัมพันธ์ของ Tissot และ Kessel Classics Racing Team อีกด้วย

Tissot Heritage 1973 ขับเคลื่อนด้วยกลไกจับเวลา Valjoux 7753 ที่ให้สัญญาณความถี่ที่ 4 Hz หรือ 28,800 vph สำรองพลังงานได้ 46 ชั่วโมง ผู้สวมใส่สามารถเห็นการทำงานกลไกผ่านด้านหลังตัวเรือนที่กรุด้วยกระจกแก้วธรรมดา แต่จะใช้แซฟไฟร์บนหน้าปัด เมื่อนำมาประกอบเข้ากับตัวเรือนแล้ว จะมีความหนาที่ 14.8 มิลลิเมตร และสามารถกันความดันน้ำได้ 10 บาร์ หรือเทียบเท่า 100 เมตร สนนราคาที่ 1,990 ยูโร หรือประมาณ 75,000 บาท

 
สมัครรับข่าวสารส่งตรงถึงมือคุณ กับ LINE@ ของ LWQP คลิกที่นี่ >>@LWQP<<

เกี่ยวกับ LWQP TEAM

LWQP TEAM
ทีมงานของ LWQP นักเขียนในวงการนาฬิกาผู้มีประสบการณ์และให้มุมมองเป็นกลางอย่างแท้จริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *