เปิดตัว – Casio Edifice รุ่นใหม่ และ Alexander Albon ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์

Casio แบรนด์นาฬิกาสปอร์ตจากญี่ปุ่นต้อนรับปี 2019 ด้วยการเปิดตัว Edifice Countdown Bezel Series และ Edifice Scuderia Toro Rosso Limited Edition สองเรือนเวลาสปอร์ตสุดเท่รุ่นพิเศษแห่งคอลเลกชั่น Edifice ที่มีเอกลักษณ์ดีไซน์ทางมอเตอร์สปอร์ตผสานเข้ากับนวัตกรรมเครื่องควอตซ์พลังงานแสงอาทิตย์เที่ยงตรงสูง โดยทาง Casio ได้จัดงานเปิดตัวคอลเล็กชันดังกล่าวในวันที่ 5 เม.ย. 62 พร้อมกับการเปิดตัวทูตพิเศษของ Casio ประเทศไทย Alexander Albon นักแข่ง F1 ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ

EDIFICE SCUDERIA TORO ROSSO LIMITED EDITION

นับตั้งแต่ปี 2016 Casio คือผู้สนับสนุนทีมแข่งขันรถสูตรหนึ่ง Scuderia Toro Rosso อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นทีมแข่งรถสูตรหนึ่งที่มีความมุ่งมั่นในการแข่งขัน หลงใหลในความเร็ว และมีพลังแห่งความหนุ่มสาวคอยขับเคลื่อนอยู่ภายใน ดังนั้น Casio เห็นว่าทีมดังกล่าวมีคุณค่าและเอกลักษณ์ร่วมสอดคล้องกับแนวคิดของคอลเลกชั่น Edifice ที่เป็นนาฬิกาสปอร์ตสุดเท่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องควอตซ์ประสิทธิภาพสูง ทำให้ความร่วมมือระหว่างทั้งสองค่ายเกิดขึ้นและล่าสุดแบรนด์ไม่รีรอที่จะเปิดตัว Edifice Scuderia Toro Rosso Limited Edition รุ่นประจำปี 2019 เพื่อตอกย้ำถึงคุณค่าและเอกลักษณ์ของสองค่ายให้เป็นที่รับรู้สืบเนื่องต่อไป

ECB-900TR

ราคา 12,900 บาท

โดดเด่นด้วยตัวเรือนสตีลขนาด 51.5 x 48.0 x 13.9 มิลลิเมตร กันน้ำลึก 100 เมตร มีน้ำหนักเพียง 163 กรัม ขอบตัวเรือนสตีลเคลือบสีน้ำเงินสลักสเกลทาคิมิเตอร์ ผนึกกระจกมิเนอรัล แสดงเห็นหน้าปัดสีน้ำเงินที่มีหน้าจอ LCD ตำแหน่ง 9-12 นาฬิกาและหน้าปัดย่อยตำแหน่ง 4.30 นาฬิกาทำหน้าที่แสดงผลมัลติฟังก์ชั่นต่างๆ ทั้งการนับถอยหลัง 24 ชั่วโมงที่มีความละเอียดถึง 1/10 ของวินาที การจับเวลาละเอียดถึง 1/1000 ของวินาทีในช่วงการจับเวลาระหว่าง 0 – 59 นาที 59.999 วินาทีและจับเวลาละเอียดถึง 1/10 ของวินาทีเมื่อจับนานกว่า 60 นาทีขึ้นไป

สามารถบันทึกรอบการจับเวลาต่างกันมากถึง 200 รอบ มีฟังก์ชั่นเวลาโลกและแสดงผลเวลา Dayligh Saving Time พร้อมกับกำกับพลังงานสำรองของแบตเตอรี่ โดยสามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือผ่านระบบ Bluetooth เพื่อปรับตั้งเวลาอัตโนมัติ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องควอตซ์พลังงานแสงอาทิตย์ที่มีระบบ Tough Solar Power System สำรองพลังงานนาน 6 เดือนสำหรับการใช้งานปกติและ 19 เดือนเมื่อตั้งนาฬิกาในโหมดประหยัดพลังงาน ทำงานคลาดเคลื่อนไม่เกิน +/- 15 วินาทีต่อเดือนภายใต้อุณหภูมิปกติ ประกอบเข้าสายสตีลที่มีข้อต่อสายสีน้ำเงิน

EQS-920TR

ราคา 10,900 บาท

แลดูสปอร์ตด้วยตัวเรือนสตีลขนาด 56.0 x 47.6 x 12.5 มิลลิเมตร กันน้ำลึก 100 เมตร มีน้ำหนักเพียง 170 กรัม ขอบตัวเรือนสตีลเคลือบสีน้ำเงินสลักสเกลนาที ผนึกกระจกมิเนอรัล เผยเห็นหน้าปัดสีน้ำเงินมีหลักตัวเลขชั่วโมงสีแดงสไตล์สีแห่งทีม Scuderia Toro Rosso มีหน้าปัดย่อยจัดวางแบบ 6-9-12 นาฬิกาทำหน้าที่แสดงผลมัลติฟังก์ชั่นต่างๆ ทั้งการจับเวลาสองภาคและจับเวลาได้นานถึง 29 นาที 59 วินาที แสดงวันที่ผ่านช่องหน้าต่างตำแหน่ง 4 นาฬิกา ขับเคลื่อนด้วยเครื่องควอตซ์พลังงานแสงอาทิตย์ สำรองพลังงานนาน 5 เดือนหลังจากชาร์ตไฟครั้งแรก ทำงานคลาดเคลื่อนไม่เกิน +/- 20 วินาทีต่อเดือนภายใต้อุณหภูมิปกติ ประกอบเข้าสายสตีลที่มีข้อต่อสายสีน้ำเงิน

EFR-564TR

ราคา 7,900 บาท

มาพร้อมตัวเรือนสตีลขนาด 52.0 x 48.9 x 12.4 มิลลิเมตร กันน้ำลึก 100 เมตร มีน้ำหนักเพียง 172 กรัม ขอบตัวเรือนสตีลเคลือบสีน้ำเงินสลักสเกลนาที ผนึกกระจกมิเนอรัล เผยเห็นหน้าปัดสีน้ำเงินที่มีตัวเลขหลักชั่วโมงสีแดงและมีหน้าปัดย่อยจัดวางแบบ 6-9-12 นาฬิกาทำหน้าที่แสดงผลมัลติฟังก์ชั่นเช่นการจับเวลาสองภาคที่ละเอียดถึง 1/10 ของวินาทีในช่วงการจับเวลาระหว่าง 0 – 59 นาที 59.99 วินาที ช่องหน้าต่างวันที่แสดงผลตำแหน่ง 4 นาฬิกา

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องควอตซ์ที่มีอายุแบตเตอรี่ยาวนานถึง 3 ปี ทำงานคลาดเคลื่อนไม่เกิน +/- 20 วินาทีต่อเดือน ประกอบเข้าสายสตีลที่มีข้อต่อสายสีน้ำเงิน

EDIFICE COUNTDOWN BEZEL SERIES

Wheel Gun ชุดปืนแรงดันลมเปลี่ยมน็อตให้กับล้อ ที่ใช้ในจุดพักรถหรือ Pit Stop คืออุปกรณ์สำคัญสำหรับทีมแข่งรถสูตรหนึ่ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญต่อการเปลี่ยนล้อให้รวดเร็วที่สุดเพื่อรักษาเวลาการหยุดซ่อมบำรุงรถสั้นที่สุดในระหว่างการแข่งขันและไม่กระทบต่อเวลาการแข่งขันของทีม ถ้าจอดนานหรือเสียเวลาในการซ่อมบำรุงนานเกินไปอาจหมายถึงความพ่ายแพ้บนสนามของทีม ดังนั้นแม้จะไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรถสูตรหนึ่งแต่ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับทีมในการคว้าชัยชนะ Casio เห็นความสำคัญของ Wheel Gun และนำมาเป็นแรงบันดาลใจหลักสำหรับการสร้างสรรค์ Edifice Countdown Bezel Series นาฬิกาสปอร์ตสุดเท่ที่มาพร้อมทั้งตัวเรือนผนึกคริสตัลแซฟไฟร์และเครื่องควอตซ์พลังงานแสงอาทิตย์

EFS-S550DB-1AV

ราคา 7,500 บาท

แลดูสปอร์ตด้วยตัวเรือนสตีลขนาด 45.0 มิลลิเมตร กันน้ำลึก 100 เมตร ขอบตัวเรือนสตีลหมุนทิศทางเดียวเคลือบสีดำด้วยเทคนิค Ionic Plating สลักสเกลนับถอยหลัง 40 นาทีสีเงินและสลักคำว่า Countdown สีเหลืองสด ผนึกคริสตัลแซฟไฟร์ เผยเห็นหน้าปัดสีดำมีหน้าปัดย่อยจัดวางแบบ 3-6-9 นาฬิกาทำหน้าที่บอกเวลา 24 ชั่วโมง จับเวลา 60 วินาทีและจับเวลา 30 นาทีตามลำดับ ติดตั้งชุดเข็มกลางชั่วโมงนาทีและวินาทีสำหรับภาคเดินเวลาปกติ แสดงวันที่ผ่านช่องหน้าต่างตำแหน่ง 4 นาฬิกา ขับเคลื่อนด้วยเครื่องควอตซ์พลังงานแสงอาทิตย์ ประกอบเข้าสายสตีล

EFS-S550PB-1AV

ราคา 7,000 บาท

ดุดันเท่สง่าด้วยตัวเรือนสตีลขนาด 45.0 มิลลิเมตร กันน้ำลึก 100 เมตร ขอบตัวเรือนสตีลหมุนทิศทางเดียวเคลือบสีดำด้วยเทคนิค Ionic Plating สลักสเกลนับถอยหลัง 40 นาทีสีเงินและสลักคำว่า Countdown สีน้ำเงิน ผนึกคริสตัลแซฟไฟร์ เผยเห็นหน้าปัดสีดำมีหน้าปัดย่อยจัดวางแบบ 3-6-9 นาฬิกาทำหน้าที่บอกเวลา 24 ชั่วโมง จับเวลา 60 วินาทีและจับเวลา 30 นาทีตามลำดับ ติดตั้งชุดเข็มกลางชั่วโมงนาทีและวินาทีสำหรับภาคเดินเวลาปกติ แสดงวันที่ผ่านช่องหน้าต่างตำแหน่ง 4 นาฬิกา ขับเคลื่อนด้วยเครื่องควอตซ์พลังงานแสงอาทิตย์ ประกอบเข้าสายยางโพลียูรีเทนสีดำ

EFS-S550BL-1AV

ราคา 7,500 บาท

โดดเด่นด้วยตัวเรือนสตีลเคลือบสีดำด้วยเทคนิค Ionic Plating ขนาด 45.0 มิลลิเมตร กันน้ำลึก 100 เมตร ขอบตัวเรือนสตีลหมุนทิศทางเดียวเคลือบสีดำด้วยเทคนิค Ionic Plating สลักสเกลนับถอยหลัง 40 นาทีสีเทาและสลักคำว่า Countdown สีส้ม ผนึกคริสตัลแซฟไฟร์ เผยเห็นหน้าปัดสีดำมีหน้าปัดย่อยจัดวางแบบ 3-6-9 นาฬิกาทำหน้าที่บอกเวลา 24 ชั่วโมง จับเวลา 60 วินาทีและจับเวลา 30 นาทีตามลำดับ ติดตั้งชุดเข็มกลางชั่วโมงนาทีและวินาทีสำหรับภาคเดินเวลาปกติ แสดงวันที่ผ่านช่องหน้าต่างตำแหน่ง 4 นาฬิกา ขับเคลื่อนด้วยเครื่องควอตซ์พลังงานแสงอาทิตย์ ประกอบเข้าสายนาโต้สีดำสลับเทา

 
สมัครรับข่าวสารส่งตรงถึงมือคุณ กับ LINE@ ของ LWQP คลิกที่นี่ >>@LWQP<<

เกี่ยวกับ Thanadol Sereratana

Thanadol Sereratana
หลังจากล้มลุกคลุกคลานในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นเวลาอยู่หลายปี ในที่สุดก็สามารถสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากภาควิชาอังกฤษ-อเมริกันศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นเคยผ่านการฝึกงานจากนิตยสารวันเวลาของบริษัท Grand Prix International ซึ่งถือเป็นการเรียนรู้จากศูนย์ขึ้นมาใหม่เลยก็ว่าได้เพราะมหาวิทยาลัยไม่ได้สอนว่าต้องทำงานในส่วนนักเขียนอาชีพอย่างไร ปัจจุบันเป็นนักเขียนในนิตยสาร QP Magazine Thai Edition ซึ่งนับวันก็ค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยพบเคยเห็นต่อไปในอนาคต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *