ส่องบ้าน CITIZEN ใน Baselworld และข้อมูลนาฬิการุ่นใหม่ 2019

ถ้าหากใครติดตาม LWQP จะทราบว่า ในปี 2018 เราได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมโรงงานกับทาง Citizen เพื่อศึกษาเกี่ยวกับแบรนด์อย่างแท้จริง (อ่านต่อ – “เจาะลึกเรื่องราวและการผลิตนาฬิกา Citizen” ) เป็นโรงงานนาฬิกาญี่ปุ่นแบรนด์แรกที่เราได้เข้าไปเยี่ยมชม และเมื่อเข้าปี 2019 ทางเราจึงไม่พลาดที่จะเข้าไปเยี่ยมชมบูธของ Citizen ที่งาน Baselworld 2019 เพื่ออัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับนาฬิการุ่นใหม่ของ Citizen มาฝากผู้อ่านทุกท่านครับ

ก่อนที่จะเข้าไปถึงเนื้อหาเรื่องนาฬิกา เราอยากบรรยายถึงความอลังการของ Citizen ในงาน Baselworld เนื่องจากในเครือ Citizen นั้น ไม่ได้มีเพียงแบรนด์นาฬิกาแบรนด์เดียว แต่มีรวมกันหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Bulova, Alpina, Federique Constant, Arnold & Son รวมถึงแบรนด์เครื่องฐานนาฬิกาอย่าง Miyota ก็ล้วนเป็นของเครือ Citizen ทั้งสิ้น

ภายในงานจึงมีการจัดการแบ่งตำแหน่งให้แบรนด์ในเครือมีพื้นที่ของตนเองอย่างมีระบบ โดยเป็นบูธที่มีสองฝั่ง​​คร่อมกับทางเดินหลัก ทำให้ผู้ร่วมงาน Baselworld เมื่อขึ้นไปชั้นบน จะเห็น Citizen กับโถงกลางที่ดึงดูดสายตา ด้วยการจัดแต่งด้วยการประดับพื้นที่ด้วยชิ้นส่วนของแท่นเครื่องนาฬิกาที่ห้อยลงมาราวกับเป็นน้ำฝน

บริเวณด้านหน้า จะมีการแสดงนาฬิการุ่นไฮไลท์จาก Citizen ทั้งหมด ผู้เข้าชมงานสามารถเดินได้อย่างสะดวก เพราะเป็นพื้นที่ที่กว้างขวางมาก ซึ่งเราเชื่อว่าค่าพื้นที่ที่ Baselworld มีราคาสูงลิบ แต่ Citizen เลือกที่จะใช้สอยพื้นที่ตรงนี้ เพื่อให้ผู้คนสามารถเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ที่น่าจดจำแทนการเป็นพื้นที่สำหรับการพูดคุยเรื่องธุรกิจอย่างเดียว

CALIBER 0100

ในปี 2019 ทาง Citizen ได้นำเสนอเทคโนโลยีดาวเด่น อย่าง Caliber 0100 ที่เป็นกลไกควอตซ์ที่มีความเที่ยงตรงถึง +-1 วินาทีต่อปี ต้องเน้นว่า “ปี” ซึ่งเที่ยงตรงกว่านาฬิกาควอตซ์ทั่วไปในตลาด แม้กลไก Caliber 0100 จะมีการเปิดตัวรุ่นคอนเซปต์ในปี 2018 ในรูแบบนาฬิกาพก เนื่องในโอกาสที่แบรนด์ก้าวเข้าสู่ปีที่ 100 แต่ว่าในปี 2019 นี้ Caliber 0100 กลับมาในรูปแบบของนาฬิกาข้อมือ

สำหรับ Caliber 0100 ทาง Citizen ได้ทุ่มทุนกับการวิจัยและพัฒนา ซึ่งได้เปลี่ยนเทคโนโลยีควอตซ์ให้ดีขึ้น ด้วยแร่ควอตซ์สังเคราะห์ที่ตัดเป็นรูปแบบพิเศษที่เรียกว่า AT cut crystal oscillator ซึ่งจะต่างกับรูปแบบธรรมดาที่เป็นรูปส้อมเสียง (tuning fork-shaped crystal oscilator) ซึ่ง AT cut crystal จะให้ความถี่ที่สูงกว่า 256 เท่า เมื่อนำไปให้สัญญาณนาฬิกาจึงมีความละเอียดสูง และค่าความผิดพลาดที่ต่ำกว่า รวมถึงมีความเที่ยงตรงที่เสถียรกว่าในทุกช่วงอุณหภูมิ

นอกจากการเปลี่ยนรูปของแร่ควอตซ์แล้ว ในการทำให้นาฬิกาสามารถแสดงเวลาอย่างเที่ยงตรงได้ จะต้องมีชิ้นส่วนขับเคลื่อนที่แม่นยำ ดังนั้น Citizen จึงเลือกที่จะใช้ชิ้นส่วนจากกรรมวิธี LiGa ซึ่งมาจากภาษาเยอรมันว่า Lithographie,Galvanik และ Abformung ซึ่งเป็นคำย่อที่มาจากกรรมวิธี 3 ขั้นตอน ซึ่งเป็นการตัดชิ้นส่วนจากแผ่นซิลิคอนด้วยการฉายแสงและกัดกรด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่คุ้นเคยกับกลุ่มนาฬิกาที่เป็นแนวหน้าทางเทคโนโลยี นอกจากเทคโนโลยีการผลิตแล้ว ยังมีการออกแบบชิ้นส่วนเพื่อลด backlash ในการขบของเฟือง ทำให้การบอกเวลาทุกวินาทีเที่ยงตรงที่สุด เท่าที่ทำได้ นับว่าเป็นเทคโนโลยีความเที่ยงตรงของกลไกควอตซ์ ที่เราเชื่อว่าทาง Citizen จะสามารถนำไปต่อยอดได้ในสินค้าที่ไม่ได้จำกัดแค่นาฬิกาเท่านั้น แต่อาจจะรวมถึงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ อีกมากมาย

30 ปี Citizen Promaster

ในปี 2019 ถือว่าเป็นปีที่ดีของคอลเล็กชัน Promaster ที่เข้าสู่วัย 30 ปี แล้ว ทางแบรนด์ได้เปิดตัวรุ่นใหม่ เพื่อเอาใจแฟนนาฬิกามืออาชีพ (professional watch) โดยรุ่นที่จะเข้ามาทำตลาดที่ไทยมีดังนี้

​Promaster Marine

สำหรับกลุ่มของนาฬิกาดำน้ำ จะต้องย้อนประวัติศาสตร์กลับไปปี ค.ศ. 1985 ที่ Citizen ได้เปิดตัวนาฬิกาดำน้ำเรือนแรกของโลก ที่สามารถวัดความลึกโดยการใช้เซนเซอร์อิเล็กทรอนิกส์ เพียงแค่สัมผัสปุ่มควบคุมเซนเซอร์เพียง 2 วินาที นาฬิกาจะเข้าสู่โหมดการวัดค่าความลึกโดยอัตโนมัติ สามารถวัดความลึกได้อย่างแม่นยำสูงสุด 70 เมตร นอกจากการวัดความลึกปัจจุบันแล้ว ยังมีเข็มที่ชี้ถึงความลึกสูงสุด เพื่อเป็นการบอกว่าในการดำน้ำแต่ละครั้ง นักดำน้ำได้ลงไปใต้ผิวน้ำลึกที่สุดกี่เมตร โดยทั้งสองสามารถแสดงผลได้พร้อมกัน เป็นการลดความยุ่งยากระหว่างการดำน้ำ ที่นักดำน้ำไม่ต้องเปลี่ยนโหมดให้ยุ่งยาก

สำหรับปี 2019 สองรุ่นที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย คือ รุ่น BN2031-85E และ BN2036-14E ที่ต่างกันตรงสายเหล็ก และสายยางตามลำดับ โดยทั้งสองนั้นจะใช้กลไกแบบ Eco-Drive ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังแสงอาทิตย์ ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 46.1 เมตร และมีความหนาตัวเรือนที่ 16.4 มิลลิเมตร สามารถกันน้ำลึกได้ 200 เมตร มีฟังก์ชันวัดความลึกดังที่กล่าวมาในข้างต้น

สนนราคาในไทยอย่างเป็นทางการสำหรับรุ่น BN2031-85E และ BN2036-14E ที่ 24,900 บาท

Promaster Sky

สำหรับนาฬิกานักบินนั้น Citizen ได้โฟกัสเครื่องมือสำหรับการบิน ด้วยการเปิดตัวนาฬิกาสัญญาณวิทยุเรือนแรก ในปี ค.ศ. 1993 และได้พัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันได้ผนวกรวมเข้ากับเทคโนโลยี Eco-Drive ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสดง โดยนาฬิกาจะปรับเวลาตามสัญญาณที่ส่งตรงมาจากนาฬิกาอะตอม (atomic clock) ที่มีความแม่นยำสูงสุด (ความผิดพลาดของนาฬิกาอะตอมจะพลาดเพียงแค่ 11 วินาทีในแสนปีเท่านั้น) ทำให้นาฬิกาข้อมือนั้นเดินตรงตลอดเวลา สำหรับการใช้สัญญาณวิทยุสำหรับการเทียบเวลานั้น จะมีใช้เพียงแค่ในญี่ปุ่น จีน อเมริกาเหนือ และยุโรปเท่านั้น สำหรับประเทศไทยไม่สามารถใช้งานได้

สำหรับปี 2019 นาฬิกาที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยคือคอลเล็กชัน Blue Angel ซึ่งจะมีสองเรือน รหัส JY8085-81E และ JY8088-83E ขับเคลื่อนด้วยกลไก Eco-Drive พลังงานแสงอาทิตย์ กรุด้วยกระจกแซฟไฟร์ ตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีลขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 47 มิลลิเมตร และความหนาที่ 14.5 มิลลิเมตร ความสามารถในการกันน้ำได้เทียบเท่านาฬิกาดำน้ำที่ 200 เมตร มีฟังก์ชันแสดงเวลา 24 ชั่วโมง วัน และวันที่ รวมถึงฟังก์ชันการจับเวลาที่ความละเอียด 1/100 วินาที และฟังก์ชันสำหรับนักบินอีกมากมาย

สนนราคาในไทยอย่างเป็นทางการสำหรับรุ่น JY8085-81E ที่ 28,500 บาท และรุ่น JY8088-83E ที่ 27,500 บาท

 
สมัครรับข่าวสารส่งตรงถึงมือคุณ กับ LINE@ ของ LWQP คลิกที่นี่ >>@LWQP<<

เกี่ยวกับ Ukrit Vanagosoom

Ukrit Vanagosoom
ผู้ก่อตั้งบล็อกนาฬิกาแห่งนี้ เป็นวิศวกรที่ชื่นชอบและหลงไหลในเรื่องนาฬิกาเป็นชีวิตจิตใจ ด้วยประสบการณ์ที่ยุโรปกว่าสิบปี งานเขียนของเขานั้นเจาะลึกในเรื่องราวและเทคนิคอย่างแท้จริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *