เจาะลึก – ข้อมือ MIB กับนาฬิกา Hamilton Ventura

เมื่อมีคำถามให้แนะนำนาฬิกาดำน้ำ คำตอบแรก ๆ ที่เราแนะนำคงเป็น Blancpain, Omega ฯ เพราะมีความประวัติศาสตร์และความทุ่มเทต่อเนื่องในด้านนั้น แต่ถ้าถามถึง “นาฬิกาที่มีจิตวิญญาณของภาพยนตร์” แล้วทาง LWQP ก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “แบบนั้นคุณต้องหา Hamilton มาใส่ซักเรือน”

ประวัติของ Hamilton Ventura ที่คุณควรรู้

นับว่า Hamilton เป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน แม้ว่าปัจจุบันจะเป็นแบรนด์ตีตรา “SWISS MADE” และสังกัดอยู่ในเครือ Swatch Group หนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการนาฬิกา ทว่าแท้จริงแล้ว Hamilton นั้นกำเนิดในประเทศสหรัฐอเมริกาโดย Hamilton Watch Company ที่เมืองแลงคาสเตอร์ รัฐเพนซิลวาเนีย ในปี 1892 โดยเริ่มจากการผลิตนาฬิกาพกคุณภาพสูงในปริมาณไม่มากจนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนาฬิกามาตรฐานของการรถไฟของสหรัฐฯ ในฐานะ “Watch of Railroad Accuracy” และ “The Railroad Timekeeper of America”

โรงงานของ Hamilton Watch Company ที่ Lancaster, Pennsylvania ในอดีต | “Watch of the Future” by René Rondeau

ตลอดเวลา 125 ปี Hamilton ได้นำเสนอเรื่องราวในอดีตมาสอดแทรกไว้ในคอลเล็กชั่นปัจจุบันอย่างกลมกลืน เช่น ความเป็นฮีโร่อเมริกันผ่านนาฬิกาที่ใช้ในกองทัพสหรัฐที่ Hamilton ผลิตในช่วงปี 1940 ของรุ่น Khaki Field หรือคอลเล็กชั่น Broadway ที่นำชื่อมาจากนาฬิกาพกรุ่น Broadway ของ Hamilton ที่โด่งดังในอดีต แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคอลเล็กชั่นที่โดดเด่นที่สุดของ Hamilton นั้นคือรุ่น “Ventura” นาฬิกาสามเหลี่ยมทรงแปลกตา ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานการออกแบบที่สำคัญของ ริชาร์ด อาร์บิบ (Richard Arbib) ที่นอกจากการออกแบบที่โดดเด่น Hamilton Ventura ยังเป็นนาฬิกาข้อมือแบบแรกในโลกที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่อีกด้วย

World’s First Electric Watch | “Watch of the Future” by René Rondeau

นาฬิกาไฟฟ้าของ Hamilton เปิดตัวครั้งแรกในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 มกราคม 1957 และได้ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นนาฬิกาข้อมือเรือนที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เรือนแรกที่ออกวางจำหน่ายให้สาธารณะอย่างเป็นทางการ พร้อมคำโปรยที่ว่า

“การปฏิวัติมาตรฐานกลไกนาฬิกาครั้งแรกในรอบ 477 ปี ของประวัติศาสตร์เรือนเวลา”

สำหรับรายละเอียดบนหน้าปัดของ Ventura จะมีเส้นซิกแซกซึ่งเป็นตัวแทนของคำว่า “electric” สื่อถึงการเป็นนาฬิกาที่ใช้พลังงานไฟฟ้า โดยเรือนเวลาเหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ 500, 500A และ 505 คาดการณ์กันว่า Ventura ที่ใช้กลไกไฟฟ้านั้นมียอดผลิตรวมประมาณ 11,750 เรือน จากข้อมูลของ เรเน รอนโด (René Rondeau) ในหนังสือเรื่อง “The Watch of the Future” และเรือนเวลาเหล่านั้น ยังคงมีการนำขึ้นมาประมูลของห้องประมูลระดับโลกอย่าง Christie’s เช่นรายการประมูล Important Watches วันที่ 24 เมษายน 2008 ที่มหานครนิวยอร์ค โดยจบการประมูลที่ 3,125 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าราคาวางจำหน่ายในปี 1957 ที่ 300 ดอลลาร์สหรัฐ ถึง 10 เท่า

นาฬิกา Hamilton Ventura และ Hamilton Pacer รุ่นแรก | Courtesy of Hamilton Watch

ถึงแม้ว่าจะเผยโฉมครั้งแรกตั้งแต่ทศวรรษที่ 50 แต่ด้วยดีไซน์ที่ล้ำอนาคตของ Ventura และการก้าวเข้ามาเป็นนาฬิกาประจำภาพยนตร์จอเงิน ทำให้เราเห็น Hamilton Ventura อยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะในภาพยนตร์ไซไฟ ซึ่งเรื่องที่เด่นชัดที่สุดคือ Men In Black ที่ Ventura เป็นหนึ่งได้กลายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ไฮเทคบนข้อมือสำหรับเหล่าบุรุษชุดดำที่คอยปกป้องโลกให้รอดพ้นจากเงื้อมมือเอเลี่ยนตัวร้าย

Men in Black 3

Hamilton และ Men in Black

Hamilton Ventura ปรากฎในภาพยนตร์ชุด Men in Black เป็นครั้งแรกปี 1997 ในฐานะนาฬิกาสำหรับเจ้าหน้า MIB หน้าใหม่อย่างเจ้าหน้าที่ J (วิลล์ สมิธ), ครั้งที่ 2 (MIB 2) ด้วยนาฬิกา Hamilton Chronograph ซึ่ง J ยกให้เป็นนาฬิกาประจำอาณาจักรล็อคเกอร์ C-18 และ Hamilton Ventura XXL ที่มีรูปลักษณ์ล้ำอนาคตมากยิ่งขึ้นใน MIB 3 อย่างไรก็ตาม เมื่อ MIB เดินมาถึงทางแยกสำคัญอย่างการสร้างจักรวาล spin-off จากภาคหลักออกมาด้วย MIB International ที่เป็นขยายไปยังทวีปยุโรป ทาง Hamilton ก็ได้หวนย้อนนำ Ventura หน้าปัดสีดำตัวเรือนสเตนเลสสตีลของตนกลับมาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อ MIB เดินมาถึงทางแยกสำคัญอย่างการสร้างจักรวาล spin-off จากภาคหลักออกมาด้วย MIB International ที่เป็นขยายไปยังทวีปยุโรป ทาง Hamilton ก็ได้หวนย้อนนำ Ventura หน้าปัดสีดำตัวเรือนสแตนเลสสตีลแสนคลาสสิกของตนกลับมานำเสนออีกครั้งร่วมกับ Hamilton Ventura Auto “Skeleton” ที่เป็นนาฬิกาแบบหน้าปัดสเกเลตัน

Hamilton Ventura Quartz

Hamilton Ventura Quartz | © LWQP

จุดแรกที่ LWQP สนใจมากที่สุดเรือยเวลาที่ปรากฎอยู่บนข้อมือของเจ้าหน้าที่ M (Tessa Thompson) คือหน้าปัด อย่างที่ได้เห็นในภาพช่วงต้นของบทความ Hamilton Ventura Quartz ยังคงหยิบเอาเส้นซิกแซก สัญลักษณ์ “electric” มาผนวกไว้บนหน้าปัดนาฬิการุ่นนี้ซึ่งทำให้ได้กลิ่นอายของตัวตนดั้งเดิมของ Ventura ไว้อย่างเต็มพิกัด

Hamilton Ventura Quartz | © LWQP

หลักชั่วโมงแบบจุดอาจอ่านเวลายากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยแต่เมื่อผสานเข้ากับสีดำของหน้าปัดและตัวเรือนสามเหลื่อมแล้ว LWQP กลับมองว่ามันให้ความรู้สึกถึงความไซไฟและล้ำอนาคตสมกับธีมภาพยนตร์อย่างมาก เม็ดมะยมประดับด้วยตัวอักษร H ซึ่งเป็นอักษรย่อของชื่อแบรนด์

Hamilton Ventura Quartz | © LWQP

ขนาดตัวเรือน 32.3 มม. มาพร้อมกับคุณสมบัติการกันน้ำที่ 5 บาร์ เพียงพอสำหรับการใช้งานในประเทศเขตร้อนอย่างไทยโดยเฉพาะช่วงนี้ที่เป็นหน้าฝน แต่อาจจะไม่เหมาะกับการใส่ลงว่ายหรือดำน้ำมากเท่าไรนัก สายหนังสีดำคุมโทนจึงทำให้เป็น dress watch ที่เข้ากับการแต่งตัวได้หลายแบบ ทั้งสูท เสื้อเชิร์ตปกติ หรือกระทั่งใส่ไปทำกิจกรรม outdoor ในวันหยุด กลไกควอทซ์ F05.111 ของ ETA ที่บรรจุในนาฬิการุ่นนี้อาจจะไม่ตรงใจนักสะสมนาฬิกานัก แต่ถ้ามองในแง่ของการประวัติศาสตร์ของ Ventura ที่เติบโตมาในสายของนาฬิกาควอทซ์กับการออกแบบที่ยังคงนำสมัยแม้จะผ่านมามากกว่า 60 ปีแล้ว LWQP ก็มองว่า Hamilton Ventura Quartz ยังเป็นนาฬิกาที่น่าสะสมอยู่ไม่น้อย

Hamilton Ventura Quartz | © LWQP

Hamilton Ventura Automatic

ขยับมาที่นาฬิกาอีกรุ่นที่ปรากฎในภาพยนตร์ MIB International คือเรือนเวลา Hamilton Ventura Automatic ซึ่งมีขนาดใหญ่มากกว่าเล็กน้อยที่ 34.7 มม. ซึ่งแม้ว่าในทางทฤษฎีแล้วจะเล็ก แต่หลังจากที่ LWQP ได้ลองใส่เองและเห็นทางเจ้าหน้าที่ H (Chris Hemsworth) ใส่ในภาพยนตร์แล้ว ขนาดของนาฬิการุ่นนี้จะพอดีกับข้อมือปกติของชายไทยได้อย่างพอดี การฉลุหน้าปัดยังทำให้เราได้เห็นตัวกลไกอัตโนมัติ H-10 ซึ่งจะเรียกได้ว่าเป็นกลไกอัตโนมัติแบบพื้นฐานของ Hamilton ก็ไม่ผิด โดยทางแบรนด์ได้ต่อยอดมาจากกลไก ETA C07.111 สำรองพลังงานได้ 80 ชั่วโมง เรื่องการอ่านเวลาในที่มืดจะสะดวกกว่า Ventura Quatz ตรงที่มีการบรรจุสารเรืองแสง Super-LumiNova มาให้

Hamilton Ventura Auto

โดยสรุป จากมุมมองของ LWQP แล้ว Hamilton Ventura Quartz รุ่นเดียวกับบนข้อมือของ Agent M (Tessa Thompson) และอีกรุ่นที่อยู่บนข้อมือของ Agent H (Chris Hemsworth) คือ Ventura Auto นั้นเหมาะสมสำหรับกลุ่มคนที่กำลังมองหานาฬิกาซักเรือนที่สามารถใส่แล้วใช้งานได้หลายโอกาส ทั้งในออฟฟิศ, ไปจนถึงสังสรรค์, กิจกรรม outdoor เบาๆ หรือกระทั่งจัดการเหล่าเอเลี่ยนวายร้าย (อย่างหลังสุดนี้ LWQP ขออย่าให้มีเลย –  ฮา) สนนราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการของทั้งสองรุ่นอยู่ที่ 33,400 บาท (Ventura Quartz) และ 41,800 บาท (Ventura Auto )

 
สมัครรับข่าวสารส่งตรงถึงมือคุณ กับ LINE@ ของ LWQP คลิกที่นี่ >>@LWQP<<

เกี่ยวกับ Kittichart Boonyapakdi

Kittichart Boonyapakdi
กิตติชาติ บุณยะภักดิ์ ป.ตรี คณะเภสัชศาสตร์ มศว หลังจากที่ได้จับนาฬิกาพก Zenith S.A.B ของปู่เป็นครั้งแรกทำให้ผู้เขียนคิดว่านาฬิกาแต่ละเรือนนั้นล้วนต่างมีประวัติและที่มากันทุกเรือน การออกแบบมีเหตุและผลเป็นที่ตั้งเสมอ ผู้เขียนจึงเลือกที่จะศึกษาและค้นคว้าข้อมูลและจุดเชื่อมโยงต่าง ๆ เข้ามาประกอบกัน และด้วยประสบการณ์การเขียนบทความลงในนิตยสาร TopGun, ต่วยตูนพิเศษและไทยรัฐให้เป็นประโยชน์ จึงทำให้เนื้อหาของเรือนเวลาต่าง ๆ บนเว็บไซต์ www.luxurywatchesthailand.com มีมุมมองทางด้านประวัติศาสตร์จากความเข้าใจจริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *