รีวิว – RADO Captain Cook Limited Edition 2019

ช่วงทศวรรษที่ 60 นั้นเป็นยุคของนาฬิกาดำน้ำอย่างแท้จริง ซึ่งทาง Rado เองก็ไม่พลาดที่จะเข็นนาฬิกาดำน้ำของตนเองออกมาโดยใช้ชื่อว่า Captain Cook ตามชื่อนักสำรวจ/ ผู้บังคับการเรืออังกฤษที่เป็นผู้ค้นพบทวีปออสเตรเลีย (Captain James Cook) โดยนาฬิการุ่นแรกที่ออกมานั้นมีหมายเลขรุ่นว่า Ref. 11683 และผลิตออกมาเพียงแค่ราว 8,000 เรือน

Captain James Cook(1728-1779). Nathaniel Dance. BHC2628 | Public Domain

แน่นอนว่าด้วยปัจจัยเรื่องจำนวนการผลิตที่น้อยและระยะเวลาการผลิตที่ยาวนานเพียง 6 ปี (1962-1968) จึงทำให้ Captain Cook Ref. 11683 นั้นกลายเป็นนาฬิกาดำน้ำหายากไปโดยปริยาย แต่ในปี 2019 นี้ทาง Rado ก็หยิบเอาโมเดลดั้งเดิมของตนมาผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,962 เรือนทั่วโลก (จำนวนการผลิต = ปี ค.ศ. ที่ Rado เปิดตัว Captain Cook) ในชื่อว่า Captain Cook Limited Edition (Ref. 763.0500.3.131)

RADO Captain Cook Limited Edition 2019 | © LWQP

จุดแรกที่ LWQP จะมาเจาะคือตัวเรือนสแตนเลสสตีลขนาด 37 มม. การที่แบรนด์เลือกใช้ตัวเรือนขนาดเล็กเมื่อเทียบกับมาตรฐานนาฬิกาดำน้ำในปัจจุบันนั้นก็นอกจากจะเป็นการรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมของ Ref.11683 (35 มม.) แล้วก็ยังเป็นการขยายกลุ่มผู้ใส่ให้ครอบคลุมทั้งผู้ชายและผู้หญิง อีกทั้งยังเป็นการแง้มบอกถึงเทรนการสวมใส่เรือนเวลาที่เริ่มขยับกลับมาเล็กลงหลังจากที่ปล่อยให้ขนาด 40-42 มม. นั้นครองตลาดมาพักใหญ่

RADO Captain Cook Limited Edition 2019 | © LWQP

ฝาหลังของ CCLE นั้นถูกแกะสลักเป็นรูปม้าน้ำ 3 ตัวและดาวแบบเดียวกับรุ่นดั้งเดิม อีกหนึ่งจุดที่ LWQP ชอบใจ Rado มากคือการเลือกใช้คำที่ใช้ข้อความว่า “ONE OUT OF 1962” แทนการระบุหมายเลขตัวเรือนอย่างที่แบรนด์ทั่วไปใช้กัน นับเป็นการแก้เกมการล็อคซื้อเอาแต่เลขตัวเรือนสวย ๆ ไปก่อนและถือว่านาฬิกาทุกเรือนนั้น “เท่าเทียม”

RADO Captain Cook Limited Edition 2019 | © LWQP

ตัวเรือนเวลามีคุณสมบัติกันน้ำที่ 100 เมตร หัวใจจักรกลที่ใช้สูบฉีด Captain Cook รุ่นนี้คือกลไกอัตโนมัติรุ่น C07.611 ของ ETA ซึ่งมีความโดดเด่นตรงด้านกำลังสำรองที่ยาวนาน 80 ชั่วโมง และเป็นรุ่นที่ทาง Rado เลือกนำมาใส่ในนาฬิกา Captain Cook ใหม่ของตนมาแล้วหลายรุ่นนับตั้งแต่ที่ทางแบรนด์นำคอลเลคชั่นนี้กลับมาในปี 2017

RADO Captain Cook Limited Edition 2019 | © LWQP

หน้าปัดแบบซันบรัชสีน้ำตาล,เข็มชั่วโมงแบบบรอดแอร์โรว์และเข็มนาทีทรงดาบนั้นทำให้ LWQP สัมผัสได้ถึงความวินเทจยุค 60 ที่อัดแน่นอยู่เต็มเปี่ยม หน้าต่างวันที่และตัวเลขที่แสดงนั้นเป็นแบบเดียวกับ Ref. 11683 ขอบหน้าปัด (bezel) แบบหมุนได้สีดำผลิตจากวัสดุ Hi-Tech Ceramic ที่มีความทนทานต่อรอยขีดข่วนเป็นพิเศษ (ความเชี่ยวชาญในการใช้วัสดุเซรามิกนั้นต้องบอกว่าแบรนด์อย่าง Rado นั้นยืนหนึ่งอยู่แล้ว) กระจกหน้าปัดเองก็เป็นแซฟไฟร์จึงหมดความกังวลเรื่องรอยขนแมวไปโดยปริยาย

RADO Captain Cook Limited Edition 2019 | © LWQP

เรื่องสุดท้ายที่ LWQP ชอบใจเป็นพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือตัวกระเป๋าพกพาทำจากหนังที่ Rado แถมมานั้นมีทั้งอุปกรณ์เปลี่ยนสายและสายนาฬิกาแถมมาทั้ง 3 แบบคือสายสแตนเลสถักสไตล์มิลานีส, สาย NATO และสายหนังวินเทจซึ่งครอบคลุมการใช้งานทุกรูปแบบ ทั้งดำน้ำ, ใส่ทำกิจกรรมกลางแจ้งและออฟฟิศ ทีม LWQP เองก็ต่างลงมติกันว่า Captain Cook Limited Edition คืออีกหนึ่งเรือนเวลาที่เหมาะสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องขวยเขินเก็บไว้ในกล่องนาฬิกาแล้วรั้งรอเพียงแค่โอกาสพิเศษอย่างเดียว

RADO Captain Cook Limited Edition 2019 | © LWQP

RADO Captain Cook Limited Edition 2019 เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วด้วยราคา 69,600 บาท ใครที่ชอบนาฬิกาสายวินเทจห้ามพลาดครับ

 
สมัครรับข่าวสารส่งตรงถึงมือคุณ กับ LINE@ ของ LWQP คลิกที่นี่ >>@LWQP<<

เกี่ยวกับ Kittichart Boonyapakdi

Kittichart Boonyapakdi
กิตติชาติ บุณยะภักดิ์ ป.ตรี คณะเภสัชศาสตร์ มศว หลังจากที่ได้จับนาฬิกาพก Zenith S.A.B ของปู่เป็นครั้งแรกทำให้ผู้เขียนคิดว่านาฬิกาแต่ละเรือนนั้นล้วนต่างมีประวัติและที่มากันทุกเรือน การออกแบบมีเหตุและผลเป็นที่ตั้งเสมอ ผู้เขียนจึงเลือกที่จะศึกษาและค้นคว้าข้อมูลและจุดเชื่อมโยงต่าง ๆ เข้ามาประกอบกัน และด้วยประสบการณ์การเขียนบทความลงในนิตยสาร TopGun, ต่วยตูนพิเศษและไทยรัฐให้เป็นประโยชน์ จึงทำให้เนื้อหาของเรือนเวลาต่าง ๆ บนเว็บไซต์ www.luxurywatchesthailand.com มีมุมมองทางด้านประวัติศาสตร์จากความเข้าใจจริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *